หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ดวงใครดีในปีมังกรคะนองน้ำ - ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย


สำหรับในปีมะโรงนี้หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันว่าปี “มังกรคะนองน้ำ” นั้น เราได้รู้ไปแล้วว่านักษัตรที่ร้ายหรือมีการชงนั้นได้แก่ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักษัตรจอ มะโรง ฉลู และ เถาะ คราวนี้เราก็คงมีคำถามว่าแล้วนักษัตรใดถือว่าเป็นมงคลเมื่อเทียบกับพลังของฟ้าในปีมังกรคะนองน้ำนี้บ้าง ซึ่งในการดูฮวงจุ้ยระบบวิชาการนั้นเราถือว่าในปีมะโรงนั้นจะมีนักษัตรที่ได้รับมงคลจากพลังฟ้าได้แก่ “ระกา” “วอก” และ “ชวด” โดยรายละเอียดของความเป็นมงคลและการจัดวางสิ่งของเพื่อเสริมพลังปีนั้นมีดังนี้

สำหรับนักษัตรแรกที่ถือว่าเป็นมงคลที่สุดในปีนี้ได้แก่ “นักษัตรระกา” (ได้แก่ท่านที่เกิดในปีระกา หรือท่านที่เกิดในช่วง 7 กันยายน ไปจนถึง 6 ตุลาคม หรือ ท่านที่เกิดในช่วงเวลา 17.00-19.00 น.) เพราะถือว่าเป็นนักษัตรที่ “ฮะ” หรือมีสัมพันธ์ที่ดีกับพลังฟ้าในปีมะโรง โดยเป็นปีที่ท่านจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ท่านรู้จักคุ้นเคยเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือ ส่งเสริมให้ท่านมีความมั่นใจในกิจการการงานที่ท่านนั้นรับผิดชอบอยู่ หรือได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในการงานเดิมที่ท่านรับผิดชอบอยู่โดยเฉพาะ


หากท่านทำงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทขนาดใหญ่หรือหน่วยงานราชการจะได้รับความเป็นมงคลมากเป็นพิเศษ หรือหากท่านมองหาลูกค้าหรือคู่ค้ารายใหญ่ปีนี้ก็เป็นปีที่ดี ที่ท่านจะมีโอกาสได้รับผลสำเร็จในการเจรจาติดต่อค้าขายกัน มากไปกว่านั้นท่านจะมีโอกาสได้ทรัพย์สินหรือที่ดินที่ท่านต้องการหรือที่หวังไว้ และหากท่านหวังที่จะได้ลูกหลานใหม่ ๆ ภายในครอบครัว หรือ ลูกน้องฝีไม้ฝีมือดี ๆ ปีนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่ท่านจะมีโอกาสที่ท่านจะสำเร็จได้ตามที่ท่านคิดหวังในเรื่องดังกล่าว หรือหากมองในมุมของการศึกษา ปีนี้ก็เป็นปีที่ดีที่ท่านจะได้โอกาสในการศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติมเพื่อเสริมศักยภาพของตัวท่านด้วย โดยท่านสามารถกระตุ้นพลังดีภายในบ้านหรือสำนักงานเพื่อเสริมมงคลจากพลังของปีมะโรงนี้ได้ โดยการตั้งอุปกรณ์โลหะสเตนเลสมันวาวแบบที่เคลื่อนไหวเพื่อกระจายพลังดีได้ เช่นนาฬิกาลูกตุ้มโลหะ ลูกโมเมนตั้มโลหะ พัดลมโลหะ น้ำล้นน้ำตกสเตนเลส โคมไฟสเตนเลสมันวาว ที่ทิศตะวันตกของห้องที่ท่านอยู่

ส่วนนักษัตรที่เป็นมงคลรองลงมานั้นได้แก่ “นักษัตรวอก” (ได้แก่ท่านที่เกิดในปีวอก หรือท่านที่เกิดในช่วง 7 สิงหาคม ไปจนถึง 6 กันยายน หรือ ท่านที่เกิดในช่วงเวลา 15.00-17.00 น.) โดยพลังของปีมะโรงนั้นจะเข้ามาส่งเสริมให้ท่านได้รับการช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำจุนจากผู้หลักผู้ใหญ่คนใหม่ ๆ ที่ท่านไม่ได้คาดคิดไว้ ส่งเสริมให้ท่านมีความมั่นใจในริเริ่มธุรกิจการงาน การลงทุนลงแรงใหม่ ๆ การขยายงาน เพิ่มหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในเรื่องของทางไกลหรือต่างประเทศนั้นจะดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้าใหม่ ๆ หรือการหาคู่ค้าใหม่ ๆ จากต่างประเทศหรือจากทางไกลก็ล้วนแล้วแต่จะทำให้ธุรกิจการงานของท่านได้รับผลดี มากไปกว่านั้นปีนี้เป็นปีที่ท่านจะได้มีงานอดิเรกใหม่ ๆ ที่ท่านชอบ หรือได้ศึกษาวิชาการเสริมใหม่ ๆ ท่องเที่ยวหรือเดินทางธุรกิจไปยังแดนไกลก็จะได้รับผลดีหรือมีความสุข โดยท่านสามารถกระตุ้นพลังดีเพื่อเสริมท่านได้โดยการตั้งชามโลหะสเตนเลสหรือชามสีขาวใส่น้ำนิ่ง หรือ ตั้งอุปกรณ์ตกแต่งที่ทำจากโลหะสเตนเลสที่มีลักษณะนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ที่ทิศเหนือของห้องที่ท่านพักอาศัยอยู่

ส่วนนักษัตรสุดท้ายที่รับมงคลจากปีมะโรงได้แก่ “นักษัตรชวด” (ได้แก่ท่านที่เกิดในปีวอก หรือท่านที่เกิดในช่วง 7 ธันวาคม ไปจนถึง 4 มกราคม หรือ ท่านที่เกิดในช่วงเวลา 23.00-01.00 น.) โดยท่านจะค่อย ๆ ได้รับความเป็นมงคลจากพลังฟ้าของปีมะโรงแบบ “ต้นร้ายปลายดี” ท่านจะได้รับภาระรับผิดชอบหรือหน้าที่การงานใหม่ ๆ ที่ใหญ่ขึ้น โดยเป็นภาระการงานที่ท่านคาดเดาได้อยู่แล้ว หากท่านตระเตรียมตัวหรือวางแผนไว้ดีในท้ายที่สุดท่านก็จะสามารถรับมือได้ เป็นผลให้มีโอกาสได้รับความยอมรับเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หากท่านทำธุรกิจการค้าในปีนี้เหมือนกับว่าท่านจะมีเรื่องราวหลัก ๆ

ใหญ่ ๆ ให้ท่านต้องเข้าไปแก้ไขปรับปรุง เริ่มต้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากเกินความสามารถ แต่เมื่อผ่านไปหากท่านจัดการภาระดังกล่าวได้กลับทำให้ธุรกิจของท่านได้รับการยอมรับมีชื่อเสียงที่ดี เรียกว่าเป็นปีที่ท้าทายสำหรับท่านเป็นอย่างมาก โดยท่านสามารถกระตุ้นพลังดีเพื่อเสริมท่านได้โดยการตั้งโคมไฟโลหะสเตนเลสมันวาวที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของห้องที่ท่านอยู่ ท่านควรหมั่นเปิดโคมไฟสักวันละ 2-4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

สำหรับท่านที่มีนักษัตรที่ได้กล่าวมาในดวงนั้นในปีนี้ก็ถือได้ว่าท่าน “ดวงดี” เพราะมีพลังฟ้าของปีมะโรงเสริม แต่ก็ขอให้ท่านระวังการตกแต่งต่อเติมซ่อมแซมใน “ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” และ “ทิศใต้” ของบ้านหรือสำนักงานโรงงานของท่านเป็นอย่างมาก เพราะมีผลโดยตรงที่จะบั่นทอนพลังดีของปีมะโรงที่มาเสริมท่านกลับกลายให้ได้รับผลร้าย ส่วนท่านที่ไม่ได้มีนักษัตรดังกล่าวภายในดวงก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวแต่อย่างใด เพราะ “พลังดิน” หรือ “ฮวงจุ้ย” นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ซินแสหรืออาจารย์ ฮวงจุ้ยนั้นมีความเชื่อว่าสามารถใช้ในการปรับเสริมมงคลหรือลดร้ายจากรูปดวงได้ โดยการจัดปรับฮวงจุ้ยโดยละเอียดนั้นท่านสามารถรับคำปรึกษาได้จากซินแสที่มีประสบการณ์ครับ.

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ในหลวงเสด็จทอดพระเนตรเจ้าพระยา พระพักตร์แจ่มใส


เวลา 17.30 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยรถเข็นพระที่นั่ง ในฉลองพระองค์เชิ้ตแขนสั้นพิมพ์ลายโทนสีเขียวอ่อน สนับเพลาสีดำ พระหัตถ์ซ้ายทรงจูงคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง และทรงคล้องกล้องถ่ายภาพที่พระศอด้วย

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อลังการ 'คาร์นิวัล ริโอ เดอ จาเนโร'


ตราตรึง สวยงาม อลังการ 'คาร์นิวัล ริโอ เดอ จาเนโร' ท่ามกลางนักท่องเที่ยวกว่า 8 หมื่นคนจากทั่วโลก ที่ไปรอชมขบวนพาเหรดของเหล่านักเต้นแสนสวย




เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยกับมหกรรมคาร์นิวัลที่ ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ท่ามกลางนักท่องเที่ยวกว่า 8 หมื่นคนจากทั่วโลก ที่ไปรอชมขบวนพาเหรดของเหล่านักเต้นแสนสวยที่มาโยกย้ายส่ายสะโพกในชุดแต่งกายที่งดงามท่ามกลางเสียงดนตรีและการตกแต่งขบวนอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา


ป็นที่รู้กันว่าขบวนพาเหรดที่สวยงามเหล่านี้มาจากโรงเรียนสอนเต้นในเมืองต่างๆ ของบราซิล โดยแต่ละปีจะมีการประกวดกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยเฉพาะในวันสุดท้ายของเทศกาลคาร์นิวัล โรงเรียนที่ชนะเลิศในปีที่ผ่านมาจะจัดขบวนพาเหรดมาอย่างสวยงามและเลิศหรูอลังการเพื่ออวดความเป็นแชมป์และเพื่อเรียกคะแนนจากคณะกรรมการให้ได้รางวัลชนะเลิศในปีนี้อีกครั้ง พร้อมๆ กันนี้ยังมีการประกาศรางวัลราชินีคาร์นิวัล ซึ่งในปีที่แล้วผู้ได้รับรางวัลเป็นเด็กสาวที่เพิ่งฝึกฝนการเต้นมาได้ไม่กี่ปีแต่ก็ชนะใจผู้ชมและชนะใจคณะกรรมการจนได้ตำแหน่งราชินีไปครองอย่างสบายๆ และเทศกาลนี้ไม่ใช่มีเพียงวันเดียวนะคะ งานนี้จัดกันอย่างจุใจถึง 7 วันเต็ม โดยเฉพาะวันสุดท้าย บรรดาราชินีและโรงเรียนที่โดดเด่นในเรื่องการเต้นจนได้รับรางวัลมานักต่อนักก็จะมาร่วมขบวนพาเหรดเป็นการปิดท้ายของเทศกาล เพื่อสร้างความติดตาตรึงใจให้แก่ผู้ชมกันอย่างเต็มที่


เทศกาลคาร์นิวัลเป็นงานที่มีกลุ่มคนมาร่วมชมขบวนพาเหรดของเหล่าสาวประเภทสองและนักเต้นชาวบราซิลเลียนกว่า 4,500 ชีวิต ที่ประโคมโหมแต่งกายเลิศหรูฟูบานมาประชันกันในการแสดงและการเต้นรำหลายแขนง โดยเฉพาะแนวแซมบ้าอย่างสุดมัน ซึ่งทุกคนล้วนประชันกันอย่างเต็มที่เมื่อเสียงกลองกระหึ่มขึ้น พร้อมๆ กับความสนุกสนานที่ระเบิดขึ้นในงานประจำปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดงานหนึ่ง หลังจากที่เหล่านักเต้นจากโรงเรียนสอนการเต้นรำต่างๆ ฝึกซ้อมกันมาอย่างหนักทั้งปีเพื่อได้มาโชว์ลีลาในงานนี้โดยเฉพาะ โดยจะมีคณะกรรมการตัดสินให้รางวัลแก่ทีมที่เต้นรำได้อย่างมีศิลปะอลังการและยอดเยี่ยมเข้าตามากที่สุด


งานคาร์นิวัลระดับประเทศงานนี้ไม่เป็นเพียงงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวบราซิล แต่ยังเป็นงานแข่งขันเต้นรำที่ดุเดือดมากที่สุดอีกด้วยเหล่าสาวประเภทสองเปิดเผยและยอมรับอย่างไม่เขินอายว่า พวกเธอใช้ซิลิโคนในการเสริมอกทำให้สรีระดูมีส่วนโค้งเว้าเพื่อให้ชุดที่สวมใส่เดินโชว์ในขบวนพาเหรดนั้นสวยงามและดูดีที่สุด จนทำให้ "ซิลิโคน" กลายมาเป็นสัญลักษณ์และเครื่องประดับประจำงานคาร์นิวัลของประเทศบราซิลไปแล้ว



คมชัดลึก 22 กุมภาพันธ์ 2555

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จิบทะเล...เหล่เมืองโบราณใน'ตุรกี'

โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

อุณหภูมิใจไม่คงที่เท่าไหร่ ตอนเตร็ดเตร่ใน ตุรกี มันเหวี่ยงไปมาตอนนั่งเรือล่องช่องแคบบอสฟอรัส เต้นไม่เป็นท่าตอนเห็นด้านในของวิหารเซนต์โซเฟีย แถมมาวูบวาบอีกรอบตอนเห็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่คาปาโดเกีย


ก็หวังว่าเมืองริมทะเลอย่าง คูซาดาสึ (Kusadasi) และเมืองโรมันโบราณอย่าง เอเอเฟซุส (Ephesus) จะช่วยปรับอุณหภูมิใจให้หายแกว่งบ้าง

สูตรของนักท่องเที่ยวที่เวลาน้อย เงินเยอะ เขาจะบินจากอิสตันบูลมาลงที่อิซมีร์ (Izmir)แล้วนั่งรถไปพักโรงแรมหรูๆ ริมทะเลที่เมืองคูซาดาสึ สูดดมกลิ่นทะเลอีเจียนให้ฉ่ำปอด วันรุ่งขึ้นค่อยนั่งรถมาเที่ยวเอเฟซุส


สูตรของนักท่องเที่ยวเวลาเยอะ เงินน้อย จะค่อยๆ นั่งรถเลาะผ่านเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อิสตันบูล ปามุคคาเล อันตาลยา หรือคอนยา แล้วไปหาที่พักถูกๆ ในเมืองเซลจุก (Selcuk)

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉันอยู่ในพวกหลัง นักเดินทางชั้นประหยัดจากทุ่งบางนา นั่งเรือบินจากบางกอกไปอิสตันบูลด้วยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (0-22310300-7) จากนั้นนี่งรถบัสประจำทางหลังขดหลังแข็งรอนแรมจากคาปาโดเกีย ไปแวะเที่ยว ปามุคคาเล เสร็จแล้วนั่งรถโดลมุส ซึ่งเป็นเหมือนรถตู้ของบ้านเรา นั่งเรื่อยมาจนถึงเมือง เซลจุก เหนื่อยแทบคลานเข่าเข้าเรือนพักที่จองผ่านอโกดา (www.agoda.co..th) คราวนี้ไม่ได้จองผ่านเว็บไซต์แต่ใช้จองผ่านแอพพลิเคชั่นที่โหลดไว้ หน้าจอสมาร์ทโฟน แต่ก็พบว่าสะดวกไม่ต่างจากจองผ่านเว็บไซต์

ตัวเมืองเซลจุกไม่ได้มีอะไรให้น่าเที่ยวมากนัก เดินประเดี๋ยวเดียวก็ทั่วเมืองแล้ว เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับคนที่จะไปเที่ยวเมืองโบราณเอเฟซุสมากกว่า เลยนั่งรถโดลมุสเที่ยวละ 4 ลีราไปเดินสอดส่ายหาอากาศดีๆ ที่ เมืองคูซาดาสึ

คุณสมบัติของเมืองริมทะเล โรแมนติก ร่าเริงยามลมทะเลโบกสะบัด เบิกบานในวันมีแดด มีชีวิตชีวายามหาดทรายถูกประดับไว้ด้วยผู้คน คูซาดาสึเป็นแบบนั้น และความที่มีตึกรามที่โรยไว้ด้วยสีสัน ยิ่งทำให้กลายเป็นเมืองน่ามอง

ที่จริงถ้าวัดกันในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ถือว่าคูซาดาสึไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นแค่เมืองตากอากาศที่ชาวยุโรปนิยมมาอาบแดด หรือคนที่ตั้งใจไปเที่ยวเมืองโบราณเอเฟซุสก็มักจะมาพักกันที่นี่

จากปากคำเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวคูซาดาสึ หล่อนบอกว่าครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่ลงมาจากเรือสำราญ เพราะที่นี่เป็นเมืองท่า จอดเรือได้เกือบพันลำ พวกเรือสำราญลำโตเลยพากันมาทอดสมอทุกวัน ปล่อยลูกทัวร์ลงไปเที่ยวและช็อปปิ้งของที่ระลึก คูซาดาสึเลยคึกคัก ยิ่งเป็นย่านใจกลางเมือง คาเฟ่แทบทุกแห่งแทบไม่มีเก้าอี้ว่าง ถนนแทบทุกสายแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว

ฉันไม่รีบร้อนกลับเซลจุก เพราะรถเมล์เที่ยวสุดท้ายจากคูซาดาสึกลับเซลจุกคือเที่ยงคืน เลยโอ้เอ้นั่งดูดวงตะวันหย่อนตัวลงใส่ทะเลอีเจียน เป็นเย็นย่ำในคูซาดาสึที่โรแมนติกวายร้าย

เรือสำราญทยอยถอนสมอกันไปทีละลำสองลำ พ่อลูกพรานเบ็ดยังปักหลักรอคอยปลาชะตาขาด หมาและเจ้าของของมันยังได้สูดอากาศสดปลั่งแบบนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน แสงสวยค่อยๆละเลงแผ่นฟ้าหลังลับตาดวงตะวัน นั่นแหละ คูซาดาสึในความทรงจำของฉัน

วันรุ่งขึ้นถึงได้ออกเดินเท้าไปหา เมืองโบราณเอเฟซุส ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเซลจุกไปราว 2 กิโลเมตร ไม่มีหลักฐานแน่นอน ว่าอายุที่แท้จริงของเอเฟซุสควรจะเป็นเท่าไหร่ รู้แต่ว่าไม่ต่ำกว่า 2 พันปีแน่ พวกนักประวัติศาสตร์บางคนบอกว่าน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล แต่นักโบราณคดีบางกลุ่มก็บอกว่าน่าจะเป็นช่วงศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล จากนั้นพวกกรีกและโรมันก็เข้ามาครอบครองเมืองโบราณแห่งนี้

แต่ช่วงที่โรมันเข้ามายึดครอง ราวศตวรรษที่ 1 เอเฟซุสถือว่ารุ่งเรืองสุดขีด แต่เอเฟซุสก็ถูกกระหน่ำทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคภัยร้ายแรงเล่นงาน ไปจนถึงสงครามก็น้ำมือมนุษย์ด้วยกันเอง ทำให้เอเฟซุสกลายเป็นเมืองที่จมลงอยู่กับอดีต

กระทั่งกลางศตวรรษที่19 เมื่อมีนักโบราณคดีไปทำการสำรวจและขุดค้น จึงพบว่าเมืองโบราณแห่งนี้ ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก รัฐบาลตุรกีพยายามบูรณะอย่างทนุถนอม จนทุกวันนี้เอเอฟซุสกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ที่คนมาตุรกีแทบไม่ยอมพลาดมาชมเมืองโบราณแห่งนี้

มีหลายจุดในเมืองโบราณที่ฉายภาพความยิ่งใหญ่ในอดีตให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น โรงละครเอเฟซุส ที่ใหญ่ขนาดจุคนได้ 2-3 หมื่นคน ปัจจุบันยังคงใช้งานได้ เวลามีงานสำคัญๆ จะมาจัดขึ้นที่นี่ ที่เห็นอัฒจันทร์ครึ่งวงกลมแห่งนี้ยังสภาพดีเพราะมีการบูรณะไปหลายรอบ

แต่มุมยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวพากันถามหาคงจะเป็น ห้องสมุดเซลซุส แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของเอเฟซุสเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนคงจะเป็นห้องสมุดที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามมาก แต่เมื่อถูกเผาทำลายด้วยฝีมือของชาวกอธ และเกิดเหตุแผ่นดินไหว ห้องสมุดเซลซุสก็เลยเหลือแต่ด้านหน้า แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยความสวยงามเอาไว้ให้เห็น อย่างน้อยก็รูปสลักของเทพี 4 องค์ที่อยู่ด้านหน้า

ยังมีอีกหลายมุมในเอเฟซุสที่น่าสนใจ เช่นส้วมโบราณ ที่ทำให้รู้ว่าคนสมัยก่อนเขาถ่ายทุกข์ไปนั่งสนทนากันไปอย่างไม่ใส่ใจเรื่องกลิ่น หรือส่วนที่เป็นซ่องโบราณ ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องสมุด

ระหว่างทางกลับไปเซลจุก เดินผ่าน วิหารเทพธิดาอาร์ทีมิส เลยโฉบเข้าไปดู ถึงแม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงเสาต้นเดียว แต่ค่าที่เคยเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ทำให้เสาแห่งนี้ไม่เคยโดดเดี่ยว แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเข้าไปเยี่ยมวันละหลายพัน ในอดีตวิหารหินอ่อนแห่งนี้มีเสา 127 ต้น แต่หลังจากถูกเผาทำลาย ก็ไม่ได้รับการบูรณะอีกเลย

ทั้งเมืองโบราณเอเฟซุสและวิหารเทพธิดาอาร์ทีมิส ต่างทิ้งคำบอกกล่าวหลายอย่างเอาไว้ให้คนรุ่นนี้ได้ขบคิด อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่า ทุกอย่างมีเกิด ก็มีดับ ไม่มีข้อแม้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตามที ไม่มีข้อละเว้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์หรือสิ่งธรรมดาสามัญ





สงครามเงาอิหร่าน-อิสราเอล


ความรุนแรงจากความขัดแย้งระหว่างคู่ปรปักษ์ ยิว-อิหร่าน ลามมาถึงบ้านเราจนได้ เหตุระเบิดในกรุงเทพฯ และการจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัย ทำลายบรรยากาศการลงทุนและการท่องเที่ยว “ในระดับหนึ่ง” ซึ่งเรื่องเปราะบางอย่างนี้รัฐบาลต้องระวังเรื่องจุดยืนในการจัดการปัญหา เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็เป็นมิตรประเทศที่ดีของเรา

ต้องหาทางผลักดันเวทีต่อกร ให้พ้นบ้านเรา และอย่างน้อยต้องให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุซ้ำสอง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร็ว