แคนาดา (Canada) เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ทิศเหนือจรดมหาสมุทรอาร์กติก ทิศใต้จรดสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก และรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลก มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2ทรงเป็นพระประมุขสูงสุด ใช้ภาษาทางการ 2 ภาษาคือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ทั้งในระดับประเทศและในมณฑลนิวบรันสวิก มีความหลากหลายของวัฒนธรรมเพราะประชากรส่วนใหญ่จะเป็นผู้อพยพมาจากที่อื่น
แคนาดาเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีเศรษฐกิจที่หลากหลาย ซึ่งพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และพึ่งพาการค้าขาย โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่แคนาดามีความสัมพันธ์อันยาวนานและสลับซับซ้อน
แคนาดาเป็นสหพันธรัฐที่ประกอบด้วย 10 รัฐ (provinces) และ 3 ดินแดน (territories) ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างรัฐกับดินแดนคือ รัฐของแคนาดาได้รับมอบอำนาจจากบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยตรง
ขณะที่ดินแดนของแคนาดาจัด ตั้งขึ้นโดยกฎหมายของสหพันธรัฐ ดังนั้น รัฐบาลสหพันธ์จึงมีอำนาจโดยตรงในการควบคุมดูแลดินแดน ส่วนรัฐบาลของรัฐนั้นจะมีอำนาจและสิทธิในการปกครองตนเองมากกว่า
รัฐและดินแดนของแคนาดามีดังนี้
รัฐ
* แอลเบอร์ตา
* บริติชโคลัมเบีย
* แมนิโทบา
* นิวบรันสวิก
* นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์
* โนวาสโกเชีย
* ออนแทรีโอ
* ปรินซ์เอ็ดเวิร์ดไอแลนด์
* ควิเบก
* ซัสแคตเชวัน
ดินแดน
* นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์
* นูนาวุต
* ยูคอน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูลประเทศต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูลประเทศต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548
ออสเตรเลีย(Australia)
ออสเตรเลียมีชื่อทางการว่า สหพันธรัฐออสเตรเลีย มีประชากรประมาณ 18.75 ล้านคน1 ใน 5 ของชาวออสเตรเลียอพยพมาจากประเทศในแถบเอเซีย ยุโรป อังกฤษ และอเมริกา ทำให้ออสเตรเลียเป็นสังคมที่มีหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม
ออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกด้วยพื้นที่ขนาดกว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ออสเตรเลียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์ เป็นรัฐอธิปไตยในเครือจักรภพ (Commonwealth) มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข
พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้าน ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และรัฐทัสเมเนียมีความอุดมสมบูรณ์มาก ฝนตกชุก ที่นี่มีสัตว์และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในดินแดน อื่น เช่น จิงโจ้ โคอะล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด
ประเทศออสเตรเลียแบ่ง ออกเป็น 6 รัฐ และ 2 ดินแดน
รัฐนิวเซาท์เวลล์ (New South Wales)
มีเมืองหลวงคือซิดนีย์ Sydney คือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากนักศึกษานิยมไปศีกษามากที่สุด เพราะเป็นนครเก่าแก่และใหญ่ที่สุดจึงทำให้เป็นเมืองที่คึกคักและ มีชีวิตชีวาคล้ายๆกับกรุงเทพของเรา สัญลักษณ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ Opera House และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ Sydney Harbour Bridge ถ้าใครไม่เคยถ่ายรูปกับที่นี่แสดงว่ายังไปไม่ถึง
มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)
มีเมืองหลวงคือแคนเบอร์รา Canberra ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศด้วยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือ Sydney หรือ Melbourneต้องเปลี่ยนความเข้าใจนะคะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ใช้เวลาในการเดินทาง โดยรถยนต์ จากตัวเมืองซิดนีย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง
รัฐวิคตอเรียน (Victoria)
มีเมืองหลวงคือเมลเบิร์น Melbourne ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย เป็นรัฐที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของออสเตรเลียเป็นเมืองที่น่าอยู่เมือง หนึ่งในออสเตรเลียเนื่องจากมีสวนสาธารณะมากมายรัฐนี้จึงได้ชื่อว่าเป็น Garden State ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตร เมืองสะอาดมาก นอกจากนี้ยังเป็นเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเงิน และการคมนาคมเนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง และทางรถไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ นับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่มากเลยทีเดียว
เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)
มีเมืองหลวงคือ อาดิเลด Adelaide ตั้งอยู่ทางออสเตรเลียตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม
เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)
มีเมืองหลวงคือ เพิร์ธ Perth เป็นรัฐที่มีการทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก สมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ และอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดด้วยเวลาบินเพียง 6 ชั่วโมงหากใครชอบความเงียบ เรียบง่ายก็ขอแนะนำคะ
รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland)
มีเมืองหลวงคือ บริสเบน Brisbane เป็นเมืองที่มีสีสันน่ารัก สบายๆถ้านักเรียนไม่ชอบผู้คนหนาแน่นและชอบชายหาดเมืองนี้ก็ไม่ควรพลาดนะคะ รัฐนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัฐแห่งแสงแดดมีแสงแดดตลอดทั้งปี มีสถานที่ตากอากาศมากมาย หรือที่รู้จักกันว่า โกลด์โคสต์ Gold Coast และถ้าห่างจากเมืองบริสเบนไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นซัน ชายน์โคสต์ Sunshine coast ซึ่งมีชายหาดและที่พักเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน
มณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)
มีเมืองหลวงชื่อ ดาร์วินเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมืองเมืองอะบอริจิน เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบและสบายๆ ท่ามกลางศูนย์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ไกลจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนีกินี และสิงคโปร์ ดาร์วินจึงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันรวมกันอยู่
ทัสมาเนีย (Tasmania)
มีเมืองหลวงชื่อ โฮบาร์ต Hobart เป็นเกาะทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย เป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดและได้รับการขนานนามว่า “สวิสเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย” เนื่องจากอากาศที่เย็นตลอดปี และมีทิวทัศน์อันสวยงาม ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนของรัฐนี้ไม่สูงมากนัก ภูมิประเทศโดยมากจะเป็นภูเขา และการเดินป่าตลอดจน กิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งจะเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก
สภาพภูมิอากาศ
ออสเตรเลียแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนีย ประมาณ 0-12องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
ฤดูหนาว : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
การปกครอง
รัฐบาลสหพันธรัฐรับผิดชอบกิจการระดับประเทศ เช่นการป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ส่วนรัฐบาลในระดับรัฐ ดูแลด้านการศึกษาการคมนาคม ขนส่ง การบริหารสาธารณสุข การเกษตร การรักษากฎหมายภายในรัฐของตน และรัฐบาลระดับท้องถิ่น ดูแลสาธารณูปโภค การระบายน้ำ การขจัดของเสีย สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน
ศาสนา
ประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนา
เวลาเนื่องจากประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงแบ่งเวลาออกเป็น 3 เขตเวลา (Time Zone) ตามเส้นแบ่งของโลก คือ
• เวลาภาคตะวันตก (Western Standard Time)
จะใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง
• เวลาภาคกลาง (Central Standard Time-CST) จะใช้ในมณฑลตอนเหนือ และรัฐเซาธ์ออสเตรเลีย โดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง
• เวลาฝั่งตะวันตก (Eastern Standard Time-EST) จะใช้ในรัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาธ์เวลส์ รัฐวิคตอเรีย รัฐแทสมาเนีย และเมืองแคนเบอร์รา โดยเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
Daylight Saving ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria , New South Wales , South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม
สกุลเงินตรา
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ (1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 เซ็นต์) ค่าเงินต่าง ๆ แบ่งได้ดังนี้
• เหรียญสีเงิน 5 เซ็นต์, 10 เซ็นต์, 20 เซ็นต์, 50 เซ็นต์
• เหรียญสีทอง 1 ดอลลาร์, 2 ดอลลาร์
• ธนบัตร 5 ดอลลาร์, 10 ดอลลาร์, 20 ดอลลาร์, 50 ดอลลาร์, 100 ดอลลาร์
โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือก หลายค่ายโดยน้องๆสามารถนำเครื่องไปจากเมืองไทยและซื้อ Sim Card และสามารถเติมเงินได้ตาม ศูนย์บริการ หรือ ร้านสะดวกอัตราค่าบริการประมาณนาทีละ 40 เซ็นต์ ระบบที่นิยมมี Optus, Vodafone และ Telstra
หรือในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสามารถหาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ของชาวเอเชียในราคา 10 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 2 ชั่วโมง
ไฟฟ้า
สำหรับกระแสไฟทางประเทศออสเตรเลียใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ (V) แต่ใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาฉะนั้นอย่าลืมว่า ต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย และถ้าหากจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยต้องใช้ Adapter ในการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เป็นระบบเดียวกับกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถหาซื้อ Adapter ได้ทั้งในประเทศไทย
ประปา น้ำประปาสะอาด สามารถใช้สำหรับดื่มได้
ออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกด้วยพื้นที่ขนาดกว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ออสเตรเลียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์ เป็นรัฐอธิปไตยในเครือจักรภพ (Commonwealth) มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข
พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้าน ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และรัฐทัสเมเนียมีความอุดมสมบูรณ์มาก ฝนตกชุก ที่นี่มีสัตว์และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในดินแดน อื่น เช่น จิงโจ้ โคอะล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด
ประเทศออสเตรเลียแบ่ง ออกเป็น 6 รัฐ และ 2 ดินแดน
รัฐนิวเซาท์เวลล์ (New South Wales)
มีเมืองหลวงคือซิดนีย์ Sydney คือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากนักศึกษานิยมไปศีกษามากที่สุด เพราะเป็นนครเก่าแก่และใหญ่ที่สุดจึงทำให้เป็นเมืองที่คึกคักและ มีชีวิตชีวาคล้ายๆกับกรุงเทพของเรา สัญลักษณ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ Opera House และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ Sydney Harbour Bridge ถ้าใครไม่เคยถ่ายรูปกับที่นี่แสดงว่ายังไปไม่ถึง
มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)
มีเมืองหลวงคือแคนเบอร์รา Canberra ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศด้วยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือ Sydney หรือ Melbourneต้องเปลี่ยนความเข้าใจนะคะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ใช้เวลาในการเดินทาง โดยรถยนต์ จากตัวเมืองซิดนีย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง
รัฐวิคตอเรียน (Victoria)
มีเมืองหลวงคือเมลเบิร์น Melbourne ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย เป็นรัฐที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของออสเตรเลียเป็นเมืองที่น่าอยู่เมือง หนึ่งในออสเตรเลียเนื่องจากมีสวนสาธารณะมากมายรัฐนี้จึงได้ชื่อว่าเป็น Garden State ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตร เมืองสะอาดมาก นอกจากนี้ยังเป็นเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเงิน และการคมนาคมเนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง และทางรถไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ นับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่มากเลยทีเดียว
เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)
มีเมืองหลวงคือ อาดิเลด Adelaide ตั้งอยู่ทางออสเตรเลียตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม
เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)
มีเมืองหลวงคือ เพิร์ธ Perth เป็นรัฐที่มีการทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก สมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ และอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดด้วยเวลาบินเพียง 6 ชั่วโมงหากใครชอบความเงียบ เรียบง่ายก็ขอแนะนำคะ
รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland)
มีเมืองหลวงคือ บริสเบน Brisbane เป็นเมืองที่มีสีสันน่ารัก สบายๆถ้านักเรียนไม่ชอบผู้คนหนาแน่นและชอบชายหาดเมืองนี้ก็ไม่ควรพลาดนะคะ รัฐนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัฐแห่งแสงแดดมีแสงแดดตลอดทั้งปี มีสถานที่ตากอากาศมากมาย หรือที่รู้จักกันว่า โกลด์โคสต์ Gold Coast และถ้าห่างจากเมืองบริสเบนไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นซัน ชายน์โคสต์ Sunshine coast ซึ่งมีชายหาดและที่พักเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน
มณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)
มีเมืองหลวงชื่อ ดาร์วินเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมืองเมืองอะบอริจิน เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบและสบายๆ ท่ามกลางศูนย์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ไกลจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนีกินี และสิงคโปร์ ดาร์วินจึงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันรวมกันอยู่
ทัสมาเนีย (Tasmania)
มีเมืองหลวงชื่อ โฮบาร์ต Hobart เป็นเกาะทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย เป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดและได้รับการขนานนามว่า “สวิสเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย” เนื่องจากอากาศที่เย็นตลอดปี และมีทิวทัศน์อันสวยงาม ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนของรัฐนี้ไม่สูงมากนัก ภูมิประเทศโดยมากจะเป็นภูเขา และการเดินป่าตลอดจน กิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งจะเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก
สภาพภูมิอากาศ
ออสเตรเลียแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนีย ประมาณ 0-12องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
ฤดูหนาว : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
การปกครอง
รัฐบาลสหพันธรัฐรับผิดชอบกิจการระดับประเทศ เช่นการป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ส่วนรัฐบาลในระดับรัฐ ดูแลด้านการศึกษาการคมนาคม ขนส่ง การบริหารสาธารณสุข การเกษตร การรักษากฎหมายภายในรัฐของตน และรัฐบาลระดับท้องถิ่น ดูแลสาธารณูปโภค การระบายน้ำ การขจัดของเสีย สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน
ศาสนา
ประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนา
เวลาเนื่องจากประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงแบ่งเวลาออกเป็น 3 เขตเวลา (Time Zone) ตามเส้นแบ่งของโลก คือ
• เวลาภาคตะวันตก (Western Standard Time)
จะใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง
• เวลาภาคกลาง (Central Standard Time-CST) จะใช้ในมณฑลตอนเหนือ และรัฐเซาธ์ออสเตรเลีย โดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง
• เวลาฝั่งตะวันตก (Eastern Standard Time-EST) จะใช้ในรัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาธ์เวลส์ รัฐวิคตอเรีย รัฐแทสมาเนีย และเมืองแคนเบอร์รา โดยเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
Daylight Saving ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria , New South Wales , South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม
สกุลเงินตรา
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ (1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 เซ็นต์) ค่าเงินต่าง ๆ แบ่งได้ดังนี้
• เหรียญสีเงิน 5 เซ็นต์, 10 เซ็นต์, 20 เซ็นต์, 50 เซ็นต์
• เหรียญสีทอง 1 ดอลลาร์, 2 ดอลลาร์
• ธนบัตร 5 ดอลลาร์, 10 ดอลลาร์, 20 ดอลลาร์, 50 ดอลลาร์, 100 ดอลลาร์
โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือก หลายค่ายโดยน้องๆสามารถนำเครื่องไปจากเมืองไทยและซื้อ Sim Card และสามารถเติมเงินได้ตาม ศูนย์บริการ หรือ ร้านสะดวกอัตราค่าบริการประมาณนาทีละ 40 เซ็นต์ ระบบที่นิยมมี Optus, Vodafone และ Telstra
หรือในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสามารถหาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ของชาวเอเชียในราคา 10 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 2 ชั่วโมง
ไฟฟ้า
สำหรับกระแสไฟทางประเทศออสเตรเลียใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ (V) แต่ใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาฉะนั้นอย่าลืมว่า ต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย และถ้าหากจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยต้องใช้ Adapter ในการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เป็นระบบเดียวกับกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถหาซื้อ Adapter ได้ทั้งในประเทศไทย
ประปา น้ำประปาสะอาด สามารถใช้สำหรับดื่มได้
วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2548
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป พื้นที่ของประเทศประกอบด้วยพื้นที่เกาะ 2 คือ (Great Britain) เกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่ได้รวบรวมอาณาเขตของอังกฤษ(England) เวลส์(wales) และสก็อตแลนด์(Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ(Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตาราง โดยมีเมืองลอนดอน(London) เป็นเมืองหลวง ประเทศอังกฤษหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวต่างชาติ เช่น ชาวยุโรป จีน เกาหลี ไต้หวัน และไทย ในการศึกษาต่อต่างประเทศ อันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่สวยงาม มีความเจริญด้านวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นแหล่งแฟชั่นของโลก และมีคุณภาพทางการศึกษาระบบการปกครองของประเทศอังกฤษ เป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของประเทศ
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศอังกฤษจัดอยู่ในประเทศเป็นเกาะ จึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก
สาเหตุเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนชุ่มกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดูกาล
เวลา
เวลาในประเทศอังกฤษจะช้ากว่าบ้านเราอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม อย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 6 โมงเช้า และจะช้ากว่าบ้านเรา 7 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม – ต้นเดือนมีนาคมอย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 7 โมงเช้า
สกุลเงินตรา
อังกฤษ ใช้หน่วยหน่วยเงินตราเป็นปอนด์ (GBP) โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆได้ดังนี้
• ธนบัตรประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 5,10, 20 และ 50 ปอนด์
• ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี
ธนาคาร
ธนาคารในอังกฤษจะเปิดทำการเวลา 09:00 – 16:30 ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และบางแห่งอาจเปิดทำการในช่วงเช้าของวันเสาร์ด้วย ในการขอเปิดบัญชีนั้น น้องๆ ต้องใช้เอกสารในการเปิด คือ หนังสือเดินทาง จดหมายรับรองการเข้าศึกษาจากสถาบัน เอกสารแสดงที่อยู่ในประเทศอังกฤษ บางแห่งอาจขอเอกสารทางด้านการเงินในประเทศไทยของผู้สนับสนุนด้านการเงินของนักศึกษา โดยบางครั้งน้อง ๆ สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้คะ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะไม่คิดดอกเบี้ยคะ
โทรศัพท์
การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศอังกฤษกับบ้านเรา ปัจจุบันนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและถูก น้องสามาถโทรศัพท์กลับบ้านเราได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะคะ ซึ่งมีทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบใช้บัตรโดยมีทั้งแบบบัตรโทรศัพท์และบัตรเครดิต บัตรโทรศัพท์สามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ไปรษณีย์ ราคามีตั้งแต่ 2 ปอนด์ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 20 ปอนด์คะ สำหรับน้อง ๆ ที่ไปเรียนในระยะยาวอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือใช้ก็ได้ ซึ่งราคาและรูปแบบการให้บริการจะใกล้เคียงกับบ้านเราคะ หรือน้อง ๆ อาจจะเอาโทรศัพท์มือถือไปจากบ้านเราก็ได้คะ แล้วไปหาซื้อ sim ที่นั้นคะ
ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของประเทศอังกฤษที่ใช้คือระบบ 240V.AC50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย นักเรียนต้องใช้ตัวเสียบปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มี 3 ขาติดตัวไปด้วย
ศาสนา
ประเทศอังกฤษให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนาสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน นับถือศาสนาอะไร
การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
นักเรียนต่างชาติที่ลงทะเบียนเต็มเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจะได้รับสิทธิหรือได้รับการรักษาฟรีจาก National Health Service (NHS) โดยนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเพื่อมีแพทย์ประจำตัวซึ่งควรจะทำทันทีที่เดินทาง ไปถึงและเมื่อมีที่อยู่แน่นอน ซึ่งในโครงการนักเรียนจะได้รับการยกเว้นค่าบริการพบแพทย์แต่นักเรียนต้องรับ ผิดชอบค่ายาและค่าใบสั่งยาเองด้วย พร้อมกับในเรื่องทันตกรรม นักศึกษาสามารถมีสิทธิได้รับการรักษาผ่าน (NHS) โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนกับทันตแพทย์ แต่ทั้งนี้น้อง ๆ จะต้องตรวจสอบว่าแพทย์ท่านใดรับการรักษาคนไข้ของ NHS เนื้องจากแพทย์บางท่านไม่รับการรักษาที่ผ่านทางโครงการ (NHS)
สถานที่น่าสนใจ
กรุงลอนดอน ( London ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัด มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังเป็นศูนย์รวมของการช็อปปิ้งชั้นนำ
เมืองเคมบริดจ์ ( Cambridge ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์
เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ( Oxford ) เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน
เมืองแคนเทอร์เบอร์รี่ ( Canterbury ) เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่มีความสำคัญ และเก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ
เมืองบริสโทล ( Bristol ) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ
เมืองบอร์นมัธ ( Bournemouth ) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง
เมืองบาธ ( Bath ) เป็นเมืองตากอากาศที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ
เมืองเบอร์มิ่งแฮม ( Birmingham ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อกโกแลต ยี่ห้อ Canbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และมหาวิทยาลัยแอสทั่น
เมืองแมนเชสเตอร์ ( Manchester ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เมืองไบร์ทตันและโฮพว์ ( Brighton and Hove ) เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ซึ่งชาวอังกฤษจะใช้เวลาว่างพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศอังกฤษจัดอยู่ในประเทศเป็นเกาะ จึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก
สาเหตุเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนชุ่มกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดูกาล
- ฤดูใบไม้ผลิ : อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย
- ฤดูร้อน : อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า
- ฤดูใบไม้ร่วง : อยู่ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น
- ฤดูหนาว : อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวมากที่สุด หิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และจะมืดเร็วกว่าปกติ
เวลา
เวลาในประเทศอังกฤษจะช้ากว่าบ้านเราอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม อย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 6 โมงเช้า และจะช้ากว่าบ้านเรา 7 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม – ต้นเดือนมีนาคมอย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 7 โมงเช้า
สกุลเงินตรา
อังกฤษ ใช้หน่วยหน่วยเงินตราเป็นปอนด์ (GBP) โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆได้ดังนี้
• ธนบัตรประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 5,10, 20 และ 50 ปอนด์
• ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี
ธนาคาร
ธนาคารในอังกฤษจะเปิดทำการเวลา 09:00 – 16:30 ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และบางแห่งอาจเปิดทำการในช่วงเช้าของวันเสาร์ด้วย ในการขอเปิดบัญชีนั้น น้องๆ ต้องใช้เอกสารในการเปิด คือ หนังสือเดินทาง จดหมายรับรองการเข้าศึกษาจากสถาบัน เอกสารแสดงที่อยู่ในประเทศอังกฤษ บางแห่งอาจขอเอกสารทางด้านการเงินในประเทศไทยของผู้สนับสนุนด้านการเงินของนักศึกษา โดยบางครั้งน้อง ๆ สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้คะ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะไม่คิดดอกเบี้ยคะ
โทรศัพท์
การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศอังกฤษกับบ้านเรา ปัจจุบันนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและถูก น้องสามาถโทรศัพท์กลับบ้านเราได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะคะ ซึ่งมีทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบใช้บัตรโดยมีทั้งแบบบัตรโทรศัพท์และบัตรเครดิต บัตรโทรศัพท์สามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ไปรษณีย์ ราคามีตั้งแต่ 2 ปอนด์ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 20 ปอนด์คะ สำหรับน้อง ๆ ที่ไปเรียนในระยะยาวอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือใช้ก็ได้ ซึ่งราคาและรูปแบบการให้บริการจะใกล้เคียงกับบ้านเราคะ หรือน้อง ๆ อาจจะเอาโทรศัพท์มือถือไปจากบ้านเราก็ได้คะ แล้วไปหาซื้อ sim ที่นั้นคะ
ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของประเทศอังกฤษที่ใช้คือระบบ 240V.AC50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย นักเรียนต้องใช้ตัวเสียบปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มี 3 ขาติดตัวไปด้วย
ศาสนา
ประเทศอังกฤษให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนาสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน นับถือศาสนาอะไร
การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
นักเรียนต่างชาติที่ลงทะเบียนเต็มเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจะได้รับสิทธิหรือได้รับการรักษาฟรีจาก National Health Service (NHS) โดยนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเพื่อมีแพทย์ประจำตัวซึ่งควรจะทำทันทีที่เดินทาง ไปถึงและเมื่อมีที่อยู่แน่นอน ซึ่งในโครงการนักเรียนจะได้รับการยกเว้นค่าบริการพบแพทย์แต่นักเรียนต้องรับ ผิดชอบค่ายาและค่าใบสั่งยาเองด้วย พร้อมกับในเรื่องทันตกรรม นักศึกษาสามารถมีสิทธิได้รับการรักษาผ่าน (NHS) โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนกับทันตแพทย์ แต่ทั้งนี้น้อง ๆ จะต้องตรวจสอบว่าแพทย์ท่านใดรับการรักษาคนไข้ของ NHS เนื้องจากแพทย์บางท่านไม่รับการรักษาที่ผ่านทางโครงการ (NHS)
สถานที่น่าสนใจ
กรุงลอนดอน ( London ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัด มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังเป็นศูนย์รวมของการช็อปปิ้งชั้นนำ
เมืองเคมบริดจ์ ( Cambridge ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์
เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ( Oxford ) เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน
เมืองแคนเทอร์เบอร์รี่ ( Canterbury ) เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่มีความสำคัญ และเก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ
เมืองบริสโทล ( Bristol ) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ
เมืองบอร์นมัธ ( Bournemouth ) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง
เมืองบาธ ( Bath ) เป็นเมืองตากอากาศที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ
เมืองเบอร์มิ่งแฮม ( Birmingham ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อกโกแลต ยี่ห้อ Canbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และมหาวิทยาลัยแอสทั่น
เมืองแมนเชสเตอร์ ( Manchester ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เมืองไบร์ทตันและโฮพว์ ( Brighton and Hove ) เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ซึ่งชาวอังกฤษจะใช้เวลาว่างพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
0000000000000000000000
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548
สหรัฐอเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ และ 1 เขตการปกครอง ได้แก่ Washington D.C อเมริกามีเนื้อที่ประมาณ 3,787,319 ไมล์ (เทียบได้กับขนาดพื้นที่ประเทศไทย) มีบริเวณรัฐที่ติดต่อกันรวม 48 รัฐ และรัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา และรัฐฮาวายซึ่งอยู่ในมหาสุมทรแปซิฟิก และเมื่อรวมเอารัฐอลาสก้า และฮาวายเข้าด้วยกันสหรัฐอเมริกา จะมีพื้นที่มากกว่า 9 ล้าน ตารางกิโลเมตร อลาสก้าเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 50 รัฐ รองลงมาคือ เท็กซัส ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ เฉพาะเท็กซัสรัฐเดียวก็ใหญ่ กว่าฝรั่งเศสทั้งประเทศแล้ว ส่วนอลาสก้านั้นใหญ่กว่าเท็กซัสถึง 2 เท่า
ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและมีกลุ่มต่างๆ อยู่บริเวณต่างกัน เช่น China Town , Little Italy เป็น ต้น ชาวอเมริกันเรียนรู้เร็ว และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และมีความรักอิสระในการเรียนรู้ และเนื่องจากภูมิประเทศกว้างขวางทำให้ขนบธรรมเนียบประเพณีและวัฒนธรรมแตก ต่างกันตามภูมิภาค กลุ่มเยาวชนมีงานนอกเวลาทำเป็นส่วนใหญ่เพื่อหารายได้เสริมเพื่อกิจกรรมที่ตน เองต้องการคนอเมริกันได้รับเงินประกันสังคมและเบี้ยบำนาญรวมถึงออมทรัพย์และ สะสม เมื่อครบเกษียณอายุจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐในรูปแบบสวัสดิการทาง สังคม
สภาพภูมิประเทศ ทิศเหนือติดต่อกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก การเดินทางจากฝั่งตะวันออกจรดตะวันตก โดยเครื่องบินใช้เวลา 5 ชั่วโมง
สภาพภูมิอากาศ ทุกรูปแบบตั้งแต่บรรยากาศแถบขั้วโลก ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นติดลบ 40 องศา จนถึงบรรยากาศร้อนเหมือนทะเลทราย 45 องศา สภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในบางส่วนของประเทศ เช่น อาจมีหิมะถล่ม พายุทอร์นาโด ไฟป่า และแผ่นดินไหว ส่วนแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก อากาศในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนแถบตะวันตก อากาศหนาวจะไม่เย็นจัดนักคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิต
ฤดูร้อน : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
ฤดูหนาว : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
เวลา เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่มาก จึงแบ่งเวลาออกเป็น 4 เขต
1.ตะวันออก Eastern Time Zone (EST) มีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 12 ชั่วโมง แต่ในเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน อเมริกาเลื่อนเวลาในฤดูร้อนอีก 1 ชั่วโมง หรือ Daylight Saving Time ทำให้เวลาในอเมริกาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขต EST คือ Boston, New York, Washington D.C, Miami และ Cleveland
2.ตอนกลาง (Central Time Zone) เวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 13 ชั่วโมง และช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน มีการปรับ Daylight Saving Time เมืองในเขตนี้ คือ Chicago และ Orleans
3.แถบภูเขา (Mountain Time Zone) เวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเท่ากับ 14 ชั่วโมง และช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน มีการปรับ Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง เมืองที่อยาในเขตนี้ คือ Denver และ Phoenix
4.พื้นที่ย่านมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Time Zone) เวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยประมาณ 15 ชั่วโมง และเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน มีกาปรับ Daylight Saving Time เมืองที่อยู่ในเขตนี้ คือ San Francisco , Seattle และ Hawaii
สกุลเงิน
สหรัฐอเมริกา ใช้หน่วยเงินตราเป็นดอลลาร์ ($) 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 100 เซ็นต์ โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆ ออกเป็นดังนี้
ธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. ในวันจันทร์ – วันศุกร์ นอกจากนี้ ธนาคารหลายแห่งยังเปิดให้บริการต่อในช่วงเย็นของวันศุกร์อีก 1-4 ชั่วโมง และอาจเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ในวันเสาร์ ดูเวลากันดีๆนะคะอย่าไปยืนหน้าแบงค์ตอนแบงค์ปิดแล้วนะคะ
โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือกหลายค่ายโดยน้องๆสามารถจ่ายเป็นรายเดือนประมาณ 29-99 เหรียญต่อเดือนขึ้นอยู่กับความต้องการเลยคะระบบที่นิยมมี AT&T, MCI and SPRINT ราคาของมือถือจะถูกมากเมื่อเทียบกับบ้านเราประมาณ 50-100 เหรียญ
ในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ตของ ชาวเอเชียในราคา 5 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 1 ชั่วโมงซึ่งสามารถใช้บัตรโทรศัพท์ได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือใช้กับโทรศัพท์ตามบ้านโดยจะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติม
ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบ 115V, 600 Cycles ซึ่งแตกต่าง จากประเทศไทย ไม่แนะนำให้นักศึกษานำเครื่องไฟฟ้าจากประเทศไทยติดตัวไปนอกจากหนักแล้วยังใช้ไม่ได้ด้วยคะ
ศาสนา
ด้วยความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันของประชากรและด้วย ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้อพยพ ชาวอเมริกันทุกคน จึงมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาใดก็ได้ตามความเชื่อมั่นของ แต่ละบุคคล หรือไม่นับถือศาสนาใดเลยก็ได้ ทุกรัฐมีเสรีภาพ ในการนับถือศาสนาเท่าเทียมกัน ศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ มีประชากรนับถือมากที่สุด
• ธนบัตร $1, $5, $10, $20, $50 และ $100ธนาคาร
• เหรียญ 1 เซนต์ (Penny), 5 เซ็นต์ (Nickel), 10 เซ็นต์ (Dime), 25 เซ็นต์ (Quarter)
ธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. ในวันจันทร์ – วันศุกร์ นอกจากนี้ ธนาคารหลายแห่งยังเปิดให้บริการต่อในช่วงเย็นของวันศุกร์อีก 1-4 ชั่วโมง และอาจเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ในวันเสาร์ ดูเวลากันดีๆนะคะอย่าไปยืนหน้าแบงค์ตอนแบงค์ปิดแล้วนะคะ
โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือกหลายค่ายโดยน้องๆสามารถจ่ายเป็นรายเดือนประมาณ 29-99 เหรียญต่อเดือนขึ้นอยู่กับความต้องการเลยคะระบบที่นิยมมี AT&T, MCI and SPRINT ราคาของมือถือจะถูกมากเมื่อเทียบกับบ้านเราประมาณ 50-100 เหรียญ
ในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ตของ ชาวเอเชียในราคา 5 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 1 ชั่วโมงซึ่งสามารถใช้บัตรโทรศัพท์ได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือใช้กับโทรศัพท์ตามบ้านโดยจะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติม
ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบ 115V, 600 Cycles ซึ่งแตกต่าง จากประเทศไทย ไม่แนะนำให้นักศึกษานำเครื่องไฟฟ้าจากประเทศไทยติดตัวไปนอกจากหนักแล้วยังใช้ไม่ได้ด้วยคะ
เชื้อชาติ มีหลายเชื้อชาติทั้งคนขาว , คนดำหรือคนแอฟริกันอเมริกา, คนอเมริกันอินเดียน,ชาวอลาสกา, ชาวฮาวายเอียนและชาวเกาะแปซิฟิกและคนเชื้อชาติอื่นๆ
ศาสนา
ด้วยความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันของประชากรและด้วย ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้อพยพ ชาวอเมริกันทุกคน จึงมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาใดก็ได้ตามความเชื่อมั่นของ แต่ละบุคคล หรือไม่นับถือศาสนาใดเลยก็ได้ ทุกรัฐมีเสรีภาพ ในการนับถือศาสนาเท่าเทียมกัน ศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ มีประชากรนับถือมากที่สุด
ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ
วันชาติ 4 กรกฎาคม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
