หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูลประเทศต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูลประเทศต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

ประเทศแคนาดา

แคนาดา (Canada) เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ทิศเหนือจรดมหาสมุทรอาร์กติก ทิศใต้จรดสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก และรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลก มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2ทรงเป็นพระประมุขสูงสุด ใช้ภาษาทางการ 2 ภาษาคือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ทั้งในระดับประเทศและในมณฑลนิวบรันสวิก มีความหลากหลายของวัฒนธรรมเพราะประชากรส่วนใหญ่จะเป็นผู้อพยพมาจากที่อื่น



แคนาดาเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีเศรษฐกิจที่หลากหลาย ซึ่งพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และพึ่งพาการค้าขาย โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่แคนาดามีความสัมพันธ์อันยาวนานและสลับซับซ้อน

แคนาดาเป็นสหพันธรัฐที่ประกอบด้วย 10 รัฐ (provinces) และ 3 ดินแดน (territories) ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างรัฐกับดินแดนคือ รัฐของแคนาดาได้รับมอบอำนาจจากบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยตรง
ขณะที่ดินแดนของแคนาดาจัด ตั้งขึ้นโดยกฎหมายของสหพันธรัฐ ดังนั้น รัฐบาลสหพันธ์จึงมีอำนาจโดยตรงในการควบคุมดูแลดินแดน ส่วนรัฐบาลของรัฐนั้นจะมีอำนาจและสิทธิในการปกครองตนเองมากกว่า

รัฐและดินแดนของแคนาดามีดังนี้
รัฐ
* แอลเบอร์ตา
* บริติชโคลัมเบีย
* แมนิโทบา
* นิวบรันสวิก
* นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์
* โนวาสโกเชีย
* ออนแทรีโอ
* ปรินซ์เอ็ดเวิร์ดไอแลนด์
* ควิเบก
* ซัสแคตเชวัน

ดินแดน
* นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์
* นูนาวุต
* ยูคอน

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548

ออสเตรเลีย(Australia)

ออสเตรเลียมีชื่อทางการว่า สหพันธรัฐออสเตรเลีย มีประชากรประมาณ 18.75 ล้านคน1 ใน 5 ของชาวออสเตรเลียอพยพมาจากประเทศในแถบเอเซีย ยุโรป อังกฤษ และอเมริกา ทำให้ออสเตรเลียเป็นสังคมที่มีหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม

ออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกด้วยพื้นที่ขนาดกว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ออสเตรเลียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์ เป็นรัฐอธิปไตยในเครือจักรภพ (Commonwealth) มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข
พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้าน ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และรัฐทัสเมเนียมีความอุดมสมบูรณ์มาก ฝนตกชุก ที่นี่มีสัตว์และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในดินแดน อื่น เช่น จิงโจ้ โคอะล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด

ประเทศออสเตรเลียแบ่ง ออกเป็น 6 รัฐ และ 2 ดินแดน
รัฐนิวเซาท์เวลล์ (New South Wales)
มีเมืองหลวงคือซิดนีย์ Sydney คือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากนักศึกษานิยมไปศีกษามากที่สุด เพราะเป็นนครเก่าแก่และใหญ่ที่สุดจึงทำให้เป็นเมืองที่คึกคักและ มีชีวิตชีวาคล้ายๆกับกรุงเทพของเรา สัญลักษณ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ Opera House และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ Sydney Harbour Bridge ถ้าใครไม่เคยถ่ายรูปกับที่นี่แสดงว่ายังไปไม่ถึง

มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)
มีเมืองหลวงคือแคนเบอร์รา Canberra ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศด้วยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือ Sydney หรือ Melbourneต้องเปลี่ยนความเข้าใจนะคะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ใช้เวลาในการเดินทาง โดยรถยนต์ จากตัวเมืองซิดนีย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง

รัฐวิคตอเรียน (Victoria)
มีเมืองหลวงคือเมลเบิร์น Melbourne ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย เป็นรัฐที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของออสเตรเลียเป็นเมืองที่น่าอยู่เมือง หนึ่งในออสเตรเลียเนื่องจากมีสวนสาธารณะมากมายรัฐนี้จึงได้ชื่อว่าเป็น Garden State ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตร เมืองสะอาดมาก นอกจากนี้ยังเป็นเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเงิน และการคมนาคมเนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง และทางรถไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ นับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่มากเลยทีเดียว

เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)
มีเมืองหลวงคือ อาดิเลด Adelaide ตั้งอยู่ทางออสเตรเลียตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม

เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)
มีเมืองหลวงคือ เพิร์ธ Perth เป็นรัฐที่มีการทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก สมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ และอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดด้วยเวลาบินเพียง 6 ชั่วโมงหากใครชอบความเงียบ เรียบง่ายก็ขอแนะนำคะ

รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland)
มีเมืองหลวงคือ บริสเบน Brisbane เป็นเมืองที่มีสีสันน่ารัก สบายๆถ้านักเรียนไม่ชอบผู้คนหนาแน่นและชอบชายหาดเมืองนี้ก็ไม่ควรพลาดนะคะ รัฐนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัฐแห่งแสงแดดมีแสงแดดตลอดทั้งปี มีสถานที่ตากอากาศมากมาย หรือที่รู้จักกันว่า โกลด์โคสต์ Gold Coast และถ้าห่างจากเมืองบริสเบนไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นซัน ชายน์โคสต์ Sunshine coast ซึ่งมีชายหาดและที่พักเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน

มณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)
มีเมืองหลวงชื่อ ดาร์วินเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมืองเมืองอะบอริจิน เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบและสบายๆ ท่ามกลางศูนย์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ไกลจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนีกินี และสิงคโปร์ ดาร์วินจึงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันรวมกันอยู่

ทัสมาเนีย (Tasmania)
มีเมืองหลวงชื่อ โฮบาร์ต Hobart เป็นเกาะทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย เป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดและได้รับการขนานนามว่า “สวิสเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย” เนื่องจากอากาศที่เย็นตลอดปี และมีทิวทัศน์อันสวยงาม ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนของรัฐนี้ไม่สูงมากนัก ภูมิประเทศโดยมากจะเป็นภูเขา และการเดินป่าตลอดจน กิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งจะเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก

สภาพภูมิอากาศ
ออสเตรเลียแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนีย ประมาณ 0-12องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
ฤดูหนาว : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน


การปกครอง
รัฐบาลสหพันธรัฐรับผิดชอบกิจการระดับประเทศ เช่นการป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ส่วนรัฐบาลในระดับรัฐ ดูแลด้านการศึกษาการคมนาคม ขนส่ง การบริหารสาธารณสุข การเกษตร การรักษากฎหมายภายในรัฐของตน และรัฐบาลระดับท้องถิ่น ดูแลสาธารณูปโภค การระบายน้ำ การขจัดของเสีย สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน

ศาสนา
ประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนา

เวลาเนื่องจากประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงแบ่งเวลาออกเป็น 3 เขตเวลา (Time Zone) ตามเส้นแบ่งของโลก คือ

• เวลาภาคตะวันตก (Western Standard Time)
จะใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง
• เวลาภาคกลาง (Central Standard Time-CST) จะใช้ในมณฑลตอนเหนือ และรัฐเซาธ์ออสเตรเลีย โดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง
• เวลาฝั่งตะวันตก (Eastern Standard Time-EST) จะใช้ในรัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาธ์เวลส์ รัฐวิคตอเรีย รัฐแทสมาเนีย และเมืองแคนเบอร์รา โดยเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง

Daylight Saving ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria , New South Wales , South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม

สกุลเงินตรา
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ (1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 เซ็นต์) ค่าเงินต่าง ๆ แบ่งได้ดังนี้

• เหรียญสีเงิน 5 เซ็นต์, 10 เซ็นต์, 20 เซ็นต์, 50 เซ็นต์
• เหรียญสีทอง 1 ดอลลาร์, 2 ดอลลาร์
• ธนบัตร 5 ดอลลาร์, 10 ดอลลาร์, 20 ดอลลาร์, 50 ดอลลาร์, 100 ดอลลาร์


โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือก หลายค่ายโดยน้องๆสามารถนำเครื่องไปจากเมืองไทยและซื้อ Sim Card และสามารถเติมเงินได้ตาม ศูนย์บริการ หรือ ร้านสะดวกอัตราค่าบริการประมาณนาทีละ 40 เซ็นต์ ระบบที่นิยมมี Optus, Vodafone และ Telstra
หรือในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสามารถหาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ของชาวเอเชียในราคา 10 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 2 ชั่วโมง

ไฟฟ้า
สำหรับกระแสไฟทางประเทศออสเตรเลียใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ (V) แต่ใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาฉะนั้นอย่าลืมว่า ต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย และถ้าหากจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยต้องใช้ Adapter ในการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เป็นระบบเดียวกับกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถหาซื้อ Adapter ได้ทั้งในประเทศไทย

ประปา น้ำประปาสะอาด สามารถใช้สำหรับดื่มได้

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2548

สหราชอาณาจักร (United Kingdom)

ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป พื้นที่ของประเทศประกอบด้วยพื้นที่เกาะ 2 คือ (Great Britain) เกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่ได้รวบรวมอาณาเขตของอังกฤษ(England) เวลส์(wales) และสก็อตแลนด์(Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ(Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตาราง โดยมีเมืองลอนดอน(London) เป็นเมืองหลวง ประเทศอังกฤษหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวต่างชาติ เช่น ชาวยุโรป จีน เกาหลี ไต้หวัน และไทย ในการศึกษาต่อต่างประเทศ อันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่สวยงาม มีความเจริญด้านวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นแหล่งแฟชั่นของโลก และมีคุณภาพทางการศึกษาระบบการปกครองของประเทศอังกฤษ เป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของประเทศ

สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศอังกฤษจัดอยู่ในประเทศเป็นเกาะ จึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก
สาเหตุเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนชุ่มกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดูกาล
  • ฤดูใบไม้ผลิ : อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย
  • ฤดูร้อน : อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า
  • ฤดูใบไม้ร่วง : อยู่ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น
  • ฤดูหนาว : อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวมากที่สุด หิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และจะมืดเร็วกว่าปกติ

เวลา
เวลาในประเทศอังกฤษจะช้ากว่าบ้านเราอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม อย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 6 โมงเช้า และจะช้ากว่าบ้านเรา 7 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม – ต้นเดือนมีนาคมอย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 7 โมงเช้า

สกุลเงินตรา
อังกฤษ ใช้หน่วยหน่วยเงินตราเป็นปอนด์ (GBP) โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆได้ดังนี้

• ธนบัตรประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 5,10, 20 และ 50 ปอนด์
• ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี

ธนาคาร
ธนาคารในอังกฤษจะเปิดทำการเวลา 09:00 – 16:30 ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และบางแห่งอาจเปิดทำการในช่วงเช้าของวันเสาร์ด้วย ในการขอเปิดบัญชีนั้น น้องๆ ต้องใช้เอกสารในการเปิด คือ หนังสือเดินทาง จดหมายรับรองการเข้าศึกษาจากสถาบัน เอกสารแสดงที่อยู่ในประเทศอังกฤษ บางแห่งอาจขอเอกสารทางด้านการเงินในประเทศไทยของผู้สนับสนุนด้านการเงินของนักศึกษา โดยบางครั้งน้อง ๆ สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้คะ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะไม่คิดดอกเบี้ยคะ

โทรศัพท์
การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศอังกฤษกับบ้านเรา ปัจจุบันนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและถูก น้องสามาถโทรศัพท์กลับบ้านเราได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะคะ ซึ่งมีทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบใช้บัตรโดยมีทั้งแบบบัตรโทรศัพท์และบัตรเครดิต บัตรโทรศัพท์สามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ไปรษณีย์ ราคามีตั้งแต่ 2 ปอนด์ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 20 ปอนด์คะ สำหรับน้อง ๆ ที่ไปเรียนในระยะยาวอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือใช้ก็ได้ ซึ่งราคาและรูปแบบการให้บริการจะใกล้เคียงกับบ้านเราคะ หรือน้อง ๆ อาจจะเอาโทรศัพท์มือถือไปจากบ้านเราก็ได้คะ แล้วไปหาซื้อ sim ที่นั้นคะ

ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของประเทศอังกฤษที่ใช้คือระบบ 240V.AC50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย นักเรียนต้องใช้ตัวเสียบปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มี 3 ขาติดตัวไปด้วย

ศาสนา
ประเทศอังกฤษให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนาสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน นับถือศาสนาอะไร

การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
นักเรียนต่างชาติที่ลงทะเบียนเต็มเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจะได้รับสิทธิหรือได้รับการรักษาฟรีจาก National Health Service (NHS) โดยนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเพื่อมีแพทย์ประจำตัวซึ่งควรจะทำทันทีที่เดินทาง ไปถึงและเมื่อมีที่อยู่แน่นอน ซึ่งในโครงการนักเรียนจะได้รับการยกเว้นค่าบริการพบแพทย์แต่นักเรียนต้องรับ ผิดชอบค่ายาและค่าใบสั่งยาเองด้วย พร้อมกับในเรื่องทันตกรรม นักศึกษาสามารถมีสิทธิได้รับการรักษาผ่าน (NHS) โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนกับทันตแพทย์ แต่ทั้งนี้น้อง ๆ จะต้องตรวจสอบว่าแพทย์ท่านใดรับการรักษาคนไข้ของ NHS เนื้องจากแพทย์บางท่านไม่รับการรักษาที่ผ่านทางโครงการ (NHS)


สถานที่น่าสนใจ

กรุงลอนดอน ( London ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัด มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังเป็นศูนย์รวมของการช็อปปิ้งชั้นนำ

เมืองเคมบริดจ์ ( Cambridge ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์

เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ( Oxford ) เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน

เมืองแคนเทอร์เบอร์รี่ ( Canterbury ) เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่มีความสำคัญ และเก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ

เมืองบริสโทล ( Bristol ) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ

เมืองบอร์นมัธ ( Bournemouth ) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง

เมืองบาธ ( Bath ) เป็นเมืองตากอากาศที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ

เมืองเบอร์มิ่งแฮม ( Birmingham ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อกโกแลต ยี่ห้อ Canbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และมหาวิทยาลัยแอสทั่น

เมืองแมนเชสเตอร์ ( Manchester ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เมืองไบร์ทตันและโฮพว์ ( Brighton and Hove ) เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ซึ่งชาวอังกฤษจะใช้เวลาว่างพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

0000000000000000000000

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548

สหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ และ 1 เขตการปกครอง ได้แก่  Washington D.C อเมริกามีเนื้อที่ประมาณ 3,787,319 ไมล์ (เทียบได้กับขนาดพื้นที่ประเทศไทย) มีบริเวณรัฐที่ติดต่อกันรวม 48 รัฐ และรัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา และรัฐฮาวายซึ่งอยู่ในมหาสุมทรแปซิฟิก และเมื่อรวมเอารัฐอลาสก้า และฮาวายเข้าด้วยกันสหรัฐอเมริกา จะมีพื้นที่มากกว่า 9 ล้าน ตารางกิโลเมตร อลาสก้าเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 50 รัฐ รองลงมาคือ เท็กซัส ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ เฉพาะเท็กซัสรัฐเดียวก็ใหญ่ กว่าฝรั่งเศสทั้งประเทศแล้ว ส่วนอลาสก้านั้นใหญ่กว่าเท็กซัสถึง 2 เท่า

ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและมีกลุ่มต่างๆ อยู่บริเวณต่างกัน เช่น China Town , Little Italy เป็น ต้น ชาวอเมริกันเรียนรู้เร็ว และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และมีความรักอิสระในการเรียนรู้ และเนื่องจากภูมิประเทศกว้างขวางทำให้ขนบธรรมเนียบประเพณีและวัฒนธรรมแตก ต่างกันตามภูมิภาค กลุ่มเยาวชนมีงานนอกเวลาทำเป็นส่วนใหญ่เพื่อหารายได้เสริมเพื่อกิจกรรมที่ตน เองต้องการคนอเมริกันได้รับเงินประกันสังคมและเบี้ยบำนาญรวมถึงออมทรัพย์และ สะสม เมื่อครบเกษียณอายุจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐในรูปแบบสวัสดิการทาง สังคม

สภาพภูมิประเทศ  ทิศเหนือติดต่อกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก การเดินทางจากฝั่งตะวันออกจรดตะวันตก โดยเครื่องบินใช้เวลา 5 ชั่วโมง

สภาพภูมิอากาศ ทุกรูปแบบตั้งแต่บรรยากาศแถบขั้วโลก ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นติดลบ 40 องศา จนถึงบรรยากาศร้อนเหมือนทะเลทราย 45 องศา สภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในบางส่วนของประเทศ เช่น อาจมีหิมะถล่ม พายุทอร์นาโด ไฟป่า และแผ่นดินไหว ส่วนแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก อากาศในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนแถบตะวันตก อากาศหนาวจะไม่เย็นจัดนักคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิต
     ฤดูร้อน : เดือนมิถุนายน เดือนสิงหาคม  
     ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนกันยายน เดือนพฤศจิกายน
     ฤดูหนาว  : เดือนธันวาคม เดือนกุมภาพันธ์
     ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนมีนาคม เดือนพฤษภาคม

เวลา  เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่มาก จึงแบ่งเวลาออกเป็น 4 เขต

1.ตะวันออก Eastern Time Zone (EST) มีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 12 ชั่วโมง แต่ในเดือนมีนาคม เดือนเมษายน อเมริกาเลื่อนเวลาในฤดูร้อนอีก 1 ชั่วโมง หรือ Daylight Saving Time ทำให้เวลาในอเมริกาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขต EST คือ Boston, New York, Washington D.C, Miami และ Cleveland 

2.ตอนกลาง (Central Time Zone) เวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 13 ชั่วโมง และช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน มีการปรับ Daylight Saving Time เมืองในเขตนี้ คือ Chicago และ Orleans

3.แถบภูเขา (Mountain Time Zone) เวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเท่ากับ 14 ชั่วโมง และช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน มีการปรับ Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง เมืองที่อยาในเขตนี้ คือ Denver และ Phoenix
  
4.พื้นที่ย่านมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Time Zone) เวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยประมาณ 15 ชั่วโมง และเดือนมีนาคม เดือนเมษายน มีกาปรับ Daylight Saving Time เมืองที่อยู่ในเขตนี้ คือ San Francisco , Seattle และ Hawaii   
สกุลเงิน
สหรัฐอเมริกา ใช้หน่วยเงินตราเป็นดอลลาร์ ($) 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 100 เซ็นต์ โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆ ออกเป็นดังนี้
• ธนบัตร $1, $5, $10, $20, $50 และ $100
• เหรียญ 1 เซนต์ (Penny), 5 เซ็นต์ (Nickel), 10 เซ็นต์ (Dime), 25 เซ็นต์ (Quarter)
ธนาคาร
ธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. ในวันจันทร์ – วันศุกร์ นอกจากนี้ ธนาคารหลายแห่งยังเปิดให้บริการต่อในช่วงเย็นของวันศุกร์อีก 1-4 ชั่วโมง และอาจเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ในวันเสาร์ ดูเวลากันดีๆนะคะอย่าไปยืนหน้าแบงค์ตอนแบงค์ปิดแล้วนะคะ


โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือกหลายค่ายโดยน้องๆสามารถจ่ายเป็นรายเดือนประมาณ 29-99 เหรียญต่อเดือนขึ้นอยู่กับความต้องการเลยคะระบบที่นิยมมี AT&T, MCI and SPRINT ราคาของมือถือจะถูกมากเมื่อเทียบกับบ้านเราประมาณ 50-100 เหรียญ
ในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ตของ ชาวเอเชียในราคา 5 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 1 ชั่วโมงซึ่งสามารถใช้บัตรโทรศัพท์ได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือใช้กับโทรศัพท์ตามบ้านโดยจะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติม


ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบ 115V, 600 Cycles ซึ่งแตกต่าง จากประเทศไทย ไม่แนะนำให้นักศึกษานำเครื่องไฟฟ้าจากประเทศไทยติดตัวไปนอกจากหนักแล้วยังใช้ไม่ได้ด้วยคะ



เชื้อชาติ  มีหลายเชื้อชาติทั้งคนขาว , คนดำหรือคนแอฟริกันอเมริกา, คนอเมริกันอินเดียน,ชาวอลาสกา, ชาวฮาวายเอียนและชาวเกาะแปซิฟิกและคนเชื้อชาติอื่นๆ
 

ศาสนา
ด้วยความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันของประชากรและด้วย ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้อพยพ ชาวอเมริกันทุกคน จึงมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาใดก็ได้ตามความเชื่อมั่นของ แต่ละบุคคล หรือไม่นับถือศาสนาใดเลยก็ได้ ทุกรัฐมีเสรีภาพ ในการนับถือศาสนาเท่าเทียมกัน ศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ มีประชากรนับถือมากที่สุด

ภาษาราชการ  ภาษาอังกฤษ 
 

วันชาติ  4 กรกฎาคม