หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

รำลึก 35 ปี วันสิ้นพระชนม์ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

ทิวาวารผ่านมาเยือนหล้าโลก 
พร้อมความโศกสลดไห้ฤทัยหาย
อริราชพิฆาตร่างท่านวางวาย 
แสนเสียดายชีพกล้าวิภาวดี

กลอนบทนี้คือคำไว้อาลัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ได้พระราชทานประดับพวงมาลาหน้าพระโกศศพพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ผู้สิ้นพระชนม์ขณะปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520



จากวันนั้นจนถึงวันนี้นับเป็นเวลา 35 ปีแล้วที่พระองค์หญิงได้สิ้นพระชนม์เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของพระองค์ท่านที่ทรงกล้าหาญ เสียสละ และจงรักภักดี รัฐบาลในสมัยนั้นจึงได้เสนอให้ตั้งชื่อถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากดินแดงไปรังสิตว่า “ถนนวิภาวดีรังสิต” เพื่อรำลึกถึงพระองค์ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะรู้จักถนนวิภาวดีรังสิตเป็นอย่างดี เพราะใช้เป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่สำคัญในการเดินทางสัญจรไปมา



โดยหากย้อนศึกษาพระประวัติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตจะทราบว่า พระองค์หญิงทรงมีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวิภาวดี (รัชนี) รังสิต ทรงเป็นพระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ (พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส) ต้นราชสกุลรัชนี และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2463 ทรงศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และทรงศึกษาหลักสูตรพิเศษเพิ่มเติมอีก 3 ปี โดยพระองค์หญิงทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ.2485 และเสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2489 มีธิดา 2 คน คือ หม่อมราชวงศ์วิภานันท์ รังสิต และหม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต


ภายหลังที่พระองค์หญิงทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้ทรงรับใช้พระบิดาอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมหมื่นพิทยาลงกรณเป็นที่รู้จักกันดีในวงการหนังสือในนามปากกา ’น.ม.ส.“ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอก” ผู้หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพระองค์หญิงทรงมีพระปรีชาสามารถทางอักษรศาสตร์เช่นเดียวกับพระบิดา ทรงเขียนเรื่องสำหรับเด็กเมื่อชันษาเพียง 14 ปี โดยใช้นามปากกาว่า ’ว.ณ ประมวญมารค“ เรื่องที่ทรงแต่งเป็นนวนิยายอมตะ เป็นที่นิยมของผู้อ่านอย่างมาก อาทิ เรื่อง ปริศนา รัตนาวดี เจ้าสาวของอานนท์ นิกกับพิมพ์ ฯลฯ ภายหลังได้ทรงประพันธ์หนังสืออีกหลายเรื่อง ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น บทละคร และนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ ทุกเรื่องล้วนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์หญิงรับราชการสนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลาทั้งในประเทศและเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังต่างประเทศ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์หญิงทรงเป็นนางสนองพระโอษฐ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการถึง 23 ประเทศ


สำหรับในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 พระองค์หญิงได้ทรงปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ และเสด็จแทนพระองค์ไปเยี่ยมเยียนประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารทางภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพราะตั้งพระทัยที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทรงมีพระทัยกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก แม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงอุตสาหะเสด็จไปเยี่ยมเยียนบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า

จนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุว่า มีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกับระเบิด 2 คน ด้วยความที่ทรงห่วงใยผู้บาดเจ็บ จึงรับสั่งให้นักบินนำเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงเพื่อรับตชด. 2 คนนั้นไปส่งโรงพยาบาล แต่ขณะที่นักบินนำเครื่องร่อนลงต่ำ ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์ กระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัส นักบินจึงต้องนำเครื่องเฮลิคอปเตอร์ลงฉุกเฉิน

แม้ในวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า พระองค์หญิงยังทรงห่วงใย ตชด.ผู้บาดเจ็บ โดยรับสั่งถามว่า “ตชด.เป็นอย่างไรบ้าง เอาออกมาได้หรือยัง ให้รีบไปส่งโรงพยาบาล อย่าให้พวกมันรู้ว่าฉันถูกยิง มันจะเหิมเกริม” สักครู่รับสั่งต่อไปว่า “ฉันไม่เป็นไรแล้ว ตชด.มาหรือยัง ให้รีบไปส่งโรงพยาบาลด่วน” โดยยังทรงมีพระสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ และทรงเป็นห่วง ตชด.ผู้บาดเจ็บตลอดเวลา

ต่อมาพระองค์หญิงได้รับสั่งกับหลวงพ่อฤษีลิงดำ และหลวงปู่ครูบาธรรมชัย ผู้ร่วมเดินทางไปในวันนั้นว่า “ร้อน หิวน้ำ ขอกินน้ำหน่อย หลวงพ่อ หลวงปู่ ช่วยนิพพาน ไม่เกิดแล้ว” หลวงพ่อบอกว่า “การที่จะไปนิพพานนะดี แต่ท่านหญิงยังมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก” จึงรับสั่งต่อว่า “ให้กราบบังคมทูลลาพระเจ้าอยู่หัว ท่านชาย ท่านแม่” พระองค์หญิงทรงย้ำอยู่ 2 ครั้ง และครั้งสุดท้ายรับสั่งว่า “สว่างแล้ว เห็นนิพพานแล้ว” และก็นิ่งไป

หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต ทรงสิ้นชีพิตักษัยที่ตำบลส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพวงมาลาหน้าโกศพระศพประดับไฟด้วยคำไว้อาลัยจากบทพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดว่า “จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” แล้วจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์และประถมาภรณ์ช้างเผือก

นอกจากนี้หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต พระสวามียังได้ก่อตั้งมูลนิธิวิภาวดีรังสิตขึ้นเพื่อสืบทอดงานของพระองค์หญิงในด้านการพัฒนา และช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนในท้องถิ่นทุรกันดารทางภาคใต้ ปัจจุบันหม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ

โดยในหนังสือพิมพ์สยามิศร์ได้เขียนถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ว่า “ความสุขนั้นอยู่ที่การให้มากกว่าการรับ และความยิ่งใหญ่นั้นอยู่ที่การเสียสละเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของปวงประชา เพื่อความมั่นคงของชาติ ชีวิตที่สิ้นไปเพื่อเป็นชาติพลี จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรสตรี”


ปัจจุบันหากใครมีโอกาสได้สัญจรผ่านไป-มา โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต ขอจงร่วมกันรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้าของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต วีรสตรีไทยอีกพระองค์หนึ่งที่ทรงพลีชีพเพื่อชาติจะประทับอยู่ในใจของคนไทยทุกคนตลอดไป.

“พระองค์หญิงได้ทรงปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จแทนพระองค์ไปเยี่ยมเยียนประชา ชนในท้องถิ่นทุรกันดารทางภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทรงมีพระทัยกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก แม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงอุตสาหะเสด็จไปเยี่ยม เยียนบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า”



ถนนวิภาวดีรังสิต ชื่อนี้...มีที่มา

หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 (ดินแดง-บรรจบทางหลวงหมายเลข 1 (อนุสรณ์สถานแห่งชาติ)) เริ่มต้นตั้งแต่เขตพญาไท ผ่านพื้นที่เขตจตุจักร เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ไปบรรจบกับถนนพหลโยธินที่ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จากจุดเริ่มต้นที่สามแยกดินแดง (จุดบรรจบถนนดินแดงและเชื่อมต่อทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วน 1 สายดินแดง-ท่าเรือ) ถนนสายนี้ตัดผ่านสี่แยกสุทธิสารฯ (ตัดถนนสุทธิสารฯ) ห้าแยกลาดพร้าว (ตัดถนนพหลโยธิน โดยมีถนนลาดพร้าวมาบรรจบเป็นแยกที่ห้า) สี่แยกบางเขน (ตัดถนนงามวงศ์วานหรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 302) สี่แยกหลักสี่ (ตัดถนนแจ้งวัฒนะหรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304) ไปสิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับอนุสรณ์สถาน (จุดบรรจบถนนพหลโยธินหรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) ถนนสายนี้มีลักษณะเป็นทางหลวงพิเศษหรือ ซุปเปอร์ไฮเวย์ ซึ่งแบ่งช่องทางเดินรถเป็นทางด่วนหรือทางหลัก และทางคู่ขนาน ยกเว้นช่วงที่ผ่านหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองจะไม่แบ่งเป็นช่องทางด่วนและทางคู่ขนานเนื่องจากมีพื้นที่จำกัดเพราะถูกขนาบด้วยสนามบินและทางรถไฟ ปัจจุบันมีทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) เป็นทางด่วนพิเศษยกระดับเก็บค่าผ่านทาง อยู่เหนือถนนวิภาวดีรังสิตด้วย เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้เดินทางที่ต้องการความรวดเร็วกว่าเดิม

ถนนวิภาวดีรังสิตตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ซึ่งพระนามเดิมคือหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต พระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ ทรงเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายในที่บำเพ็ญพระกรณียกิจอันเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง ได้ทรงรับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยเสด็จเยี่ยมราษฎรในเขตที่ผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอยู่ จนกระทั่งเฮลิคอปเตอร์ที่เสด็จถูกผู้ก่อการร้ายระดมยิงจนสิ้นชีพิตักษัยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต และรัฐบาลได้นำพระนามมาเป็นชื่อถนนซึ่งเป็นทางหลวงหมายเลข 31 ซึ่งเดิมคนทั่วไปมักเรียกว่า “ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์”

อนึ่ง ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งตะวันออก ช่วงตั้งแต่แยกใต้ด่วนดินแดงถึงคลองบางซื่อ เป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างเขตพญาไทกับเขตดินแดง และถนนวิภาวดีรังสิตช่วงตั้งแต่ถนนแจ้งวัฒนะถึงสนามบินดอนเมืองเดิมเป็นถนนท้องถิ่นมีชื่อว่า “ถนนศรีรับสุข”

ทีมวาไรตี้@เดลินิวส์

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เรือสำราญ อลาสก้า - กรุงเทพ


22 September 2012 - 25 October 2012


Day Port / Date Arrive Depart
1
Anchorage (Whittier), Alaska
Saturday, September 22

5:00 PM
2
At Sea
Sunday, September 23
3
At Sea
Monday, September 24
4
Cross International Dateline
Tuesday, September 25
12:00 PM 1:00 PM
5
At Sea
Thursday, September 27
6
At Sea
Friday, September 28
7
At Sea
Saturday, September 29
8
Sapporo (Muroran/Hokkaido), Japan
Sunday, September 30
8:00 AM 6:00 PM
9
Aomori, Japan
Monday, October 1
8:00 AM 6:00 PM
10
At Sea
Tuesday, October 2
11
Vladivostok, Russia
Wednesday, October 3
4:30 AM 7:00 PM
12
At Sea
Thursday, October 4
13
At Sea
Friday, October 5
14
Shanghai, China
Saturday, October 6
7:00 AM 6:00 PM
15
At Sea
Sunday, October 7
16
Dalian, China
Monday, October 8
7:00 AM 2:00 PM
17
Beijing (Tianjin), China
Tuesday, October 9
4:00 AM 6:00 PM
18
At Sea
Wednesday, October 10
19
Busan, South Korea
Thursday, October 11
12:00 PM 7:00 PM
20
Nagasaki, Japan
Friday, October 12
6:00 AM 6:00 PM
21
At Sea
Saturday, October 13
22
Shanghai, China
Sunday, October 14
7:00 AM 6:00 PM
23
At Sea
Monday, October 15
24
At Sea
Tuesday, October 16
25
Hong Kong, China
Wednesday, October 17
8:00 AM 7:00 PM
26
At Sea
Thursday, October 18
27
Nha Trang, Vietnam
Friday, October 19
8:00 AM 5:00 PM
28
Ho Chi Minh City (Phu My), Vietnam
Saturday, October 20
7:00 AM 6:00 PM
29
At Sea
Sunday, October 21
30
Singapore
Monday, October 22
9:00 AM 7:00 PM
31
At Sea
Tuesday, October 23
32
At Sea
Wednesday, October 24
33
Bangkok (Laem Chabang), Thailand
Thursday, October 25
4:00 AM

สวรรค์บนดิน "มัลดีฟส์"

หลังอดีตประธานาธิบดีประกาศลาออก ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลงกว่าเดิม แต่ผู้บริหารรีสอร์ทและบริษัททัวร์ยืนยันไม่กระทบมากนัก


เหตุรุนแรงทางการเมืองในประเทศหมู่เกาะแห่งมหาสมุทรอินเดียที่มีชื่อว่า “สาธารณรัฐมัลดีฟส์” กลายเป็นเมฆสีดำที่มาแปดเปื้อนดินแดนสวยงามแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสวรรค์บนดินมีรีสอร์ทหรูติดอันดับโลกให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนชมความงามทางธรรมชาติของที่นี่ เพราะไม่แน่ต่อไปดินแดนหมู่เกาะแห่งนี้อาจถูกน้ำทะเลกลืน เพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อนก็เป็นได้

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เทคนิคการจัดสวนในพื้นที่แคบ

คุณผู้อ่านที่มีพื้นที่ว่างแคบ ๆ ในบริเวณบ้าน แต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร “บ้านและสวน” ชวนคุณมาจัดสวนกัน โดยครั้งนี้เราจะใช้เทคนิคทางศิลปะมาช่วยหลอกสายตา ทำให้เกิดความรู้สึกว่าสวนของเรากว้างกว่าความเป็นจริง เทคนิคที่นำมาใช้ก็มีดังนี้



ขนาด (scale)

เลือกใช้ต้นไม้และวัสดุตกแต่งสวนที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ หรือมีขนาดเล็กกว่าปกติเล็กน้อย จะช่วยทำให้สวนมีขนาดกว้างขึ้น นอกจากนี้การใช้วัสดุตกแต่งสวนที่มีขนาดปกติเท่าจริงอยู่ด้านหน้า และจัดให้วัตถุที่มีขนาดเล็กกว่าอยู่ทางด้านหลังหรือไกลสายตาออกไปจะเป็นการสร้างภาพรวมของสวนให้ดูมีความลึกมากขึ้น


เส้น (line)

หากพื้นที่ที่จะจัดสวนมีลักษณะแคบยาว เราสามารถใช้เส้นในแนวตั้งเพื่อเพิ่มมิติ เช่น ทำประตูหรือซุ้มหลอก ๆ เพื่อกำหนดขอบเขตของสายตา สร้างความรู้สึกดึงดูดว่าด้านหลังกรอบนั้นมีพื้นที่ลึกซ่อนอยู่

สี (color)

สีมีผลต่อการสร้างความรู้สึกทางสายตา นำมาใช้สร้างมิติทางความลึกได้ สีโทนร้อน เช่น สีเหลือง ส้ม แดง จะทำให้วัตถุมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่โทนสีเย็น เช่น สีเขียว น้ำเงิน น้ำตาล จะทำให้วัตถุมีขนาดเล็กกว่าปกติ หลักการนี้เราสามารถนำมาใช้ในเรื่องการเลือกสีของพรรณไม้หรือองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ภายในสวน โดยเลือกใช้พรรณไม้หรือวัตถุที่มีโทนสีร้อนไว้ด้านหน้า และพรรณไม้หรือวัตถุที่มีโทนสีเย็นไว้ด้านหลัง เช่น ปลูกพรรณไม้ที่มีสีสันสดใสไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังที่ไกลสายตาออกไปปลูกพรรณไม้ที่มีสีเขียวเข้ม ก็จะช่วยหลอกสายตาให้เกิดความรู้สึกว่าพื้นที่กว้างหรือลึกมากยิ่งขึ้นได้ นอกจากนี้การใช้พรรณไม้ที่ใบมีหลายสีปนกัน ทั้งสีโทนร้อนและโทนเย็น เช่น ใบนาก หมากผู้หมากเมีย จะดูมีมิติ สร้างความรู้สึกทางลึกมากกว่าพรรณไม้ที่ใบมีเพียงสีเดียว

ผิวสัมผัส (texture)

การใช้ของแต่งสวนที่มีผิวสัมผัสต่างกันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างมิติทางลึกได้ โดยจัดพรรณไม้หรือวัตถุที่มีผิวสัมผัสหยาบอยู่ด้านหน้า ด้านหลังใช้พรรณไม้หรือวัตถุที่มีผิวสัมผัสละเอียด เช่น การโรยกรวดปูพื้นสวน ส่วนหน้าใช้กรวดที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่ไกลออกไปใช้กรวดที่มีสีเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กลง ก็จะช่วยหลอกสายตาว่าพื้นที่ดูมีความลึกมากขึ้น

Tips

- กรณีที่ต้องการปูแผ่นทางเดิน ควรใช้เส้นในแนวขวาง เส้นโค้ง เส้นทแยง ซึ่งให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว หลีกเลี่ยงเส้นตรงที่ขนานกับความยาวของพื้นที่ เพราะจะทำให้ดูนิ่ง ไม่น่าสนใจ

- บริเวณริมรั้วควรปลูกต้นไม้ที่มีความสูงต่างระดับกัน และมีจังหวะที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มลูกเล่น เบี่ยงเบนความสนใจจากความยาวของพื้นที่

- อาจสร้างจุดดึงดูดสายตาด้วยการทำชั้นวางกระถางต้นไม้เป็นระยะ หรือเจาะช่องสำหรับวางตุ๊กตา เชิงเทียน เว้นระยะ ดูจังหวะให้เหมาะสม

- ในกรณีที่บ้านมีพื้นที่มากพอที่จะทำบ่อน้ำ เงาสะท้อนจากน้ำก็สามารถหลอกสายตาให้ดูว่ามีพื้นที่กว้างกว่าปกติได้เช่นกัน

- พรรณไม้ที่เหมาะกับสวนในพื้นที่แคบควรคำนึงถึงแสงแดดที่ส่องเข้ามาด้วย ถ้าเป็นพื้นข้างตัวบ้านจะโดนแสงแดดน้อย ควรเลือกไม้ในร่มมาปลูก เช่น โมก จั๋ง เฮลิโคเนีย เสน่ห์จันทน์แดง.


บ้านและสวน
Via @เดลินิวส์

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

1ทศวรรษ'ถนนคนเดิน'อัตลักษณ์ความเป็นล้านนา

โดย...จันจิรา จารุศุภวัฒน์
@คมชัดลึก


ทุกเย็นวันอาทิตย์บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งมือสมัครเล่น มืออาชีพ พากันนำสินค้าที่ผลิตขึ้นเองและรับจากผู้ผลิตในท้องถิ่นวางจำหน่ายบนถนนคนเดินกลางเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ถนนพระปกเกล้า ถนนราชดำเนิน จากประตูท่าแพจนถึงหน้าวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นถนนที่มีจำนวนผู้ค้ามากถึง 6,000 ราย ปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 10 ถือเป็นเสน่ห์ของเชียงใหม่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาแล้วไม่พลาดเยี่ยมชม


ทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแล บอกว่า ถนนคนเดินวันอาทิตย์เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญอีกแห่งของเมืองเชียงใหม่ที่กลายเป็นจุดดึงดูดสำคัญให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต้องมาช็อปปิ้ง จนสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ทั้งการขายปลีก และออเดอร์ หรือคำสั่งซื้อไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 100 ล้านบาท


"ถนนสายนี้มีวิวัฒนาการและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนผู้ค้า นักท่องเที่ยว ทำให้เทศบาลต้องจัดระเบียบพื้นที่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้งที่มีคุณภาพของเมือง โดยเฉพาะสินค้าที่นำมาจำหน่ายต้องเป็นงานแฮนด์เมด หรือเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมของงานฝีมือประกอบ ห้ามนำสินค้าจากโรงงานและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาจำหน่าย"

ทัศนัย กล่าวว่า หลังจัดระเบียบให้ถนนคนเดินวันอาทิตย์มีเอกลักษณ์เป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวแล้ว แผนงานและเป้าหมายการจัดระเบียบถนนคนเดินในระยะต่อไป นอกจากจะเน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่นำอาหารมาจำหน่ายต้องไม่ใช้โฟม หรือภาชนะที่เป็นพลาสติก ต้องเป็นภาชนะที่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อลดจำนวนขยะในพื้นที่

"นอกจากนี้จะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้เคร่งครัดมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าถนนคนเดินเป็นพื้นที่เปิด แต่ละสัปดาห์มีนักท่องเที่ยวมาไม่ต่ำกว่าวันละ 1 หมื่นคน จึงต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว" นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าว

ด้าน สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ บอกว่า ถนนคนเดินวันอาทิตย์ถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สร้างสีสันให้แก่การท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นแหล่งกระจายสินค้าหัตถอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น <

"ในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยว อยากเห็นถนนสายนี้พัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง และอยากให้มีการขยับขยายพื้นที่ เพื่อทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งของภาคเหนือ และเปิดพื้นที่ให้เป็นช่องทางกระจายสินค้าหัตถอุตสาหกรรมของผู้ผลิตในท้องถิ่นที่ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก"

จุฬาลักษณ์ อาจหาญ พนักงานบริษัทเอกชน ที่ผลิตสินค้าแฮนด์เมดจำหน่าย บอกว่า ขายสินค้าที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์มานานกว่า 6 ปี ยอดขายแต่ละสัปดาห์ถือว่าน่าพอใจ รายได้เสริมจากการขายสินค้าบนถนนเส้นนี้ ถูกนำมาใช้จ่ายเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายจิปาถะ รวมทั้งนำมาเป็นทุนหมุนเวียนซื้อวัสดุเพื่อนำมาผลิตสินค้าขายอีก

"ถนนสายนี้นอกจากเป็นช่องทางการตลาดให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายย่อยได้มีพื้นที่ในการนำสินค้าที่ผลิตขึ้นเองมาวางจำหน่ายแล้ว ยังเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามือสมัครเล่นได้มีโอกาสค้าขายเพื่อเป็นอาชีพเสริมด้วย" จุฬาลักษณ์ กล่าว


ด้าน ศุภชัย อมรกันทรากร พ่อค้าถนนคนเดินวันอาทิตย์อีกราย บอกว่า ทำงานประจำด้วย แต่เริ่มนำสินค้ามาขายที่ถนนคนเดินปี 2549 เป็นสินค้าทำมือ เช่น ตุ๊กตา พวงกุญแจ ลูกปัด ฯลฯ ช่วงแรกขายส่งให้เพื่อน แต่หลังๆ เห็นว่าขายดีขึ้นจึงมาขายเอง โดยใช้วิธีแบกสินค้ามาวางขาย กระทั่งมีล็อกประจำ ยอมรับว่ารายได้มากกว่างานประจำที่ทำ มีออเดอร์อย่างต่อเนื่องจนผลิตแทบไม่ทัน


วันนี้ ถนนคนเดินวันอาทิตย์ เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเชียงใหม่ ถือเป็นโชว์รูมค้าขายสินค้าพื้นเมือง อันเป็นเวทีของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง!