หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

ศรีอยุธยา (5)

ท้าวศรีสุดาจันทร์ไม่ใช่ชื่อคน แต่เป็นตำแหน่งพระสนมเอกของพระเจ้าแผ่นดินสมัยก่อนซึ่งมีเมียได้หลายคน พระสนมเอก มี 4 ตำแหน่ง คือ ท้าวอินทรสุเรนทร์ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวอินทรเทวี และท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ส่วนท้าวอื่น ๆ ไม่ใช่ตำแหน่งพระสนมเอก เป็นสตรีทำหน้าที่อื่น ๆ ในวังหรือตั้งเป็นเกียรติยศ รัชกาลปัจจุบันเคยตั้งผู้ดูแลพระราชฐานชั้นในเป็นท้าวโสภานิเวศน์ ตั้งหม่อมบางมารดา ม.ล.บัว กิติยากร (คือพระอัยยิกาหรือยายของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินาถ) เป็นท้าววนิดาพิจาริณี


พระสนมเอกคือเมียพระเจ้าแผ่นดินที่ไม่ถึงขั้นเป็นเจ้าหรือพระมเหสี แต่ก็เป็นใหญ่กว่าเมียเล็กเมียน้อยอื่น ๆ หรือเจ้าจอมหม่อมสนมธรรมดา เวลาเข้าเฝ้าจะมีที่นั่งเป็นพิเศษ สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงยกย่องเจ้าจอมมารดาแพ ซึ่งเป็นหม่อมมาก่อนครองราชย์ เป็นพระสนมเอกมีตราตั้งมีเครื่องยศหีบหมากทองคำ ภายหลังเป็นเจ้าคุณพระประยูรวงศ์


ปกติพระสนมเอกแม้จะเป็นใหญ่ก็ไม่เคยเห็นใครยุ่งกับการเมือง คงทำแต่หน้าที่ปรนนิบัติพัดวีไปตามเรื่อง สมัยอยุธยานั้นผู้หญิงกับการเมืองเป็นอันแยกจากกันเด็ดขาด ห้ามเกี่ยวข้อง นี่ถ้ามาเกิดในสมัยนี้เห็นคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีคงช็อกตาย! แต่ท้าวศรีสุดาจันทร์น่าจะเป็นคนเก่ง ประกอบกับมีนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูง ลงท้ายนั่งทูลนอนทูลกันอีท่าไหนไม่รู้ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เอ๊ย! สมเด็จพระไชยราชาธิราชไว้ใจให้เป็นผู้รักษาเมืองเวลาไปรบ แต่แล้วก็ถูกเมียรักวางยาจนสวรรคต พอยกลูกเป็นกษัตริย์ได้ไม่นานก็วางแผนจับลูกฆ่าอีกคนแล้วยกชู้ขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 15

บางคนว่าเป็นกรรมเวรสมเด็จพระไชยราชาธิราชที่ฆ่าหลานอาแท้ ๆ แย่งราชบัลลังก์มาก่อน!

สมัยที่ชู้ซึ่งเลื่อนขั้นมาจากพนักงานเฝ้าหอพระ มีหน้าที่เปิดปิดประตู จุดธูปเทียน แกว่งกำยาน ก่อกองกูณฑ์ นำสวดมนต์ เวลาพระเจ้าแผ่นดินเสด็จบูชาพระ ได้เป็นกษัตริย์นั้นเรียกกันว่าขุนวรวงศาธิราช ก็เป็นกษัตริย์ไปอย่างนั้นเองเพราะยังไม่ได้บรมราชาภิเษกสวมมงกุฎ ขุนนางทั้งปวงก็ไม่นับถือ นักประวัติศาสตร์หลายคนไม่ยอมรับเป็นกษัตริย์ด้วยซ้ำ ถ้าไม่นับ อยุธยาก็มีกษัตริย์ 33 พระองค์ ถ้านับก็จะมี 34 รัชกาลในที่นี้ผมขอนับนะครับ เพราะท่านอยู่ในราชสมบัติตั้ง 42 วัน

ระหว่างนั้นท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นใหญ่ไม่ใช่เล่น ผู้คนเรียก “แม่หยัวเมือง” หรือแม่ยั่วเมือง คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมาริลีน มอนโร ยั่วมาจากหยัว และหยัวมาจากอยู่หัว ลองอ่านเร็ว ๆ ดูสิครับ

เจ้านายและขุนนางชิงชังทั้งขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ คิดว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้ บ้านเมืองจะเป็น “ทุรยศ” จนถึงเสียบ้านเสียเมือง จึงคิดจะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ผู้นำสำคัญคือขุนพิเรนทรเทพ ในหนังท่านมุ้ยคือฉัตรชัย เปล่งพานิช ราชทินนาม “พิเรนทรเทพ” เป็นชื่อขุนนางฝ่ายตำรวจ สมัยหนึ่งขุนพิเรนทรเทพผู้หนึ่งเวลาสอบสวนผู้ร้าย แกชอบใช้วิธีแปลก ๆ สงสัยจะทำแบบตำรวจสมัยหลังที่ใช้ไฟลนไข่บ้าง เอาแมงป่องไต่ตามขาบ้างหวังจะให้สารภาพ ใครทำอะไรแปลกก็เลยถูกเรียกว่า “ทำพิเรนทร์” หนักเข้าพิเรนทร์เลยแปลว่าพิลึก!

ที่วรจักรมีวัดชื่อวัดพระพิเรนทร์ ไม่ได้แปลว่าพระวัดนี้ชอบทำอะไรแปลก ๆ แผลง ๆ แต่สมัยรัชกาลที่ 3 พระพิเรนทรเทพ เจ้ากรมพระตำรวจได้บูรณะวัดนี้ขึ้นใหม่จึงได้ชื่อตามผู้สร้าง

ขุนพิเรนทรเทพเชื้อสายเจ้าสุโขทัยที่ลงมาอยู่อยุธยานานแล้วกับพวกร่วมกันจับขุนวรวงศาธิราช ท้าวศรีสุดาจันทร์และลูกฆ่า แล้วไปทูลเชิญพระเทียรราชา น้องสมเด็จพระไชยราชาธิราชให้สึกจากพระมาเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ราชาธิราชเจ้า รัชกาลที่ 16ทีนี้ชักคุ้น ๆ แล้วใช่ไหมครับ! เวลาเรียนประวัติศาสตร์ไทย ครูมักจับจุดเริ่มตั้งแต่รัชกาลนี้จะได้ไปให้ถึงสมเด็จพระนเรศวรเร็ว ๆ คนไทยจึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องสมเด็จพระอินทราชา (เจ้านครอินทร์) ไปเมืองจีน สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ที่ 2) หรือเจ้าสามพระยาสร้างวัดราชบูรณะรวมทั้งกรุมหาสมบัติ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจัดระเบียบราชการใหม่ สมเด็จพระรามาธิบดี (ที่ 2) ทำการค้ากับโปรตุเกส สมเด็จพระไชยราชาธิราชรบกับพม่าครั้งแรกและให้ขุดแม่น้ำเจ้าพระยาสายตรงที่หน้าธรรมศาสตร์จนถึงปากคลองตลาด

ก่อนผนวช สมเด็จพระมหาจักรพรรดิมีพระชายาอยู่ก่อนแล้วคือพระสุริโยทัย (ในหนังท่านมุ้ยสะกดใหม่ว่าสุริโยไท) มีพระราชโอรสที่ควรรู้จักคือพระราเมศวรและพระมหินทร์ มีพระราชธิดาที่สำคัญคือพระสวัสดิราช ความดีของขุนพิเรนทรเทพยิ่งใหญ่มากจึงทรงตั้งเป็นพระมหาธรรมราชา ส่งขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก แค่นี้ก็ใหญ่เอาการเพราะพิษณุโลกเป็นเมืองสำคัญที่สุดรองจากอยุธยา และพระราชทานพระสวัสดิราชไปเป็นพระชายา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์ คนนี้คือแม่สมเด็จพระนเรศวร (ช่วยจำด้วยว่าพระมหาธรรมราชามีเชื้อสายเจ้าสุโขทัย)

บัดนี้พระมหาธรรมราชาก็เป็นลูกเขยกษัตริย์อยุธยาแล้วแต่ก็ไม่ค่อยถูกชะตากับพี่น้องฝ่ายเมียนัก

สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดินั้น พม่ายังแค้นไม่หายที่เคยแพ้สงครามเชียงกราน จึงเข้ามาตีตามชายแดนอยู่เนือง ๆ พอรู้ว่าอยุธยาเปลี่ยนกษัตริย์ พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ก็ให้ยกทัพใหญ่เข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ (บัดนี้เป็นกองหินเล็ก ๆ สามกอง) แถวกาญจนบุรีซึ่งเป็นเส้นทางเดินทัพที่ใกล้ที่สุด ผ่านเข้ามาถึงป่าโมกแล้วมาหยุดทัพอยู่ที่ทุ่งลุมพลีนอกเกาะอยุธยา คนละฝั่งแม่น้ำกัน

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิยกทัพออกไปหยั่งกำลังพม่าที่ทุ่งลุมพลี ว่ากันว่าไม่รู้ว่าสมเด็จพระสุริโยทัย พระอัครมเหสีแต่งพระองค์ปลอมเป็นชายเข้ากระบวนทัพไปช่วยรบด้วย พระเจ้าแปรแม่ทัพพม่าออกต่อสู้จนถึงทำยุทธหัตถีกัน (รบบนหลังช้าง) ขณะจะฟันสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระสุริโยทัยถลันช้างเข้าขวางเลยถูกฟันสิ้นพระชนม์ พอรู้ว่าเป็นหญิง พม่าตกใจถอยทัพกลับไปตั้งตัวใหม่ เพราะปกติแล้วผู้หญิงจะไม่มาเกี่ยวกับสงครามและราชการงานเมือง ทางอยุธยารับพระศพกลับเข้ากรุง ถวายพระเพลิงและก่อเจดีย์ครอบไว้ ยังมีอยู่จนบัดนี้เรียกว่าเจดีย์ศรีสุริโยทัยทาสีทองอร่ามงามตา

ครูควรพานักเรียนไปชม เล่าประวัติศาสตร์ให้ฟัง อีกแห่งที่ทุ่งลุมพลี มีพระราชานุสรณ์สถานเป็นพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย วีรสตรีอยุธยาพระองค์แรก ภูมิสถานสวยงามมาก ควรพานักเรียนไปชมด้วย ไม่ใช่ให้ไปดูเพื่อเกลียดชังพม่า การรบเป็นเรื่องของการเมือง ความอยู่รอดและค่านิยมสมัยนั้น แต่ไปดูเพื่อให้รู้ว่ายามบ้านเมืองไม่สงบทุกคนล้วนมีหน้าที่ของตนทั้งนั้น และถ้าจะตายเพื่อชาติก็ต้องยอม

อธิบายอีกครั้งว่าพม่าและมอญนั้นเดิมเป็นคนละอาณาจักรกัน เมืองหลวงพม่าเมื่อก่อนคืออังวะ เมืองหลวงมอญคือหงสาวดี ต่อมาพวกพม่าสายไทยใหญ่แยกมาตั้งกรุงตองอูต่างหาก ตองอูยิ่งใหญ่มากจนตีพม่าได้ และครอบครองอังวะ และยังไปตีมอญได้อีกจึงครอบครองหงสาวดี โดยผนวกเข้าด้วยกันเป็นอาณาจักรพม่าหมด มอญแท้ ๆ นั้นไม่ชอบพม่านักเพราะทำให้เขาเสียบ้านเสียเมืองมาจนบัดนี้ พวกนี้ถ้ามีโอกาสจะสมัครใจเข้ามาสวามิภักดิ์อยุธยามากกว่า

สมัยพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และกษัตริย์องค์ต่อมาคือพระเจ้าบุเรงนองได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่หงสาวดี ยามใดที่กษัตริย์พม่ายกทัพจากอังวะมาตีไทย พงศาวดารจะเรียกว่าพระเจ้ากรุงรัตนบุระอังวะ ยามใดยกมาจากตองอูจะเรียกว่าพระเจ้ากรุงตองอู ยามใดที่ยกมาจากหงสาวดี จะเรียกว่าพระเจ้ากรุงหงสาวดี (ซึ่งก็คือกษัตริย์พม่า แต่ทหารเกณฑ์มีทั้งพม่า มอญ ไทยใหญ่)

เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้สวรรคต กษัตริย์พระองค์ใหม่ไม่ใช่พระเจ้าตะโกนชะเวตี้ แต่คือพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศ ทรงทราบว่าอยุธยาได้ช้างเผือกมาถึง 7 ช้าง จึงทำทีมาขอแบ่ง 2 ช้าง ไทยไม่ให้ พระเจ้าบุเรงนองจึงจัดทัพใหญ่มารบเรียกว่าสงครามช้างเผือก จนกระทั่งมาเหยียบถึงชานกรุงศรีอยุธยาขนาดตะโกนพูดกันได้ จึงเชิญสมเด็จพระมหาจักรพรรดิออกไปเจรจาตามแผนการปรองดองระงับการทำสงคราม คงคล้าย ๆ คราวนายกฯ อภิสิทธิ์เจรจากับกลุ่มคุณจตุพรนั่นแหละ โดยปลูกพลับพลาเจรจาต้าอวยกันแถววัดหน้าพระเมรุ (วัดนี้ยังอยู่ พระประธานงามนักหนา ครูควรพานักเรียนไปชม) เพราะสมัยนั้นยังไม่มีสถาบันพระปกเกล้าให้เป็นที่เจรจา

การเรียกช้างนั้น ถ้าเป็นช้างป่าช้างบ้านจะเรียกเป็นตัว ถ้าเป็นช้างหลวงที่ขึ้นระวางแล้วจะเรียกเป็นเชือก แต่ถ้าเป็นช้างเผือกจะเรียกเป็นช้าง เอเชียถือว่าการที่พระมหากษัตริย์ได้ช้างเผือกมาในระหว่างครองราชย์แสดงถึงบุญญาธิการยิ่งใหญ่ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ชื่อว่าพระเจ้าช้างเผือกเพราะได้ช้างมาสู่พระบารมีหลายช้าง พระเจ้าบุเรงนองรู้ว่าช้างเผือกเป็นของรักของหวงจึงแต่งอุบายมาขอแบ่งช้างเผือก

เจรจาคราวนี้พระเจ้าบุเรงนองต่อรองว่ามาทั้งที ช้างเผือก 2 ช้างไม่พอเสียแล้ว ต้องขอ 4 ช้างจึงจะคุ้มค่าเดินทาง ไทยเห็นว่าพม่าล้อมหมดแล้วก็ต้องยอมแม้จะยังไม่เสียกรุง ผู้ชนะสิบทิศยังขอพระราเมศวรรัชทายาทหรือพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ไปอยู่พม่าอีกด้วยคงหวังเป็นตัวประกัน ซึ่งเราก็ยอม แต่หลังจากนั้นยังมีการต่อสู้ต่อพันกันตามหัวเมืองภาคเหนืออีกจนสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเหนื่อยหน่ายเต็มทีสละราชสมบัติให้พระมหินทร์ พระราชโอรสที่เหลืออยู่เป็นกษัตริย์ รัชกาลที่ 17 ทรงพระนามว่าสมเด็จพระมหินทราธิราช ต่อมาก็ทรงหวนกลับมาครองราชย์ใหม่อีกหน ไม่นานก็สวรรคต สมเด็จพระมหินทราธิราชขึ้นเป็นกษัตริย์ครั้งที่ 2

ขณะนั้นพม่ายกทัพใหญ่มาล้อมกรุงอีกแล้วเพราะมีเรื่องอื่นเข้ามาทำให้พม่าหาเหตุได้ใหม่ พระเจ้าบุเรงนองคุมทัพหลวง ทัพอื่นมีพระมหาอุปราช พระเจ้าแปร พระเจ้าตองอู พระเจ้าอังวะ พระเจ้าหงสาวดีเป็นแม่ทัพเรียกว่ามาหมดจากทุกเมืองใหญ่ของพม่าเพราะกะจะตีให้แตก ที่สำคัญคือมีทัพพระมหาธรรมราชาจากพิษณุโลกมาสมทบด้วย แล้วจะเล่าว่าทำไมจึงไปร่วมด้วยช่วยกันกับพม่าเสียแล้ว

เดือน 9 ปีมะเส็ง พ.ศ. 2112 พม่าซึ่งล้อมอยุธยาอยู่ราว 7 เดือน นำโดยพระเจ้าบุเรงนองก็ลั่นกลองรบบุกเข้าตีกรุงศรีอยุธยาแตกจนตกเป็นเมืองขึ้นสมใจพม่าเป็นครั้งแรกในรัชกาลสมเด็จพระมหินทราธิราชนี่เอง.

“การเรียกช้างนั้น ถ้าเป็นช้างป่าช้างบ้านจะเรียกเป็นตัว ถ้าเป็นช้างหลวงที่ขึ้นระวางแล้วจะเรียกเป็นเชือก แต่ถ้าเป็นช้างเผือกจะเรียกเป็นช้าง เอเชียถือว่าการที่พระมหากษัตริย์ได้ช้างเผือกมาในระหว่างครองราชย์แสดงถึงบุญญาธิการยิ่งใหญ่ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ชื่อว่าพระเจ้าช้างเผือกเพราะได้ช้างมาสู่พระบารมีหลายช้าง”


วิษณุ เครืองาม
@เดลินิวส์ 13 กันยายน 2554

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ยิปซีพยากรณ์ วันที่ 11 กันยายน 2554

พยากรณ์ในวันที่ 11 ก.ย. – 17 ก.ย. 2554

ราศีมังกร (16 ม.ค.-12 ก.พ.)  

   
ท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส มีแสงแห่งความหวังโปรยปรายมาให้คุณได้ดีใจ “ไพ่ จัดจีเม้นท์ ” จากสิ้นหวังเป็นสมหวัง การงานมีผลงานเป็นที่รู้จัก ผู้ใหญ่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ จะหยิบจับทำอะไรก็มีคนคอยช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกสนุกและสบายใจไปกับสิ่งที่ทำ ช่วงกลางมีช่องทางเสริมทำให้โอกาสก้าวหน้ามีมากขึ้น และเงินในกระเป๋าก็เพิ่มขึ้นด้วย การเงินอุ่นใจ มีรายได้หลักเสมอต้นเสมอปลาย ช่วงนี้กำลังเก็บเงินเพื่อลงทุน หรือซื้อหาของที่อยากได้ มีดวงสมหวังแน่นอน  ความรักคนโสดไม่เดียวดายเหงาหงอยอีกต่อไป ช่วงกลางมีคนมาหยิบยื่นความรู้สึกที่ดีให้ ส่วนคนมีแฟนแล้วรักกันดูดดื่ม เหมือนแรกรักกันใหม่ๆ พยายามหาสิ่งดีๆมาให้กันจะทวีความประทับใจให้มากขึ้น


ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-13 มี.ค.)
   
สับสนกับความคิดของตัวเอง จึงทำอะไรไม่ค่อยจะถูก ช่วงปลายมีดวงเดินทางไกล ย้ายงาน เปลี่ยนที่อยู่  การงานเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามา ช่วงต้นวุ่นวาย งานเยอะ มีแต่คนหาปัญหามาให้ ทุกอย่างเร่งด่วน เจอกับปัญหาเดิมๆ  ให้อดทนเอาไว้ก่อน โอกาสและช่องทางที่ดียังไม่มีเข้ามา  “ไพ่ 2 เหรียญ” การเงินหมุนตัวเป็นเกลียว รายจ่ายทุกอย่างมาชนกันจนกลายเป็นก้อนใหญ่ ต้องหาวิธีสะสาง อย่าใช้จ่ายเกินตัว สิ่งไหนไม่จำเป็นต้องงดไว้ก่อน  ความรักทั้งเซ็งทั้งเบื่อ มีปัญหากับคนรัก แถมด้วยมือที่สามเข้ามาแทรกแซง เห็นทีจะใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาไม่ได้ ต้องใช้ความเข้าใจ ส่วนคนโสดมีรักแรกพบ แต่คงต้องศึกษากันอีกยาว อุปสรรคเยอะ

ราศีมีน (14 มี.ค.-12 เม.ย.)  
   
“ไพ่  สแตรนท์ ” เริ่มมีความเชื่อมั่นกับสิ่งที่คิดและสิ่งที่ทำมากขึ้น ทำให้คุณไปถึงฝั่งได้ไม่ยาก การงานมีผลงานเข้าตาผู้ใหญ่ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ  หากต้องตัดสินใจสักเรื่องขอให้เชื่อมั่นในตัวเองแล้วทุกอย่างจะประสบความ สำเร็จ หากกำลังอยากเปลี่ยนงาน มองหางานเสริมจะสมหวังในเร็วๆนี้  “ไพ่ 3 เหรียญ” การเงินกำลังมีโชคลาภวิ่งเข้ามาหา  ถ้าเคยช่วยเหลือใครไว้จะได้รับการตอบแทนไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินทอง หรือการช่วยเหลืออื่นๆ  ความรักคนโสดไม่เดียวดายต่อไป จะมีคนเข้ามาทำให้คุณรู้สึกกระชุ่มกระชวย ได้พบรสชาติแปลกใหม่  ส่วนคนมีแฟนแล้วหวานชื่นน่าอิจฉา เสน่ห์แรงคนรักหลงคุณหัวปักหัวปำ แค่เอ่ยปากก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ

ราศีเมษ (13 เม.ย.-13 พ.ค.)  

   
เวลานี้ทั้งใจเย็นและอ่อนโยนผิดไปเป็นคนละคน อาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลความรักจากคนใกล้ชิด การงานสบายอกสบายใจกันไป งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จทันกำหนด และได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ หากมีเจ้านายเป็นหญิงจะแช่มชื่นเป็นพิเศษ ช่วงกลางจะได้ข้อมูลใหม่ๆมาเสริมความรู้ และเพิ่มความก้าวหน้าให้มากขึ้น “ไพ่ 10 เหรียญ” การเงินเหลือเฟือ มีเป็นกอบเป็นกำ สิ่งที่ลงทุนไปจะถอนทุนคืนและมีกำไร ช่วงปลายมีดวงในการเสี่ยงลุ้น มีโชคลาภ  ความรักคนโสดกำลังเนื้อหอม มีคนมารุมล้อม ไม่ทำให้รู้สึกเหงาสักนิด ขึ้นอยู่กับคุณว่าอยากตกล่องปล่องชิ้นกับใครหรือไม่  ส่วนคนมีแฟนแล้วเหมือนได้ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันอีกหน หวานชื่นจนน่าอิจฉา

ราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)  
   
มีความคิดแปลกแหวกแนวใหม่ๆ แต่คงต้องรอจังหวะในการสานต่อ ช่วงนี้เชื่อมั่นในสัมผัสที่หกไม่ผิดหวัง ให้ระวังเรื่องสุขภาพ เจ็บป่วย อ่อนเพลียง่าย จึงไม่ควรไปเยี่ยมคนป่วย หรือไปงานศพ  การงานจังหวะไม่ค่อยดี หยิบจับทำอะไรก็ผิดพลาด ไม่ค่อยเข้าตาผู้ใหญ่ อย่าด่วนใจร้อนให้ค่อยเป็นค่อยไป ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาของคุณ  “ไพ่  เดอะ มูน” การเงินรายจ่ายเยอะ ควักจ่ายตลอด และยังต้องระวังทำของมีค่าสูญหายด้วย อย่าไว้วางใจใครมากจะถูกโกง โชคลาภหดหาย  ความรักกลายเป็นรักสามเส้า รักคนนั้นแต่เขากลับไปชอบคนอื่น คนโสดยังต้องทนเหงากันต่อไป ส่วนคนมีแฟนแล้วระหองระแหง มีปากเสียงกันบ่อย ระวังมือที่สามเข้าแทรกแซงอาจถึงขึ้นเลิกรา

ราศีเมถุน (14 มิ.ย.-14 ก.ค.)  

   
ไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ จึงต้องแสวงหาสิ่งใหม่ เป็นช่วงของการค้นคว้า และเปลี่ยนแปลง แต่อย่าคาดหวัง ความใจร้อนเอาแต่ใจตัวเองจะทำให้คุณพลาด  การงานเจอปัญหาเดิมๆ ซ้ำซากทำให้คุณ้อ อยากเปลี่ยน อยากหนี แต่อย่าพึ่งใจร้อน เป็นขาลง หยิบจับทำอะไรบุ่มบ่ามยังไม่เกิดผลดี รอสักพักจะมีช่องทางเข้ามาให้เห็น  การเงินพอมีดวงได้ลาภเป็นเงินก้อน คำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่อยู่ไกลเป็นสิ่งดี แต่อย่าทุ่มเท ให้ฟังหูไว้หูไม่เข้าข้างตัวเองจะทำให้คุณเจอทางออก  “ไพ่ เพอะ เฮอร์มิท ” ความรักคนโสดยังคงโหยหาใครสักคน แต่เพราะความช่างเลือกจึงไม่มีใครเข้าตา ส่วนคนมีแฟนแล้วเหมือนถูกปล่อยเกาะ ต้องคิดเองทำเอง คนรักไม่ค่อยมีเวลาและสนใจน้อยลง

ราศีกรกฎ (15 ก.ค.-16 ส.ค.)
   
การเริ่มต้นมักมาพร้อมอุปสรรค อย่าคาดหวังเกินความพอดีจะกลายเป็นผิดหวัง และเกิดความท้อถอย “ไพ่ 1 คทา” การงานช่วงต้นไปได้ดี โดยเฉพาะการพบปะ เจรจาต่อรอง คุณมีดวงได้ส่งรายชื่อไปอบรมความรู้เพิ่มเติม หากจะเริ่มต้นสักสิ่ง ต้องรอบคอบในทุกเรื่อง อย่าใจร้อนเพราะคุณอาจตกม้าตายในตอนจบได้  การเงินมีช่องทางหาเงินหลายทาง แต่เพราะความใจอ่อนอาจทำให้คุณต้องลำบากใจ อย่าตกปากรับคำใครหากไม่แน่ใจ เพราะความเดือดร้อนจะตามมา  ความรักคนโสดดูเหมือนความสัมพันธ์ที่แอบรักแอบชอบจะได้รับการตอบสนอง แต่หวานได้ไม่นานก็อาจต้องขม เพราะมารู้ความจริงภายหลัง ส่วนคนมีแฟนแล้วอ่อนไหวง่าย จึงมีเรื่องให้คิดมากตลอด เชื่อใจกันไว้แล้วดีเอง

ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.)  
   
“ไพ่ จัสติค ” เริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอย ตัดสินใจอะไรไม่ค่อยถูก วันนี้คิดอย่าง พรุ่งนี้คิดอย่าง ต้องหาจุดยืนของตัวเองให้เจอ  การงานช่วงต้นสับสน มีดวงถูกจับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ หรือต้องเลือกระหว่างบางสิ่ง ช่วงปลายดวงงานถึงจะรุ่ง ได้รับการยอมรับ หากมีการเปลี่ยนย้ายในช่วงนี้จะเป็นผลดีมากกว่าเสีย หากกำลังเคว้งคว้างจะได้รับข้อเสนอที่ดี  การเงินมือเติบ จ่ายแหลก อยากได้อะไรก็ต้องซื้อหามาให้ได้ ทำให้สภาพคล่องติดๆขัดๆไปบ้าง พอมีลาภจากคนไกลอยู่บ้าง  ความรักไม่ค่อยพออกพอใจคนรักสักเท่าไร บางทีอาจเป็นเพราะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของคุณทำให้จับทางไม่ถูกก็ เป็นได้ จึงไม่ควรโทษใครในตอนนี้ ส่วนคนโสดจะมีคนต่างที่ต่างถิ่นมาขอคบหา
   
ราศีกันย์ (17 ก.ย.-16 ต.ค.) 
   
ดูเหมือนจะวุ่นวายอยู่กับเรื่องเงินทอง เดี๋ยวจ่ายเดี๋ยวเข้า วางแผนกันไม่ถูก “ไพ่  วีล ออฟ ฟอร์ทูน” การงานช่วงต้นพลาดบ่อย มีดวงถูกตำหนิ อาจเป็นเพราะคุณมีเรื่องที่ต้องสะสางเยอะจึงขาดสมาธิ ช่วงกลางมีโอกาสได้แก้ตัว ได้หยิบจับงานถนัด ถ้าทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์จะมีการขยับขยายที่ดี  การเงินช่วงต้นรายจ่ายเยอะ หมุนเงินตัวเป็นเกลียว ช่วงกลางเริ่มดี มีโชคลาภ ได้รับมรดก หากชอบเสี่ยงลุ้น เล่นหุ้น ทำตามสบายมีดวงได้มากกว่าเสีย  ความรักคนโสดได้โอกาสเหมาะในการพบรักและสานต่อความสัมพันธ์ ถูกใจกันโดยบังเอิญ ส่วนคนมีแฟนแล้ว มักมีเรื่องชวนกันเสียเงิน แต่ความรักไปได้ดี แนะนำให้ทำธุรกิจร่วมกันจะช่วยทำให้เงินเพิ่มพูน

ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.)  
   
ได้พบปะผู้คนมากมาย ได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่เปิดตัวเองกว้างขึ้น ทำให้คุณมีความคิดริเริ่มและความกระตือรือร้น “ไพ่ 3 คทา” การงานได้รับการยอมรับ มีดวงได้เจอผู้ใหญ่ คนมีชื่อเสียงที่ช่วยแนะนำและจุดประกายให้คุณมีความมุ่งมั่นพยายาม มีแนวโน้มได้รับข้อเสนอที่ดี หรืองานเสริม ทำให้มีรายรับและความก้าวหน้าเร็วขึ้น การเงินหาง่ายขึ้น จึงมีสภาพคล่องดี มีโชคลาภจากคนใกล้ชิด หรือได้ยินข่าวที่น่ายินดีจากคนใกล้ตัว แต่จะเสียเงินจากคนอายุน้อยกว่า  ความรักหอมหวาน คนรักเอาใจใส่และพยายามทำความเข้าใจกันตัวคุณมากขึ้น คุณจึงไม่ควรคิดจุกคิดจิก เรียนรู้ที่จะให้โอกาส ส่วนคนโสดสนใจคนอายุน้อยกว่า แต่ก็มีอุปสรรคเยอะ ลองหันไปคบคนอายุมากกว่าน่าจะรุ่ง

ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.)  
   
บรรยากาศรอบตัวทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย จะคิดทำสิ่งใดก็มีคนสนับสนุนทำให้เรื่องดูง่าย ไม่ต้องวิตกกังวล การงานได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ ความเก่งกล้าสามารถได้รับการยอมรับ มีดวงได้รับการโปรโมชั่น ตำแหน่งหน้าที่ก้าวไกล ช่วงปลายมีดวงได้รับข้อเสนองานเสริม โดดเด่นทั้งงานหลักและงานเสริม “ไพ่ 6 เหรียญ”  การเงินมีรายจ่ายในการช่วยเหลือ การทำบุญมากกว่าสิ่งอื่น แต่ไม่ทำให้ขัดสน กลับทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น ผู้หญิงขาวอวบอายุมากกว่าจะนำลาภมาให้  ความรักคนโสดได้รู้จักคบหาคนรูปแบบใหม่ๆ สร้างความตื่นเต้นและเพิ่มประสบการณ์ชีวิต ส่วนคนมีแฟนแล้วเสน่ห์ไม่เบา คนรักเอาใจใส่ดี แถมยังมีคนมาเสนอตัวเป็นกิ๊กเพิ่ม

ราศีธนู  (16 ธ.ค.-15 ม.ค.)  

   
“ไพ่  เดอะ แชเรียท ” มีดวงเดินทางไกล ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนงาน ช่วงนี้ใจร้อนกว่าเดิม เกี่ยวกับเรื่องเงินทองต้องรอบคอบอาจต้องมานั่งเสียใจภายหลัง  การงานขึ้นๆลงๆ มีดวงถูกจับเปลี่ยนย้าย แต่ไม่ต้องตกใจ ช่วงกลางได้รับข้อมูลข่าวสารที่ช่วยให้คุณรู้ก่อนใคร ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง แต่ต้องไม่สร้างศัตรู เพราะช่วงปลายคุณจะพลาดได้ง่าย  การเงินขึ้นๆลงๆ อนิจจังอย่ายึดติดกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด ช่วงกลางได้ข้อมูลดีแต่ต้องไม่โลภ เพราะช่วงปลายอาจต้องเสียเพราะความอยากของคุณ  ความรักคนโสดต้องดึงความเชื่อมั่นอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะทำให้มีคนมาสนใจ ส่วนคนมีแฟนแล้วไม่ค่อยมีเวลาให้กัน มัวแต่เกรงใจคนอื่น จนลืมคนรัก

อ.คฑา ชินบัญชร

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

ศรีอยุธยา (4)

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระราชโอรสของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถครองราชย์นานถึง 38 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงครองราชย์ขึ้นปีที่ 39 นับว่านานที่สุด โปรดฯ ให้จัดพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า มีสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เป็นอาทิ เสด็จขึ้นไปทำพิธีที่พระนครศรีอยุธยา

คราวนั้นนักประวัติศาสตร์ยังคำนวณไม่พบว่าแท้จริงแล้วสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระชนกของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ต่างหากที่ครองราชย์นานถึง 40 ปี นับว่านานที่สุด


ประวัติศาสตร์ไทยต่างจากประวัติ ศาสตร์ต่างประเทศที่ว่าเราไม่ใคร่จะขีดเขียนอะไรไว้ชัดเจนแม่นยำนัก สิ่งที่พอจะพึ่งพาได้คือลำดับเหตุการณ์ในแต่ละรัชกาลซึ่งเรียบเรียงเป็นพระราชพงศาวดาร แต่ก็คลาดเคลื่อนเสียมาก เพราะ 1. มักเขียนเมื่อสิ้นรัชกาลแล้วจึงผิดพลาดได้เพราะใช้ความทรงจำ 2. คนเขียนต้องระวังไม่ให้กระทบพระเกียรติยศ บางครั้งถ้าเขียนในรัชกาลที่ได้อำนาจมาจากการแย่งชิงราชสมบัติก็มักเขียนถึงแผ่นดินก่อนด้วยอคติ 3. เมื่อตกทอดมาถึงชั้นหลังยังจะมีการชำระอีกหลายหนจึงมีการ “ตัดทอน” และ “แต่งเติม” ขึ้นใหม่ 4. พระราชพงศาวดารไทยให้ความสำคัญกับวันเดือนปี และเหตุการณ์เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มากกว่าชาวบ้านทั่วไป ทั้งการแปลงวันเดือนปีเป็นเวลาปัจจุบันก็ยิ่งยากมาก

การจะศึกษาให้ได้ความจริงจึงต้องอ่านพระราชพงศาวดารอย่างไตร่ตรองด้วยเหตุผล แล้วเทียบเคียงกับบันทึกอื่นที่ร่วมสมัย เช่น บันทึกชาวต่างประเทศที่เข้ามาในสมัยนั้น ปูมโหร จดหมายเหตุบัญชีน้ำฝน พงศาวดารของต่างประเทศ เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เป็นต้น อย่างเรื่องราวในสมัยสมเด็จพระนารายณ์เราได้ความรู้จากบันทึกที่บาทหลวงชาวฝรั่งเศสได้เขียนขึ้นในสมัยนั้นมากกว่าพระราชพงศาวดารของเรา และที่เรารู้ว่าคนไทยแต่งตัว กินอาหารอย่างไร ชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือน แม่น้ำลำคลองเป็นอย่างไร เรารู้จากจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่

เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 พม่าเกณฑ์คนไทยเป็นเชลยไปพม่า คราวนั้นคุมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร กษัตริย์พระองค์ที่ 33 ซึ่งขณะนั้นผนวชเป็นพระไปด้วย พม่าเสียอีกที่อยากรู้เรื่องอยุธยา ได้สัมภาษณ์พระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรและชาวบ้านที่เป็นเชลยว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอยุธยาเป็นอย่างไร แล้วจดบันทึกไว้ ภายหลังเราจึงไปแปลกลับมาเป็นภาษาไทยเรียกว่าคำให้การชาวกรุงเก่า คำให้การขุนหลวงหาวัด จากบทสัมภาษณ์นี้เองที่เรารู้ว่าชาวอยุธยากินอะไร ขนมอะไรยอดฮิต มีซ่องโสเภณีไหม อยู่ตรงไหน มีวัดอะไรบ้าง ตลาดอะไรบ้าง แม้แต่แผนที่แผนผังอยุธยาฝรั่งที่เข้ามาสมัยก่อนวาดขึ้นทั้งนั้น

เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สวรรคต พระราชโอรสคือพระอาทิตยวงศ์ได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธาง กูร รัชกาลที่ 11 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 มีพระราชโอรสหลายพระองค์ นอกจากพระอาทิตยวงศ์ซึ่งได้เป็นกษัตริย์ต่อจากพระราชชนกแล้ว ยังมีพระไชยราชาและพระเทียรราชา ช่วยจำพระนามสองพระองค์นี้ไว้ด้วย เพราะต่อมาได้เป็นกษัตริย์ทั้งหมด

สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรเป็นกษัตริย์ได้ 4 ปีก็สวรรคตด้วยไข้ทรพิษ เจ้านายและขุนนางยกพระราชโอรส พระชนมพรรษา 5 พรรษาเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 12 ทรงพระนามว่าสมเด็จพระรัฎฐาธิราชกุมาร แต่เมื่อครองราชย์ได้เพียง 5 เดือนก็ถูกพระเจ้าอา (น้องชายของพ่อ) คือ พระไชยราชาจับสำเร็จโทษ (ประหารชีวิต) ในปี 2077 ซึ่งคือยึดอำนาจชิงราชสมบัตินั่นเองแล้วขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระไชยราชาธิราช รัชกาลที่ 13

คนที่ดูหนังของท่านมุ้ยเรื่องสุริโยไทคงจะจำได้ว่าในหนังเรื่องนั้น พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เล่นเป็นสมเด็จพระไชยราชาธิราช

สังเกตไหมครับว่าตั้งแต่พระเจ้าอู่ทองทรงตั้งกรุงศรีอยุธยาในปี 1893 จนขึ้นแผ่นดินสมเด็จพระไชยราชาธิราช รวม 12 รัชกาล กินเวลา 184 ปี กรุงศรีอยุธยายังไม่เคยรบกับพม่าและไม่เคยทำสงครามใหญ่ ๆ เลย ถ้าจะมีเรื่องไม่สงบสุขก็คือการแย่งราชสมบัติกันเอง และการทำสงครามเล็ก ๆ เช่นกับเชียงใหม่ แต่บัดนี้จะลั่นกลองรบแล้วล่ะครับ!

ประวัติศาสตร์นั้นต้องอ่านด้วยความระวัง ต้องศึกษาด้วยใจที่กว้าง เราอาจไม่รู้เหตุผลว่าทำไมคนสมัยก่อนจึงทำอะไรที่คนรุ่นเราเห็นว่าโหดร้าย ป่าเถื่อน หรือไม่ฉลาด เราต้องพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ไม่อาจใช้มาตรฐาน พ.ศ.นี้ ซึ่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ได้ มีทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก กูเกิล นาโนเทคโนโลยี มีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนมาตัดสินความถูกผิดของคนยุคก่อน

ขนาดใกล้ตัวเราแท้ ๆ เรายังไม่รู้จริงเลยว่าทำไมจึงเกิดการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ทำไมคุณยิ่งลักษณ์จึงเลือกคนโน้นมาเป็นรัฐมนตรีแล้วไม่เอาคนนั้นซึ่งมีชื่อติดมาทุกโผตั้งแต่ต้น การที่พระไชยราชาจับหลานอาฆ่าแล้วขึ้นเป็นกษัตริย์ จะมองว่าทารุณโหดร้าย บ้าอำนาจมักใหญ่ใฝ่สูงก็คงได้ แต่กรุงศรีอยุธยาคราวนั้นกำลังเปราะบาง ขุนนางจะอาสัตย์อาธรรม์อ่อนแอหรือไม่ก็ไม่รู้ ซ้ำกษัตริย์ยังอายุแค่ 5 พรรษา ดีไม่ดียังไม่อดนมด้วยซ้ำ!

ครั้งนั้นพม่าบ้านใกล้เรือนเคียงของเราและเป็นใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกยกทัพลงไปทางใต้ตีมอญได้สำเร็จ พม่ากับมอญนั้นเป็นคนละอาณาจักร ยิ่งใหญ่พอกัน แต่มอญดูจะเป็นปัญญาชนกว่า เพราะรุ่งเรืองด้วยพุทธศาสนา พระเก่ง ๆ นักปราชญ์ดัง ๆ เป็นมอญทั้งนั้น กฎหมายที่ไทยใช้มาแต่สร้างกรุงคือพระธรรมศาสตร์ เราก็ได้มาจากพระธัมมสัตถัมของมอญ ซึ่งมอญไปได้มาจากอินเดียอีกทอด เมืองหลวงพม่าคืออังวะ เมืองหลวงมอญคือหงสาวดี แต่มีเมืองใหญ่อีกแห่งไม่ขึ้นต่ออังวะคือตองอูซึ่งต่อมาตีอังวะได้

กษัตริย์ตองอูยุคนั้นคือพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ เชื้อสายพม่าได้ร่วมกับญาติซึ่งเป็นนักรบชื่อบุเรงนอง (แปลว่าพี่) ในเรื่องผู้ชนะสิบทิศก็คือจะเด็ดนั่นเอง ยกทัพไปตีมอญได้จึงย้ายฐานที่ตั้งจากตองอูและอังวะลงไปอยู่หงสาวดีเพราะคิดว่าเมื่อได้หงสาวดีแล้วก้าวต่อไปน่าจะเข้าตีกรุงศรีอยุธยาเสียด้วยเพราะอยู่ไม่ไกลกัน ต่อมาจึงลองเชิงขยับลงไปตีเมืองเชียงกราน เมืองขึ้นของอยุธยาอยู่ใกล้กาญจนบุรี ราษฎรเป็นมอญทั้งสิ้นเมื่อ พ.ศ. 2081 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้หาเหตุว่าเมื่อได้หงสาวดีแล้วมอญอยู่ที่ไหนก็ต้องตามไปตีเอามาให้หมด

สมเด็จพระไชยราชาธิราชยกทัพไปต่อสู้จนได้ชัยชนะ นับเป็นสงครามไทยรบกับพม่าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กองทัพไทยคราวนั้นมีชาวโปรตุเกสไปด้วย พวกนี้ใช้ปืนไฟทำสงคราม เสร็จศึกจึงทรงปูนบำเหน็จแก่พวกโปรตุเกสให้ที่ดินสร้างวัดสอนศาสนาคริสต์ สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงใช้สอยพวกโปรตุเกสมาก เช่น ให้ขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาจากโค้งข้างศิริราชไปเชื่อมกับโค้งข้างวัดอรุณฯ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายตรงผ่านธรรมศาสตร์ ส่วนแม่น้ำสายเดิมตรงโค้งข้างศิริราชกลายเป็นคลองบางกอกน้อย แม่น้ำสายเดิมตรงโค้งวัดอรุณฯ กลายเป็นคลองบางกอกใหญ่

หลังจากนั้นเชียงใหม่ถูกเจ้าแสนหวีพวกไทยใหญ่ยกทัพมาล้อม สมเด็จพระไชยราชาธิราชยกทัพขึ้นไปช่วย พระมหาเทวีจิระประภาเจ้าเมืองเชียงใหม่เห็นความดีจึงยอมถวายบรรณาการ ต่อมาพระนางได้สละราชสมบัติให้พระไชยเชษฐาโอรสกษัตริย์ลาวแต่พระชนนีเป็นธิดากษัตริย์เชียงใหม่ขึ้นครองราชย์ แต่แค่ 2 ปีพระไชยเชษฐาก็เสด็จกลับไปครองกรุงศรีสตนาคนหุตเป็นกษัตริย์ลาว โดยเชิญพระพุทธรูปคู่เมืองเชียงใหม่ไปไว้ที่ลาวด้วย 2 องค์ คือ พระแก้วมรกตและพระพุทธสิหิงค์ ภายหลังได้คืนพระพุทธสิหิงค์มาแต่เก็บพระแก้วมรกตไว้เป็นเวลากว่า 200 ปี ส่วนเชียงใหม่ก็กลับไปตกเป็นของพม่ายุคพระเจ้าบุเรงนอง

สมเด็จพระไชยราชาธิราชมีพระสนมเอกคนโปรดคือท้าวศรีสุดาจันทร์ ระหว่างเสด็จขึ้นไปทำสงครามที่เชียงใหม่ นัยว่าอาจไปติดใจพระมหาเทวีจิระประภาเข้าด้วย ในหนังเรื่องสุริโยไท เพ็ญพักตร์ ศิริกุลเล่นเป็นพระมหาเทวี ดูมีเสน่ห์งามนัก ได้ทรงตั้งท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นผู้รักษาราชการอยุธยา ท้าวศรีสุดาจันทร์ลอบเป็นชู้กับพันบุตรศรีเทพ พนักงานเฝ้าหอพระ สมเด็จพระไชยราชาธิราชกลับลงมาไม่นานก็ถูกวางยาพิษสวรรคต

พระยอดฟ้า พระราชโอรสสมเด็จพระไชยราชาธิราชประสูติจากท้าวศรีสุดาจันทร์ขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมพรรษาเพียง 11 พรรษา เรียกกันว่าสมเด็จพระยอดฟ้าเป็นรัชกาลที่ 14 ที่จริงผู้มีสิทธิและเหมาะสมที่สุดในเวลานั้นน่าจะเป็นพระเทียรราชา พระราชอนุชาของสมเด็จพระไชยราชาธิราช แต่ทรงเห็นว่าบ้านเมือง “เป็นทุรยศ” ท้าวศรีสุดาจันทร์มีอำนาจมากทั้งยังกีดกันต่าง ๆ นานาจึงเสด็จออกทรงผนวชที่วัดราชประดิษฐาน (วัดนี้ยังมีอยู่) เพื่อหลีกข้อระแวงต่าง ๆ

สมเด็จพระยอดฟ้าเป็นนอมินีครองราชย์โดยมีท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นซูสีไทเฮาบงการอยู่ข้างหลังได้ 2 ปี 6 เดือนก็ถูกจับสำเร็จโทษที่วัดโคกพระยาซึ่งเป็นวัดนอกกรุงและเป็นที่ประหารกษัตริย์และเจ้านายมาตลอดสมัยอยุธยา วันนี้เหลือแต่ซากแต่นับว่าเป็นสถานที่อันควรดูให้เกิดความสลดสังเวชใจ แล้วท้าวศรีสุดาจันทร์ซึ่งคงมีส่วนรู้เห็นในการยึดอำนาจจากลูกก็ยกชู้ซึ่งได้เลื่อนจากพันบุตรศรีเทพเป็นขุนชินราชและขุนวรวงศาธิราชขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 15 โดยที่ผู้คนไม่ยกย่องนับถือเท่าไรนัก

ดูไปแล้วก็เป็นกงเกวียนกำเกวียนของสมเด็จพระไชยราชาธิราช อำนาจช่างไม่เข้าใครออกใครแต่นักประวัติศาสตร์บางคนไม่ได้ตำหนิท้าวศรีสุดาจันทร์ เพียงแต่ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมจึงหน้ามืดตามัวหลงชู้ปานนั้น แต่อย่างน้อยท่านก็คงมีความสามารถ ไม่งั้นสมเด็จพระไชยราชาธิราชคงไม่ตั้งให้รักษาอยุธยาระหว่างไปรบที่เชียงใหม่ เจ้านายผู้ชายอื่นมีอีกถมไป

ข้อสำคัญคือท่านคงเสน่ห์แรงเอา การ ในหนังเรื่องสุริโยไทของท่านมุ้ย ใหม่ เจริญปุระ เล่นเป็นท้าวศรีสุดาจันทร์ดูเหมาะสมดี เสียแต่ที่จอนนี่ แอนโฟเน่เล่นเป็นขุนวรวงศาธิราช ดูหน้าตาแมนดีมีเสน่ห์ควรที่ท้าวศรีสุดาจันทร์จะติดใจ

แต่พอเห็นหน้าตาเป็นฝรั่งขนหน้าอกยุ่บยั่บ ก็นึกไม่ออกว่าพนักงานหอพระชาวอยุธยามีคนรูปร่างหน้าตาอย่างนี้จริงหรือ!.

วิษณุ เครืองาม
wis.k@hoymail.com
@เดลินิวส์ 6 กันยายน 2554

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ยิปซีพยากรณ์ วันที่ 4 กันยายน 2554

พยากรณ์ระหว่างวันที่ 4-10 ก.ย. 2554   

ราศีมังกร (16 ม.ค.-12 ก.พ.)

ห่อเหี่ยว คาดหวังอะไรไว้มักไม่ค่อยได้ ต้องคอยแล้วคอยเล่า ช่วงปลายพอจะมีข่าวดี จึงต้องเร่งไม้เร่งมือในช่วงนั้นเป็นพิเศษ  การงานแม้ไม่ค่อยสบอารมณ์เพื่อนร่วมงาน หรือบริวารมากนัก แต่ก็เอาตัวรอดกับชิ้นงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ หากกำลังเบื่องานอยากเปลี่ยน ให้รีบส่งใบสมัคร ช่วงปลายมีแนวโน้มจะสมหวัง การเงินอย่าด่วนใจร้อน ค่อย ๆ เก็บค่อย ๆ ทำไปจะมีพอสำหรับทำในสิ่งที่คิด ช่วงปลายมีโชคลาภ ข่าวดีจากคนไกล การหมุน เวียนคล่องตัว “ไพ่ 4 ถ้วย” ความรักมีเรื่องให้ต้องน้อยอกน้อยใจกันตลอด อย่าคิดไปเองหรือเก็บไว้ในใจคนเดียว เปิดอกคุยกันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น ส่วนคนโสดช่วงปลายยิ้มแย้มร่าเริงเข้าไว้จะมีคนมาแอบหมายปอง


ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-13 มี.ค.)   

สิ่งที่หวังเริ่มใกล้ความเป็นจริง แต่ยังมีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ และคนที่มีอิทธิพลกับคุณ มีเรื่องไม่ปลื้ม ขัดแย้งกันจุกจิก  การงานต้องอดทน มีคนคอยยุแหย่ให้หัวเสีย อย่ามองใกล้ ต้องมองไกลจะทำให้คุณใจเย็นมากขึ้น ช่วงปลายได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้หญิงอายุมากกว่าใจดี เหมาะในการเจรจาต่อรอง  การเงินมีรายจ่ายจุกจิกน่าโมโห แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ จะตกปากรับคำใครต้องคิดให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาขัดแย้งคาใจกันภายหลัง ช่วงปลายพอมีลาภปาก  “ไพ่ ราชินีถ้วย” ความรักคนโสดมีแนวโน้มได้คู่ควงที่มีอายุมากกว่า ใจดี อ่อนโยน ส่วนคนมีแฟนแล้วแง่งอนกันบ่อย เพราะต่างคนต่างมีทิฐิ ควรหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันจะช่วยให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น
   
ราศีมีน (14 มี.ค.-12 เม.ย.)

สับสนปนเปไปทุกเรื่อง ทั้งส่วนตัวและเรื่องงาน ความคิดไม่อยู่กับร่องกับรอย มีดวงเดินทางปรับเปลี่ยนให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ “ไพ่ 9 คทา” การงานถูกจับย้าย จับเปลี่ยนแน่นอน ไม่ต้องคิดมาก ทำในสิ่งที่ได้รับผิดชอบให้ดีที่สุดจะต้องมีคนเห็นความดีอย่างแน่นอน ช่วงกลางถึงปลายวุ่นวายหนัก งานล้นมือ ถูกคู่แข่งตัดหน้า เจอเรื่องสารพัดต้องอดทน การเงินไม่ต้องรอลุ้นโชคลาภ ช่วงนี้หดหายหมด ตั้งอกตั้งใจหาด้วยน้ำพักน้ำแรงดีที่สุด แต่ต้องทำใจเพราะจะมีคนมาโกงมาเอาเปรียบ ทำของหาย  ความรักขึ้นลงเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ช่วงนี้ใครมาสะกิดไม่ได้ ต้องให้เกิดอารมณ์ทุกที คนโสดไม่วายถูกหลอกหวังฟันมากกว่ารักแท้
   
ราศีเมษ (13 เม.ย.-13 พ.ค.)

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นหนึ่ง อยู่เฉยไม่เป็น ต้องลองหยิบลองจับตลอดเวลา แต่ก็เป็นส่วนก่อให้เกิดความสำเร็จ “ไพ่ 1 คทา” การงานช่วงต้นเหมาะในการขยับขยาย ลงทุนกิจการเพิ่มเติม หากมีโครงการใหม่ให้รีบนำเสนอ ต่อไปจะเป็นโปรเจคท์ใหญ่ที่นำชื่อเสียงมาให้คุณ ช่วงปลายระวังขัดแย้งขัดใจกับผู้ใหญ่ อย่าข้ามหน้าข้ามตา การเงินได้ลาภเป็นข้าวของถูกใจ แต่สำหรับเรื่องเงินทองยังต้องขวนขวายกันไป แต่สภาพคล่องดีไม่น่าเป็นห่วง ความรักกลมเกลียวมีความสุข คนรักเอาใจใส่ จะมีอุปสรรคบ้างจากเวลาและผู้ใหญ่ ส่วนคนโสดสนิทมีดวงได้ลงจากคาน ช่วงนี้เสน่ห์แรงทั้งเพศเดียวกัน เพศตรงข้ามคอยรอจ่อคิวเสนอตัวเข้ามาใกล้ชิดทั้งนั้น
   
ราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)

โครงการในหัวเริ่มมีช่องทางในการสานต่อ หากกำลังเคว้งให้ปรึกษาคนสนิทจะได้รับการช่วยเหลือ หรือคำแนะนำที่ดี การงานมีโอกาสเข้ามาให้เลือกทำให้ต้องตัดสินใจอีกครั้ง ดวงงานกำลังรุ่งอย่ากังวลกับเรื่องเล็กเรื่องน้อย ช่วงปลายมีช่องทางเสริมในการเริ่มต้นงานเสริม งานใหม่ ขอให้จริงใจจริงจังจะประสบความสำเร็จที่ดี การเงินมีไหลเข้ามามากและออกมากพอ ๆ กัน อาจเป็นเพราะกำลังงุนงง จึงต้องหาทางออกโดยวิธีใช้จ่ายเพื่อความสบายใจ โชคลาภมาจากคนอายุน้อยกว่า  “ไพ่ จัสติค” ความรักอบอุ่น คนรักตามใจ เอาใจใส่ตลอดเวลา ส่วนคนโสดเสน่ห์แรง มีคนมารุมล้อมเอาใจ ตัดสินใจไม่ถูก รักพี่เสียดายน้อง คงต้องเลือกสักคน
   
ราศีเมถุน (14 มิ.ย.-14 ก.ค.)


มีดวงเดินทางไกลและอาจต้องพบอุปสรรคติดขัดบ้าง ดูแลตรวจเช็กรถของคุณก่อนออกเดินทาง “ไพ่ อัศวินดาบ” การงานช่วงต้นมีเข้ามาเยอะ คาดหวังอะไรไม่ค่อยจะสำเร็จ ช่วงกลางถึงมีคนเข้ามาช่วยหาทางออกให้ ทำงานห้ามใจร้อนจะทำให้เสียโอกาส ช่วงปลายโดดเด่นในงานที่คิดหวัง มีการเริ่มต้น ทำธุรกิจงานเสริมมีกำไร การเงินมีดวงต้องแบ่งเงินไปใช้เกี่ยวกับรถ เกี่ยวกับที่อยู่และการเดินทาง ไม่มากมายแต่ก็ทำให้หงุดหงิดได้เหมือนกัน ช่วงปลายถึงจะฉายแววมีโชคลาภ ได้เงินก้อน ความรักสะดุดเพราะระยะทางและเวลา ต้องแบ่งเวลาให้กันมากหน่อยจะได้ไม่ต้องมานั่งน้อยใจกันและกัน ส่วนคนโสดจะเจอคนถูกใจจากการเดินทาง แต่ต้องหาวิธีสานต่อเอาเอง

ราศีกรกฎ (15 ก.ค.-16 ส.ค.)   


“ไพ่ เดอะ เวิลด์” ปลอดโปร่งโล่งใจ คนรอบข้างคอยช่วยเหลือสนับสนุน สิ่งที่ต้องระวังคือ โรคขี้หลงขี้ลืม อาจทำของมีค่าหาย การงานสบายอกสบายใจ แมวไม่อยู่หนูร่าเริง ได้รับคำชมจากผลงาน แต่ก็ต้องระวังคนคิดร้ายคอยป้ายสีให้เสียหาย พยายามวางตัวเป็นกลางจะได้ไม่ผิดใจกับใคร ไม่เกิดศัตรู ช่วงปลายระวังงานพลาดเพราะความประมาท  การเงินรายรับส่วนใหญ่มาจากงาน อย่ารอเพื่อหวังโชคลาภ น้ำบ่อหน้า ทำวันนี้ให้ดีที่สุดจะดีกว่า ช่วงปลายรายจ่ายเยอะ มีคนมาเบียดเบียน ความรักช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี คนรักพูดจาหวานหูคอยเป็นกำลังใจ ส่วนคนโสดมีเพื่อนฝูงหวังดี แนะนำหาคู่ให้เสร็จสรรพ มีดวงได้เจอคนดี แต่จะมีรายจ่ายเพิ่มจากเรื่องรักใคร่
   
ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.)

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หากคุณเต็มที่กับสิ่งที่ทำอยู่จะพบกับความสำเร็จ  การงานช่วงต้นราบรื่น มีแรงบันดาลใจและความพยายามสูง แต่อาจต้องตกม้าตายตอนปลาย เพราะเกิดความขัดแย้งขัดใจกับผู้ใหญ่และคนที่มีอิทธิพลกับคุณ บางครั้งคุณควรสงบปากสงบคำ เพื่อความปรองดอง “ไพ่ 8 เหรียญ” การเงินหาได้ไม่มีหมดแต่ต้องออกแรงกันหน่อย มีดวงได้ลาภปากกินฟรี แต่ต้องระวังขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ตกลงกันให้ดีก่อนร่วมลงทุน ความรักเริ่มก่อตัวจากความเป็นเพื่อน ข้ามขั้นไปเป็นคนรู้ใจ หากกำลังแอบรักแอบชอบใครอยู่ลุยเต็มที่ มีดวงได้สมรักสมปอง ส่วนคนมีแฟนแล้วหวานชื่นรื่นรมย์ จะมีงอนกันบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ
   
ราศีกันย์ (17 ก.ย.-16 ต.ค.)

มีการเปลี่ยนแปลงไม่คาดคิด แต่ก็นำผลดีมาให้ ไม่ต้องวิตก การเปลี่ยนแปลงคือ การเริ่มต้น “ไพ่ ราชินีคทา” การงานมีดวงในการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนระบบงาน เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ แต่จะทำให้คุณก้าวหน้ามากขึ้น แม้บางอย่างอาจไม่ถนัด และต้องเรียนรู้เพิ่ม แต่นี่คือ แนวของคุณที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ การเงินช่วงต้นมีดวงใช้จ่ายเป็นก้อนเพื่อลงทุน ช่วงกลางลงมาสภาพคล่องดี มีคนคอยช่วยสนับสนุน ดวงงานเด่นทำให้เงินทองไหลมาเทมา ความรักถ้อยทีถ้อยอาศัย คนรักคอยเป็นกำลังใจที่ดี คู่ที่อยู่ไกลจะได้มาเจอกันให้หายคิดถึง ส่วนคนโสดสนิท หรือเพิ่งถูกหักอกมาสด ๆ ร้อน ๆ จะมีคนเสนอตัวเข้ามาดามใจให้หายดี
   
ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.)

ได้ยินเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้าหูทำให้คิดมาก หวั่นไหว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ คนอายุน้อยกว่าจะหาเรื่องมาให้เดือดเนื้อร้อนใจ การงานมีเข้ามาเรื่อย ๆ จุกจิกนิดหน่อยแต่คุณก็เอาตัวรอดแถไปได้ตลอด แต่ถ้ามีบริวารอายุน้อยกว่าเยอะคงต้องปวดหัวกุมขมับตลอด ต้องสอนต้องเข้มให้มากขึ้น ช่วงปลายได้รับคำชมจากผลงาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก การเงินหาง่ายใช้คล่อง มีลาภปากได้กินฟรี แถมด้วยข้าวของถูกใจที่ได้จากความเสน่หา ช่วงกลางมีรายจ่ายจุกจิกที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น “ไพ่ เจ้าชายดาบ” ความรักเดี๋ยวหวาน เดี๋ยวงอน ต้องตามงอนง้อกันตลอด ส่วนคนโสดต้องลุยอย่างเดียว ชอบใครรักใครต้องจีบแบบให้รู้ถึงจะมีโอกาส
   
ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.)

เงินทองไม่เข้าใครออกใคร มีขึ้นมีลง มีความขัดแย้ง ต้องเดินทางสายกลาง มีน้อยใช้น้อย มีเยอะใช้แต่พอดีจะได้ไม่ขัดสน  การงานช่วงต้นทำผิดพลาดบ่อย ถูกตำหนิ ผู้ใหญ่เอาใจออกห่าง ต้องหาวิธีทำคะแนนเพิ่มเติม ช่วงกลางมีดวงได้งานเสริมช่วยเพิ่มรายรับให้มากขึ้น แต่ต้องระวังการใช้จ่าย เงินทองอยู่ในมือไม่นานก็มีอันต้องหายไป การเงินมีรายจ่ายมากมายมารุมมาสุม ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้ดี “ไพ่ 3 เหรียญ” ช่วงกลางมีโชคลาภในการเสี่ยงลุ้น แต่อย่าเหลิง ความรักคิดมากไปก็ปวดหัว ทำตัวสบาย ๆ มองโลกในแง่ดีจะดีกว่า เพราะช่วงนี้คุณสับสน แม้แต่ตัวเองคิดอะไรยังงง ๆ อยู่ ส่วนคนโสดจะมีคนมาแจกขนมจีบแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
   
ราศีธนู (16 ธ.ค.-15 ม.ค.)


ทุกอย่างราบรื่น มีเพียงตัวคุณเองที่ไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามมองโลกในทางบวกจะทำให้อิ่มเอมมากขึ้น การงานทางสะดวกจะขอความร่วมมือ ขอความช่วยเหลือจากใครได้รับการสนองตอบเต็มที่ เหมาะในการนัดพบปะ เจรจาเรื่องสำคัญ  ช่วงปลายมีช่องทางเสริม ได้รับคำชม ดวงงานโดดเด่น มีชื่อเสียง  การเงินคล่องตัวดี แต่ถ้าให้หยิบยืมจะได้คืนช้ากว่าที่นัดหมายไว้ ช่วงปลายมีดวงได้ของถูกใจมาโดยง่าย จะเสี่ยงจะลุ้นมีโอกาสสูง “ไพ่ 7 ถ้วย” ความรักหน้าหงิกหน้างอ น้อยใจเก่ง คนรักมักไม่ค่อยเป็นตามที่คุณคาดหวังไว้ ช่วงปลายรักถึงจะหวานชื่น ส่วนคนโสดมีดวงได้เจอคนถูกใจโดยบังเอิญ ต้องทำตัวให้ดูดีตลอดเวลาจะได้ไม่เสียความมั่นใจในการคบหา.

อ.คฑา ชินบัญชร

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

'ย่างกุ้ง'ศรัทธาเหนือกาลเวลา

เมื่อไหร่ที่นึกถึงเมืองหรือประเทศที่มีศรัทธาของผู้คนอันเข้มแข็ง ต้องมีชื่อของเกาะบาหลี ทิเบต และเมืองอมริทสาของอินเดียติดอยู่ในโผด้วย และแน่นอนรายชื่อที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประเทศพม่า ไม่ว่าวันนี้พม่าจะถูกยั่วเย้าด้วยเทคโนโลยี หรือถูกบุกรุกด้วยความทันสมัย แต่ต่อมาให้มากี่เที่ยวๆ ก็พบว่าศรัทธายังคงอยู่บนแผ่นดินนี้เสมอ ราวกับว่า ศรัทธาแห่งพม่าอยู่เหนือกาลเวลาทั้งมวล


เส้นทางสู่ดินแดนแห่งศรัทธาก็ไม่ได้ยากเย็นเลย ตั้งแต่มีสายการบินแอร์เอเชีย (www.airasia.com) ใครๆ ก็บินได้ เขามีเที่ยวบินไปกลับย่างกุ้งวันละ 2 เที่ยวบิน เช้าและเย็น เลือกได้ตามสะดวก และการจัดอันดับของสกายแทรกซ์ครั้งล่าสุด แอร์เอเชียก็เพิ่งคว้ารางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกมาครองด้วย เรียกว่ากวาดรางวัลมา 3 ปีซ้อนแล้ว

แล้วเว็บไซต์ขาประจำอย่างอโกดา (www.agoda.co.th) ก็ทำให้ประหลาดใจเล็กน้อย ทีแรกคิดว่าอโกดาอาจไม่มีห้องพักในย่างกุ้งให้จองออนไลน์ ที่ไหนได้พอคลิกเข้าไปมีให้เลือกเต็มไปหมด เที่ยวนี้คลิกจองโดยใช้แต้มสะสมที่มีอยู่ ไม่น่าเชื่อจองที่พักกับอโกดาได้แต้มสะสมมาเยอะจนจองที่พักครั้งนี้ได้ฟรีแล้ว

สำหรับเมืองใหญ่ของพม่าแห่งนี้ ไม่มีที่ไหนเหมาะจะวัดความเข้มแข็งของศรัทธาได้ดีเท่ากับ เจดีย์ชเวดากอง อีกแล้ว เจดีย์ใหญ่แห่งนี้ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีทางขึ้น 4 ทาง ประตูทางเข้าหลักอยู่ทางด้านทิศใต้ จะมีร้านค้าตั้งยาวเหยียดไล่ไปตามบันไดทางขึ้นให้แวะช็อป แต่ถ้าไม่อยากเดินเหนื่อย ประตูทางฝั่งตะวันตก จะเป็นด้านเดียวที่มีบันไดเลื่อนให้บริการ แต่ไม่ว่าจะเข้าด้านไหน ก็ต้องจ่ายค่าเข้าคนละ 5 ดอลลาร์


ในฤดูฝนที่ท้องฟ้าขุ่นเทา ดวงตะวันใช้สิทธิขอพักร้อน ทั้งเมืองมีฝนโปรยปรายไม่ขาดเม็ด แต่ผู้คนที่หลั่งไหลมายังเจดีย์ชเวดากองไม่ขาดสาย เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า ไม่ว่าฤดูอะไรหรืออุปสรรคหน้าไหน ก็ไม่อาจทำลายความศรัทธาอันเข้มแข็งของชาวพม่าได้

ทั้งที่ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ และท้องฟ้าไม่ได้เปิดโล่ง แต่ผู้คนชาวพม่าหอบลูกจูงหลานมากราบไหว้เจดีย์สีทองแห่งนี้ จนชเวดากองแคบไปถนัดตา ลำพังคนเฒ่าคนแก่ไม่เท่าไหร่ แต่หนุ่มสาวที่นี่สิ น่าเอ็นดูตรงที่เกี่ยวก้อยกันมาไหว้พระกันที่นี่

ที่แน่ๆ ทุกคนแบกความศรัทธามาจนล้นชเวดากอง ทุกครั้งที่เห็นชาวพม่ากราบหรือไหว้พระแล้ว รู้สึกและสัมผัสได้ถึงพลังแห่งศรัทธาอันมุ่งมั่นต่อพุทธศาสนาที่ฝังรากลึกอยู่ในคนพม่า

ชเวดากองเป็นเจดีย์อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี เรียกได้ว่าเป็นศาสนสถานอันเก่าแก่ที่สุดของพม่าก็ว่าได้ ตามประวัติเล่าว่า สร้างในสมัยพระเจ้าอลองพญา เอาเข้าจริงๆ แล้ว สร้างก่อนที่จะเริ่มยุคทองของพุกามเสียอีก เพราะมีการบันทึกทางประวัติศาสตร์ กล่าวถึงการเสด็จมาสักการะของพระเจ้าอโนรธาจากพุกามไว้ที่ปลายบันไดทางขึ้นด้านทิศตะวันออก

กษัตริย์พม่าองค์นี้เกิดความประทับใจและศรัทธามาก ถึงขนาดว่าพอกลับไปพุกามก็สร้างเจดีย์ชเวสิกองขึ้นมาเลียนแบบชเวดากองบ้าง

ที่ผ่านมามีการบูรณปฏิสังขรณ์เป็นระยะ เสริมและแต่งเติมจนปัจจุบันสูง 98 เมตรจากฐาน จากครั้งแรกสร้างเจดีย์สูงเพียง 20 เมตรเศษๆ แถมตั้งอยู่บนเนินเขา เลยยิ่งดูสูงขึ้นอีก เพราะอย่างนี้นี่เอง เมื่อมองจากที่ไกลๆ เราจึงเห็นเจดีย์สีทองอร่ามตา ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า

นักท่องเที่ยวมาถึงที่นี่ พากันมองหาทองคำบนยอดเจดีย์ที่หนักกว่า 53 ตัน ไม่นับรวมเพชรกว่า 5,000 เม็ด พลอยกว่า 2,000 เม็ด และทับทิมเท่ากำปั้นบนยอดพระเจดีย์

แม้ที่ผ่านมาจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย ทั้งหักโค่นจากพิษแผ่นดินไหว และเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ จนทำลายเจดีย์บริวารที่อยู่ล้อมรอบไปหลายแห่ง แต่ทุกวันนี้ก็ได้รับการบูรณะให้วิจิตรงดงามอย่างที่เห็น และไม่ว่าโมงยามจะเคลื่อนไปไกลแค่ไหน แต่ศรัทธากองพะเนินยังคงอยู่ที่เจดีย์ชเวดากอง


ฝนที่กระหน่ำลงมาทั้งวัน ทำให้ติดอยู่ชายคาเจดีย์อยู่นานโข นั่นทำให้พบว่า ฝนที่ว่าหนักหน่วงก็ไม่อาจชะล้างศรัทธาของผู้คนได้ ผู้คนยังหอบลูกจูงหลานฝ่าสายฝนมาไหว้พระกันทั้งวัน ไม่เว้นแม้แต่พระและชี ไม่ว่าใครจะจำวัดอยู่ที่เมืองไหน แต่ก็ยังดั้นด้นเดินทางมาเพื่อสักการะองค์มหาเจดีย์แห่งนี้


พูดถึงพระในพม่า ฉันมีโอกาสได้สนทนากับพระที่เจอกันในเจดีย์ จึงเพิ่งรู้ว่าพระทั่วพม่ามีมากกว่า 1 ล้านรูป ส่วนพวกแม่ชีจะมีไม่ถึงแสน จะเห็นว่าชีที่นี่เขานุ่งห่มสีชมพู เดิมทีเป็นสีขาว แต่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ และในปัจจุบันก็ไม่ได้มีสีชมพูอย่างเดียว แต่มีสีน้ำตาลปนๆ มาด้วย

นั่งที่นี่นานๆ เลยสังเกตเทรนด์การแต่งตัวของหนุ่มสาวที่มาไหว้พระที่นี่ ถึงแม้ว่าแฟชั่นไทยจะก้าวไกลไปไหนก็ช่าง แต่หม่องเม้ยที่นี่ยังฮิตสวมโสร่ง หรือที่เรียกว่า ”โลงจี” กันอย่างเหนียวค่านิยมตะวันตกอาจจะรุกคืบเข้าหาพม่า แต่พวกยีนยืด เอวต่ำ ขาเดรฟ สกินนี ไม่ได้แอ้มหนุ่มสาวพม่า พวกเขายังคงนุ่งโสร่งสำเร็จพิมพ์ลายสไตล์เมืองหม่อง


ในยุคสมัยที่มองไปรอบตัวเจอแต่คนพร่ำเพ้อถึง 3G ไอโฟน ไอแพด บีบี ลองพาตัวเองมาเดินเล่นที่ย่างกุ้งดู แล้วคุณอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! นี่มันโลกใบเดียวกันรึเปล่า เพราะคนที่นี่เขายังเคี้ยวหมาก นุ่งโลงจี หนีบรองเท้าแตะ แต้มทานาคาบนพวงแก้ม นี่แหละเสน่ห์เฉพาะตัวของพม่าที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้

โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
เที่ยวนี้ขอเล่า@คมชัดลึก
วันที่ 4 กันยายน 2554