หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วูลฟ์แฮมป์ตัน 0 - อาร์เซน่อล 2

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน 2553 (ดึก)
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม : โมลินิวซ์ กราวด์


หมาป่า ปรับเปลี่ยนทีมตำแหน่งเดียวจากนัดก่อน ไมเคิ่ล มานเซียนน์ ได้ลงเล่นตัวจริงแทน สตีเฟ่น ฮันท์ ที่ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง แดนหน้ายังใช้ เควิน ดอยล์ ยืนตัวเป้าคนเดียว


ด้าน ปืนใหญ่ ต้องขาด โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ที่ติดโทษแบน ทำให้ โยฮัน ฌูรู ต้องลงเล่นแทน ตำแหน่งอื่นๆ อังเดร อาร์ชาวิน, โทมัส โรซิชกี้ ได้ลงตัวจริงแทน ซามีร์ นาสรี่ กับ ธีโอ วัลค็อตต์



เริ่มเกมขึ้นมาแค่ 37 วินาที อาร์เซน่อล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ชนิดนักเตะยังโดนบอลกันไม่ครบทุกคน โทมัส โรซิชกี้ เปิดบอลจากริมเส้นให้ มารูอาน ชามัค ยืนโหม่งแบบไร้ตัวประกบเข้าไปง่ายๆ


ปืนใหญ่ เครื่องร้อนเร็ว และน่าได้ประตูที่สองสุดๆ ในนาทีที่ 6 อังเดร อาร์ชาวิน พลิกหลุดตัวประกบไปแล้ว ก่อนกดด้วยเท้าซ้ายเต็มเหนี่ยว แต่ถูกปฏิเสธโดย มาร์คัส ฮาห์นีมันน์


นาทีที่ 8 วูลฟ์แฮมป์ตัน ต้องเสีย เดวิด เอ็ดเวิร์ดส์ ที่บาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง สตีเฟ่น ฮันท์ ลงเล่นแดนกลางแทน


เกมรุกของ เดอะ กันเนอร์ส ยังไหลลื่นกว่ามาก นาทีที่ 18 อาร์ชาวิน ไหลบอลกลับหลังให้ เชส ฟาเบรกาส กดในกรอบโทษเหน่งๆ ไปตรงตัว ฮาห์นีมันน์


หมาป่า เพิ่งมีโอกาสลุ้นจะจะครั้งแรกในนาทีที่ 27 สตีเฟ่น ฮันท์ เปิดฟรีคิกไปให้ เควิน ดอยล์ ขึ้นโหม่งลูกถนัดแล้ว แต่บอลข้ามคาน จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ 1-0


ครึ่งหลัง รูปเกมของ วูลฟ์แฮมป์ตัน ดีขึ้นมาก ตั้งแต่นาทีแรก แจ็ค วิลเชียร์ ไปลื่น ปล่อยให้ แม็ทธิว จาร์วิส เปิดบอลเกือบถึง เนนาด มิลิยาส ได้ยิง แต่ถูก บาการี่ ซานย่า บล็อคเอาไว้ได้หวุดหวิด


นาทีที่ 57 เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้ง เควิน ดอยล์ ตะบันด้วยเท้าซ้ายระยะ 20 หลา ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ต้องพุ่งปัดข้ามคานออกไป และจากลูกเตะมุมของ เนนาด มิลิยาส ไปให้ ริชาร์ด สเตียร์แมน ซัดไปติด โรซิชกี้ เตะสกัดได้ออกจากเส้นประตู


หมาป่า มีโอกาสหลายครั้งแต่ทำไม่ได้ นาทีที่ 64 แม็ทธิว จาร์วิส เปิดบอลให้ สตีเฟ่น ฮันท์ ขึ้นโหม่งหลุดเสาออกไป


นาทีที่ 65 ปืนใหญ่ น่าได้เม็ดสองมากกว่า อังเดร อาร์ชาวิน ลากบอลตัดเข้ากลางแล้วซัดเท้าขวาเต็มเหนี่ยว บอลพุ่งไปชนเสากระดอนออกมาเต็มๆ


หลังจากนั้นทีมเยือนประคองเกมเอาไว้ได้ กระทั่งช่วงทดเจ็บ อาร์เซน่อล ได้ประตูฝัง 2-0 ฟาเบรกาส ไหลบอลให้ ชามัค หลุดแผงหลังหมาป่าเข้าไปซัดผ่าน ฮาห์นีมันน์ นิ่มๆ เป็นประตูที่สองของดาวยิงโมร็อกโกในเกมนี้


จบเกม อาร์เซน่อล บุกชนะ วูลฟ์แฮมป์ตัน 2-0 แก้ตัวเก็บสามแต้มได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
วูลฟ์แฮมป์ตัน : มาร์คัส ฮาห์นีมันน์, เควิน โฟลี่ย์, ริชาร์ด สเตียร์แมน, คริสตอฟ เบอร์ร่า, สตีเฟ่น วอร์ด, เดวิด เอ็ดเวิร์ดส์, ไมเคิ่ล มานเซียนน์, คาร์ล เฮนรี่, เนนาด มิลิยาส, แม็ทธิว จาร์วิส, เควิน ดอยล์
สำรอง : เวย์น เฮนเนสซี่ย์, จอร์จ เอโลโคบี้, สตีเว่น มูโยโคโล่, เยลเล่ ฟาน ดัมม์, สตีเฟ่น ฮันท์, สตีเว่น เฟล็ทเชอร์, ซิลแว็ง อีแบงค์ส-เบล๊ค

อาร์เซน่อล : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, บาการี่ ซานย่า, โยฮัน ฌูรู, เซบาสเตียง สกิลลาชี่, กาแอล กลิชี่, อเล็กซ์ ซง, แจ็ค วิลเชียร์, โทมัส โรซิชกี้, เชส ฟาเบรกาส, อังเดร อาร์ชาวิน, มารูอาน ชามัค
สำรอง : วอยเช็ก เซสนี่, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, เดนิลสัน, ซามีร์ นาสรี่, ธีโอ วัลค็อตต์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, นิคลาส เบนท์เนอร์

ผู้ตัดสิน : มาร์ค ฮัลซี่ย์

ที่มา : สยามสปอร์ต

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หาดใหญ่กับโรคที่ไม่มียารักษา

โดย : ดาวเรือง รัตนะ
Life Style/กรุงเทพธุรกิจ


แม้น้ำสูงกว่า 3 เมตรจะอันตรธานไปแล้ว แต่ชาวหาดใหญ่ยังคงหวาดผวาถึงการมาของอุทกภัยครั้งใหม่ ตรวจอาการป่วยไข้น่าจะเข้าข่าย "โรคกลัวน้ำ"

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อาร์เซน่อล 0 - นิวคาสเซิ่ล 1

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม : เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม


อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเดอะ กันเนอร์ส ปรับแนวรุกเล็กน้อยส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ ลงเล่นแทน อังเดร อาร์ชาวิน มี มารูอาน ชามัค ยืนค้ำแดนหน้า ส่วน นิวคาสเซิ่ล ยังใว้ใจในคู่หัวหอก แอนดรูว์ คาร์โรลล์ กับ โชล่า อเมโอบี้

น.12 อาร์เซน่อลพลาดได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงฟรีคิก 30 หลาของเชส ฟาเบรกาส ปั่นไปแฉลบกำแพงผ่านมือ ทิม ครูล ไปแล้วแต่บอลชนคานอย่างน่าเสียดาย


น.18 เดอะ กันเนอร์สมีลุ้นต่อเนื่อง ฟาเบรกาส อาศัยความสามารถเฉพาะพาบอลเข้าเขตโทษก่อนพลิกตัวยิงระยะ 15 หลาบอลพุ่งตรงกรอบแต่ไปติดบล็อกออกหลัง

น.39 ทีมเยือนพลาดเสียบอลในแดนตัวเองเกือบทำให้ตามหลัง เมื่อ ซามีร์ นาสรี่ ไหลเข้าช่องให้ เชส ฟาเบรกาส หลุดเข้าเขตโทษด้านขวายิงยัดเสาแรกติดเซฟ ทิม ครูล

น.40 จังหวะต่อเนื่อง ฟาเบรกาสเล่นเตะมุมสั้นรับบอลคืนกลับมาก่อนบรรจงไหลใส่พานให้ นาสรี่ ตวัดยิงแถวเส้นโทษบอลกำลังเสียบใต้คานแต่ ครูล พุ่งปัดได้ปลายมืออย่างยอดเยี่ยม

นาทีสุดท้ายเป็นนิวคาสเซิ่ลที่บุกมานำ 1-0 จากจังหวะที่ โจอี้ บาร์ตัน เปิดฟรีคิกกลางสนามไปหน้าประตู แอนดรูว์ คาร์โรลล์ ขึ้นโหม่งตัดหน้า ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ตุงตาข่ายโล่งๆ เข้าไป

ครึ่งหลังนาที 48 แจ็ค วิลเชียร์ แทงบอลทะลุแนวรับทีมเยือนเข้าไปในกรอบโทษฝั่งขวาธีโอ วัลค็อตต์ แตะบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวาเต็มๆบอลพุ่งชนคานกระดอนอย่างจัง

น.67 ทีมเยือนได้ลุ้นเมื่อกองหลังเจ้าถิ่นโหม่งเคลียร์ลูกเตะมุมไม่ขาดแอนดี้ แคร์โรลล์ ได้ซัดในกรอบแต่บอลแฉบลนักเตะอาร์เซน่อลออกหลังไป

น.81 อังเดร อาร์ชาวิน แตะบอลหนีกูเตียร์เรซพาเข้าไปในกรอบแล้วบรรจงเปิดให้เชส ฟาเบรกาส พุ่งโหม่งตรงจุดโทษแต่บอลตรงตัว ทิม ครูล

น.83 นิวคาสเซิ่ลได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิกราว 30 หลาโจอี้ บาร์ตัน วิ่งเข้าซัดด้วยขวาบอลทะลุกำแพงแต่ตรงตัวลูคัส ฟาเบียนสกี้ ล้มตัวรับเข้าซองหนึบ

ช่วงทดเจ็บโลร็องต์ กอสซิแอลนี่ไปเหนี่ยวเรนเจอร์สที่กำลังจะแตะบอลหลุดเดี่ยวล้มลง ไมค์ ดีน เป่าฟาวล์พร้อมควักใบแดงไล่กอสซิแอลนี่ออกจากสนามไปจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมอาร์เซน่อล พ่าย นิวคาสเซิ่ลคาบ้าน0-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล : ลูคัส ฟาเบียนสกี้,บาการี่ ซานย่า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, เซบาสเตียง สกิลลาชี่, กาแอล กลิชี่,ธีโอ วัลค็อตต์, อเล็กซ์ ซง, แจ็ค วิลเชียร์, เชส ฟาเบรกาส,ซามีร์ นาสรี่,มารูอาน ชามัค

นิวคาสเซิ่ล : ทิม ครูล,แดนนี่ ซิมพ์สัน, ไมค์ วิลเลียมสัน, ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่, โฆเซ่ เอ็นริเก้,โจอี้ บาร์ตัน, ชีค ติโอเต้, เควิน โนแลน, โฮนาส กูเตียร์เรซ ,โชล่า อเมโอบี้, แอนดรูว์ แคร์โรลล์

ที่มา : สยามสปอร์ต

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ธรรมชาติ


ปีนี้อากาศหนาวรีบร้อนมาพบกับชาวไทยโดยไม่ยอมรอให้น้ำท่วมหายหน้าหายตาไปก่อน

กรมอุตุฯรายงานว่า ปีนี้ฝนตกชุก เป็นเหตุให้ความหนาวป้วนเปี้ยนอยู่ในเมืองไทยนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ฝนกับหนาว หรือน้ำกับอากาศ ทำไมจึงมาสัมพันธ์กันด้วยก็ไม่รู้

หนาวยาว ยิ่งยาวเท่าใดคนไทยชอบ แต่ต้องหมายถึงหนาวแบบธรรมดา ๆ

ถ้าเป็นการหนาวจัด คงไม่มีผู้ใดชอบ ยกเว้นคนขายเสื้อหนาว และคนที่หากินกับความหนาว

นับว่าเมืองไทยโชคดี ที่บริเวณส่วนใหญ่มีอากาศหนาวพอดิบพอดี

ภารกิจล่าฝัน 4,095.2 เมตร คินาบาลู


“คินาบาลู” ชื่อนี้เข้ามาในหัวครั้งแรกเมื่อราว 6 เดือนก่อนตอนได้รับมอบหมายว่า จะต้องไปปีนเขาที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาข้อมูลเกี่ยวกับคินาบาลูก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง กลายเป็นภารกิจพิชิตฝันที่ต้องมุ่งมั่นฟันฝ่าทำให้สำเร็จ 


คินาบาลู เป็นอุทยานแห่งชาติของมาเลเซียอยู่ในรัฐซาบาห์ และยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของมาเลเซียอีกด้วย ที่นี่มีพืชพรรณ 5,000 -6,000 สายพันธุ์ หลายชนิดพบได้เฉพาะที่นี่ด้วย อย่าง บัวผุดราฟเฟิลเซีย, หม้อข้าวหม้อแกงลิงขนาดใหญ่ และ กล้วยไม้รองเท้านารีบางสายพันธุ์

การจะไปปีนเขาคินาบาลูไม่ ใช่ว่าคิดจะไปก็เดินทางไปได้ทันที ต้องวางแผนกันล่วงหน้า 3-4 เดือนต้องจองที่พักกันก่อน เพราะมีการจำกัดนักปีนเขาได้วันละ 200 คน เนื่องจากบ้านพักบนยอดเขามีจำกัด

อุทยานแห่งชาติคินาบาลูอยู่ห่างจากเมืองโคตา คินาบาลู เมืองเอกของรัฐซาบาห์ราว 90 กิโลเมตร เราไปรายงานตัวแสดงความจำนงว่าจะปีนเขา ก็จะได้บัตรประจำตัวที่มีชื่อและรหัสมาเพื่อแขวนติดตัวตลอดการขึ้นเขา




เรานอนพักที่บ้านพักอุทยานก่อนในคืนแรก ที่นี่เอกชนประมูลเข้ามาบริหารจึงหรูหราสะดวกสบายราวกับโรงแรม ตื่นกันแต่เช้าเพราะไกด์บอกว่า เดินทางเช้าที่สุดจะดีกว่า เพราะเราเดินไปถ่ายทำรายการไปคงใช้เวลาตลอดวัน ความสูงของคินาบาลู 4,095.2 เมตร เส้นทางเดินระยะทาง 8.7 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 ช่วง วันแรกเดิน 6 กิโลเมตรขึ้นไปนอนที่บ้านพักลาบานราตา ก่อนจะตื่นตีหนึ่งครึ่งเดินต่อให้ถึงยอดเขาอีก 2 กิโลเมตรกว่าๆ เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น

เส้นทางขึ้นเขามีให้เลือก 2 ทางคือผ่านประตูทิมโปฮอน ซึ่งสั้นกว่าและเดินง่ายกว่า กับทางประตูเมซิลัว แน่นอนเราเลือกทางสั้นกว่าอยู่แล้ว ที่นี่เราต้องตรวจบัตรลงเวลาการขึ้นเขา ช่วงแรกก็ยังร่าเริงมีกำลังแรงดีอยู่ เดินไปชมนกชมไม้กันไป สัก 200 เมตรกว่าๆ ยังเจอน้ำตกเย็นฉ่ำอีกด้วย แต่หลังจากนั้นเส้นทางของเราก็มีแต่ขึ้น กับขึ้น และขึ้นอย่างเดียวเลย

ผู้รู้แนะนำว่า เคล็ดลับการขึ้นเขาให้เดินช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน เพราะยิ่งสูงอากาศยิ่งเบาบางจะเหนื่อยง่าย ยิ่งระดับความสูง 3,000 เมตรอาจแพ้ความสูงแล้วหน้ามืด อาเจียนได้ เราก็เลยยึดถือคำแนะนำเคร่งครัด เดินไปพักไป ตลอดเส้นทางก็มีศาลาที่พักให้เป็นระยะๆ ห่างกันสัก 1 กิโลเมตร มีห้องน้ำและแท็งก์น้ำดื่มบริการ

ระยะทาง 6 กิโลเมตรแรกถึงที่พักลาบานราตา เราใช้เวลาเดิน 9 ชั่วโมงครึ่ง ห้องพักที่นี่เป็นห้องนอนรวมเตียง 2 ชั้น มีห้องอาหารให้บริการเป็นเวลา มาไม่ทันก็อดกิน กลุ่มที่ปีนเขาไปพร้อมกับเราวันนี้มีแต่ฝรั่งเลยทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่สกี รีสอร์ตแถวยุโรปเลยเชียว

ตีหนึ่งครึ่งตื่นมากินอาหารเช้ารองท้อง เตรียมพร้อมทั้งเสื้อกันหนาวกันลม, ถุงมือ, ไฟฉาย ก่อนออกเดินทางฝ่าความหนาว 7 องศาขึ้นไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขา ช่วง 2.7 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นยอดเขาหินผา แบ่งเป็น 3 ช่วง ที่ขอตั้งชื่อให้สมกับความสมบุกสมบันว่า ด่านบันไดมฤตยู ที่เป็นบันไดไม้ไต่ไปตามริมหน้าผา, ด่านเชือกผามหาภัย ที่ต้องสาวเชือกดึงตัวเองขึ้นไป และด่านหินเลี่ยนโล่ง ที่เป็นหินผาลาดเอียงมีเพียงเชือกให้ไต่ขึ้น มองขึ้นไปเห็นแสงไฟจากไฟฉายไต่ขึ้นไปเป็นสาย สูงขึ้นไปเรื่อยๆ มองตามไปก็เกือบจะถอดใจหลายรอบ


ถึงกิโลเมตร 7 แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าแล้ว หมดหวังที่จะได้เห็นแสงแรกของวันที่จุดสูงสุดของยอดเขา แต่ไม่เป็นไร ให้คนอื่นขึ้นไปกันให้หมด เราขอแค่ให้ได้ถึงยอดก็พอไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร และแล้วเราก็ได้ถึงยอด Low’s Peak ยอดสูงสุด 4,095.2 เมตร เมื่อเวลา 8 โมงครึ่ง คนอื่นลงกันไปหมดแล้ว เราก็ยึดยอดเขาเป็นของเราแต่เพียงกลุ่มเดียว ถ่ายรูปเก็บภาพกันสบายไม่ต้องติดหัวติดหน้าใครเข้ามาในเฟรม นี่แหละข้อดีของการไม่แข่งขันกับใคร


นอกจากยอด Low’s Peak ที่สูงสุดจุดหมายปลายทางแล้ว ยอด South Peak ยังเป็นยอดเขาที่ดูจะคุ้นตาผู้คนมากที่สุด เพราะไม่ว่าใครที่มาก็มักจะถ่ายรูปยอดนี้ไปอวดเพื่อนเสมอๆ และยังเป็นภาพที่อยู่หลังธนบัตร 1 ริงกิตของมาเลเซียอีกด้วย

อยากจะนั่งชมวิวนานๆ ให้คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยที่อุตส่าห์ตะเกียกตะกายฝ่าฟันขึ้นมา แต่อากาศไม่ค่อยเป็นใจนัก อุณหภูมิบนนั้นราว 5 องศาเซลเซียส ยิ่งมีลมพัดมาก็ยิ่งหนาวไปอีก แม้จะมีเสื้อกันหนาวกับถุงมือก็ไม่ช่วยคลายเท่าไรนัก นี่เองที่เขาว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว


เมื่อมีขึ้นแล้ว ก็ต้องมีลง ตอนขึ้นมายังมืดๆ มองไม่เห็นว่าหน้าผามันสูงแค่ไหน แต่ขาลงมันสว่างคาตาแล้ว มองไปเห็นหน้าผาสูงมาก ให้ขึ้นกลางวันคงจะมีถอดใจแน่ๆ เราต้องลงให้ถึงที่ทำการอุทยานในวันนี้รวดเดียว ขาลงทำให้เราเข้าใจผู้สูงอายุที่เดินแล้วปวดเข่าได้เป็นอย่างดี เพราะแต่ละย่างก้าวของเรามันปวดและทรมานอย่างบอกไม่ถูก ขาลงเราก็ใช้เวลารวมแล้ว 8-9 ชั่วโมงเหมือนกัน

แล้วภารกิจพิชิตฝันของเรา ก็สำเร็จลงได้ด้วยดี

http://www.oknation.net/blog/twin
ไลฟ์สไตล์/คมชัดลึก