หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปกิณกะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปกิณกะ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ห่านคู่

ห่านคู่...สู่ออนไลน์ เก๋า แต่ ไม่แก่

ถ้าลองคลิกหาคำว่า "เสื้อห่านคู่" หรือใช้คำที่ใกล้เคียงกันนี้ในอินเทอร์เน็ต จะพบว่าห่านคู่มีเรื่องราวบอกเล่าความเป็นมาและความผูกพันร่วมกับผู้รักเสื้อห่านคู่อยู่ไม่น้อย แม้กระทั่งในสังคมออนไลน์สุดฮิตอย่างเฟซบุ๊กก็ยังมีการสร้างหน้าเพจ "เสื้อยืดตราห่านคู่" ให้แฟนคลับกดไลต์เข้ากลุ่มกันเลยทีเดียว

นี่จึงเป็นความน่าสนใจไม่น้อยว่า เหตุใดเสื้อห่านคู่ที่จะเรียกว่าเป็นเสื้อยืดสีขาวธรรมดา ๆ ยังสามารถครองใจผู้สวมใส่ และยืนหยัดอยู่ในตลาดมาได้ยาวนานจนก้าวเข้าใกล้วัย 60 ปีอย่างนี้

วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Big Green : โศกนาฏกรรมธรรมชาติ

โดย : ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี
LifeStyle @กรุงเทพธุรกิจ

ต้องใช้คำว่า "วิกกติผลิตเรื่องเศร้า" สำหรับภาพรวมสิ่งแวดล้อม-ธรรมชาติในปีนี้ และทำทีว่าจะผลิตโศกนาฏรรมขึ้นอีกเรื่อยๆ


ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในรอบทศวรรษหลังสุด ได้ "พลิกโฉม" โลกที่เราเคยรู้จักไปโดยสิ้นเชิง

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

5 ธันวาคม

วันที่ 5 ธันวาคม นอกจากจะเป็น
วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แล้ว วันนี้ยังเป็นวันชาติไทยด้วย

เป็น Logo Google ที่สวยมากอีกแบบหนึ่ง
ทั้งยังสามารถสื่อความหมายมาได้ดีด้วย
สีแดง ขาว น้ำเงิน รูปภาพประเทศไทย

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับเลือกเพชร

เพชร อัญมณีเลอค่า ราคาสูง หากจะซื้อหามาครอบครอง ก็ต้องรู้หลักการเลือกเพชร 4C อันประกอบด้วย


Clarity หรือความสะอาด ต้องตรวจดูรอยตำหนิภายในและภายนอก ไม่ว่ะจะเป็นรอยที่ผิว รอยสึก แต่ก็เจียรออกได้ ปัจจุบันเพชรที่ไร้รอยตำหนินั้นหาค่อนข้างยากและราคาสูง

Color หรือสี โดยเพชรแบบที่ใส ไม่มีสี (colorless) ถือว่าเป็นเพชรที่สวยงาม มีคุณค่า และเป็นที่นิยมมาก ขณะที่เพชรสีที่มีราคาแพงที่สุด คือ เพชรสีแดง

Cutting หรือการเจียระไน ก็คือ สัดส่วน ความละเอียดประณีตของการเจียระไนเพชร และรูปทรงของเพชร ซึ่งมีอยู่หลายแบบ เช่น เหลี่ยม หัวใจ หยดน้ำ ส่วนแบบทรงกลม (Brilliant cut) จะเป็นที่นิยมที่สุด

สุดท้าย Carat weight หรือน้ำหนัก คือ ส่วนสำคัญในการกำหนดราคาของเพชร โดยเพชร 1 กะรัต หนัก 0.20 กรัม หรือ 1 กะรัต เท่ากับ 100 สตางค์ และน่าแปลกที่เพชร 1 กะรัต มีราคาแพงกว่าเพชรครึ่งกะรัต 2 เม็ด แม้คุณภาพจะเท่ากัน แต่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเพชรเม็ดใหญ่หายากกว่า

ที่มา : เดลินิวส์

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

'นิทานขยะ'...จากจตุจักรถึงซูโดกวอน

โดย : ลักษ์โตเย่น วุฒิศักดิ์ @กรุงเทพธุรกิจ


เมื่อ 30 ปีก่อน ขยะจากภูเขาขยะซอยอ่อนนุช เคยถูกนำไปถมที่เพื่อสร้างเป็นสวนจตุตักร ปัจจุบันเกาหลีใต่กำลังตามรอบเรา แต่อภิมหาโปรเจกต์ยิ่งกว่า


รถเก็บขยะที่แม้จะ ปฏิบัติภารกิจเก็บขยะมูลฝอย จากจุดทิ้งริมรั้วหน้าบ้านเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง แต่ร่องรอยของการมาถึงและจากไปก็ยังโชยกรุ่นไปทั่วบริเวณโดยรอบ แม้เวลาได้ล่วงเลยไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม เพื่อไม่ให้ใครน้อยหน้าใคร ทั้งคนตื่นเช้าและคนตื่นสาย ต่างมีโอกาสสัมผัสกลิ่นเหมือนกัน เพียงแต่ระดับความเข้มข้นจะต่างกันไปบ้าง


หากคุณคิดว่ากลิ่นจากรถเก็บขยะ 1 คัน เป็นสิ่งที่เกินกว่าจะทนได้แล้วละก็ ลองนึกถึงการยืนอยู่ท่ามกลางรถเก็บขยะสักประมาณ 500 คันที่บรรทุกสัมภาระเต็มเปี่ยม


วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

หน้ายก

ความหมายของคำว่าหน้ายกในการพิมพ์ คือ จำนวนของหน้าของหนักสือที่จะพิมพ์บนกระดาษแผ่นใหญ่ 1 แผ่น ทั้ง 2 หน้า

การพิมพ์หนังสือจำนวนมาก ๆ นั้น โดยปกติจะไม่พิมพ์ทีละหน้า เพราะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงและไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น แต่จะพิมพ์มากกว่าครั้งละหนึ่งหน้าเสมอ เช่น 2 หน้า 4 หน้า 8 หน้าและ 16 หน้า เป็นต้นไป จะพิมพ์ด้านละกี่หน้า ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของหนังสือและขนาดของแท่นพิมพ์ เมื่อพิมพ์ครบทั้งสองหน้าแล้ว จึงนำมาพับให้ได้ขนาดรูปเล่มของหนังสือที่ต้องการ แต่ละแผ่นที่พิมพ์ครบทั้งสองหน้าแล้วนำมาพับให้ได้ขนาดตามต้องการนี้เรียกว่า "ยก" หรือ "ยกพิมพ์" ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Signature" เช่นขนาด 8 หน้ายก ก็คือกระดาษที่เข้าเครื่องพิมพ์พิมพ์ด้านละ 4 หน้า 2 ด้านก็เท่ากับ 8 หน้า เมื่อนำมาพับตั้งฉากกัน 2 ครั้งจะได้จำนวนทั้งหมด 8 หน้า เป็นต้น

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

Phising

Phishing (ออกเสียงเหมือนคำว่า fishing) คือ การหลอกลวงขั้นสูงทางอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของการปลอมแปลงอีเมล์ หรือข้อความที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงินหรือ ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ อาทิ ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขประจำตัวผู้ใช้ (User name) รหัสผ่าน (password) หมายเลขบัตรประจำตัว
   
Phishing สร้างกลลวงอย่างไร  
            Phishing สามารถทำได้โดยการส่งอีเมล์ หรือข้อความที่อ้างว่ามาจากองค์กรต่างๆ ที่ท่านติดต่อด้วย เช่น บริษัทให้บริการ Internet หรือ ธนาคาร โดยส่งข้อความเพื่อขอให้ท่าน "อัพเดท" หรือ "ยืนยัน" ข้อมูลบัญชีของท่าน หากท่านไม่ตอบกลับอีเมล์ดังกล่าว อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้  เพื่อให้อีเมล์ปลอมที่ส่งมานั้นดูสมจริง ผู้ส่งอีเมล์ลวงนี้จะใส่ hyperlink ที่อีเมล์ เพื่อให้เหมือนกับ URL ขององค์กรนั้นๆ จริง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันคือเว็บไซต์ปลอม หรือหน้าต่างที่สร้างขึ้น หรือที่เราเรียกว่า "เว็บไซต์ปลอมแปลง" (Spoofed Website) เมื่อท่านเข้าสู่เว็บไซต์ปลอมเหล่านี้ ท่านอาจถูกล่อลวงให้กรอกข้อมูลส่วนตัวที่จะถูกส่งไปยังผู้ผลิตเว็บไซต์ลวง เหล่านี้ เพื่อนำข้อมูลของท่านไปใช้ประโยชน์ เช่น ซื้อสินค้า สมัครบัตรเครดิต หรือแม้แต่ทำสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ในนามของท่าน

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขับรถอย่างไรเมื่อเจอน้ำท่วม?

ช่วงนี้ทั่วทุกภาคของประเทศกำลังรับมือกับฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงจนสร้างปัญหาให้หลายครัวเรือน ขณะเดียวกันความช่วยเหลือจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงคนไทยทั่วประเทศพร้อมส่งกำลังใจ และให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ



สำหรับ“ผู้จัดการมอเตอร์ริ่ง”ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้ทุกคนสู้ๆกันต่อไป และหวังว่าอุทกภัยครั้งนี้จะคลี่คลายไปโดยเร็วที่สุด...ส่วนใครมีธุระต้อง ใช้รถเดินทางช่วงน้ำท่วม วันนี้เรามีข้อแนะนำดีๆมาฝากเช่นเคย

ก่อนอื่นถ้าต้องลุยน้ำจริงๆ เราควรคะเนระดับน้ำคร่าวๆ และพิจารณาความสูงของรถคุณเองว่าน่าจะฝ่าไปได้ไหม ซึ่งถ้าเป็นรถเก๋งบ้านๆทั่วไป แล้วน้ำสูงประมาณ 5 - 10 ซม. ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าสูงกว่านั้นหรือเริ่มปิ่มๆท่อไอเสียก็ต้องระวังแล้ว

ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับแรกคือปิดแอร์ เพราะถ้าพัดลมแอร์ทำงานอยู่ มันจะพัดน้ำที่อยู่บนถนนกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับได้ ขณะเดียวกันช่วงน้ำท่วมมักมีเศษขยะต่างๆลอยน้ำมา แล้วอาจเข้าไปพันติดกับมอเตอร์พัดลม หรือเกี่ยวใบพัดจนเสียหาย ส่งผลต่อระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์ได้เช่นกัน





ที่สำคัญควรขับช้าๆ ใช้เกียร์ต่ำ หรือถ้ารถเป็นเกียร์อัตโนมัติก็เลื่อนไปที่เกียร์ L และต้องเลี้ยงรอบให้นิ่งที่สุดประมาณ 1,500 รอบต่อนาที ส่วนบางคนที่กลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสีย แล้วยิ่งเร่งเครื่องยนต์เพราะกลัวเครื่องดับนั้นต้องบอกว่าอย่าเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นพวกคลื่นน้ำที่เราดันไปข้างหน้า อาจทะลักกลับมายังห้องเครื่องได้ ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าน้ำทะลักเข้าไปยังท่อไอเสียบ้างเครื่องยนต์ยังไม่ดับ เพราะที่รอบเดินเบา ท่อไอเสียจะมีแรงดันให้น้ำออกมาได้สบาย แต่ถ้าท่วมมิดหรือระดับน้ำสูงถึงเครื่องยนต์หรือฝากระโปรงอย่างนั้นไม่รอด แน่นอน

ขณะเดียวกันหากขับรถผ่านน้ำท่วมจนถึงจุดหมายแล้ว ก็ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที ควรทิ้งไว้สักพักเพื่อให้น้ำที่อาจจะค้างอยู่ในหม้อพักไอเสียระเหยออกให้หมด นอกจากนั้นควรย้ำเบรก (สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ) เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก และย้ำคลัทซ์(ในรถเกียร์ธรรมดา)เพื่อป้องกันคลัทซ์ลื่น

ส่วนใครที่นำรถไปลุยน้ำ แล้วรุ่งเช้าพบอาการเบรกติด ก็ให้ลองสตาร์ทเครื่อง แล้วเข้าเกียร์หนึ่ง เดินหน้าไปเล็กน้อย จากนั้นกระทืบเบรกให้แรงที่สุด จากนั้นก็ทำแบบนี้อีกครั้งแต่เปลี่ยนเป็นเข้าเกียร์ถอยหลัง ทำสลับกันไปเรื่อยๆ จนอาการหาย แต่ถ้าไม่หายหรือมีอาการผิดสังเกต ก็รีบนำเข้าศูนย์บริการโลด!

เอาเป็นว่าถ้าเจอน้ำท่วมเลี่ยงได้ก็เลี่ยง แต่ถ้าต้องลุยก็นำวิธีการข้างต้นไปลองใช้ พร้อมหมั่นตรวจเช็ครถอย่างสม่ำเสมอแล้วกัน

ที่มา : Mortoring Manager Online

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิด-รถตกน้ำ

"อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวินาที" เป็นประโยคที่เตือนให้ผู้ขับขี่ทั้งหลายพึงสังวรณ์เอาไว้ เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่ก็สามารถเกิดได้ รวมถึงบนท้องถนนด้วยขณะขับรถอยู่ก็ตามที ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ก็ควรหาทางป้องกันเท่าที่จะทำได้เพราะทุกวันนี้อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็น สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของไทยเลยก็ว่าได้ หากเรามีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมรถยนต์และการปฏิบัติตนในขณะเกิด อุบัติเหตุเช่นนี้สามารถช่วยลดอัตราการตายและการบาดเจ็บได้แน่นอน แต่ที่สำคัญที่สุดทุกคนก็ต้องมีสติถึงจะปลอดภัย



กรณี ที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับ รถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติ ดังนี้

1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
2. ถอนคันเร่งออก
3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน
5.ห้าม เหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัวและจะ ทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลัก เพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ขาดจากเพลา
6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
7.เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ

ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้ายรถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อนแล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกทีสลับกันไปมาและในทำนองตรงกันข้ามหากระเบิดด้านขวา อาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือหากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความ เร็วสูงมากๆพอยางระเบิดขึ้นมารถก็ จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้เพื่อ เป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในขณะขับรถจึงไม่ควรขับรถเร็ว (ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง)



กรณีที่ 2เมื่อรถตกน้ำ ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำลำคลองใดๆก็ตาม รถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันที เหมือนหิน ตกน้ำแต่จะค่อยๆ จมลงทีละน้อยๆจนกว่าจะถึงพื้นล่างและในนาทีวิกฤตนี้ควรตั้งสติให้ดีและ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคนรวมทั้งผู้โดยสารด้วย
2. อย่าออกแรงใดๆเพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นในรถ
4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน!ในรถและนอกรถให้เท่ากันมิ ฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออกเพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
6.เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุดแล้วท่านก็ออก จากห้องโดยสารของรถได้
7.จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติหรือจะว่ายน้ำขึ้น มาก็ได้ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่า
ทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่า มืดไปหมดไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำเพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ

กรณีเช่นนี้ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติหรือลองเป่าปากดูว่าฟองอากาศ ลอยไปในทิศทางใดให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไปก็จะไม่มีอาการ หลงน้ำ นอกจากนั้น ก่อนออกจากรถหากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆนั้นออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน

ที่มา : Mortoring Manager Online

เตรียมรถเมื่อฝนมาเยือน

"การเตรียมพร้อมในรถยนต์ยามที่ฝนมาเยือน ท่านควรเตรียมตัวอะไรบ้าง?"

เพราะปัญหาที่คุณคาดไม่ถึงอาจจะเกิดในช่วงฝนตกก็เป็นได้ อย่างเช่นปัญหาที่ปัดน้ำฝนไม่ทำงาน บางคันพอปัดได้พักเดียว ทั้งก้านทั้งใบปัดหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง หรือเครื่องดับในขณะวิ่ง
จะลงมาเข็นก็กลัวเปียก ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่คุณจะสตาร์ทรถออกจากบ้านในหน้าฝน จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย"ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง" มีการดูแลเบื้อต้นรับหน้าฝนมาเยือน
อย่างแรกที่เจ้าของรถควรคำนึงถึงคือ

1.อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนนั้นควรจะเป็นใบปัดที่ค่อนข้างใหม่สักหน่อย เวลาปัดใบปัดจะกวาดน้ำฝนได้สะอาดดี ไม่เป็นเส้นหรือมัว และต้องไม่ทำลายกระจก ก้านปัดน้ำฝนจะต้องมียางรีดน้ำที่สมบูรณ์ ก้านจะต้องมีแรงกดกระจก ถ้าไม่มีแรงกดใบปัดก็ไม่สะอาด

ประการสำคัญ ต้องขันก้านให้แน่นถ้าหากปล่อยให้ก้านหลวม นอกจากจะหลุดกระเด็นไปต่อหน้าต่อตาแล้ว ยังเป็นผลทำให้เกิดการสึกหรอหรือก่อให้เกิดผลเสียต่อมอเตอร์ส่งกำลัง (มอเตอร์ปัดน้ำฝน)
เพราะมอเตอร์ปัดน้ำฝนจะต้องมีกำลังดีไม่ใช่หมุนแบบไม่มีแรงสปีด ซึ่งมอเตอร์ใบปัดน้ำฝนที่ติดรถนี้ควรจะมี 3 จังหวะ คือ 1.ช้า 5 วินาทีต่อ 1 ครั้ง 2.ช้าต่อเนื่องแบบ 1 ครั้งต่อ 2 วินาที และ 3.
จังหวะเร็วที่สุด

อุปกรณ์ฉีดน้ำ กระป๋องกับหัวฉีดต้องพร้อมเสมอ น้ำที่ใช้ฉีดควรจะใส่น้ำยาเช็ดกระจกไปนิดหน่อยหรือแชมพูสระผมก็ได้ ใส่นิดเดียวอย่ามาก ซึ่งทั้งหมดพอจะสรุปได้ว่าทุกอย่างควรพร้อมและถ้าพร้อมก่อนที่หน้าฝนจะมาถึง ก็จะดีมาก (แต่ถ้ากรณีที่ปัดน้ำฝนไม่ทำงานแต่จำเป็นต้องขับต่อ ให้เอาน้ำสบู่ล้างกระจกให้สะอาด เพราะจะช่วยให้น้ำไม่เกาะกระจก)

2.อุปกรณ์ประจำรถ ภายในห้องโดยสารหรือภายใต้ฝากระโปรงหลัง ควรมีหมวกหรือร่ม ไฟฉายฉุกเฉินชนิดใช้ถ่าน เสื้อกันฝนและถ้าจะให้ทันสมัยขึ้นมาหน่อยก็ควรจะมีเจ้าคอมฟอร์ต 100
(อุปกรณ์ป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบของคนกรุงเทพฯ) อุปกรณ์ที่กล่าวมานี้ ถ้าเป็นรถแบบห้องโดยสารเปิดทะลุถึงห้องเก็บสัมภาระได้ก็จะเป็นการดี เพราะจะช่วยให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้น
ส่วนอุปกรณ์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงท้ายจริงๆ คือยางอะไหล่ ซึ่งต้องพร้อมเสมอ หมายถึงยางอะไหล่ต้องมีลมยางที่เหมาะสม แม่แรงสำหรับขึ้นรถ เวลาเปลี่ยนยางต้องไม่ขึ้นสนิมหรือฝืดจนหมุนไม่ได้ ตัวถอดล้อหัวกุญแจเบอร์ต่างๆ เครื่องมือประจำรถที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดมาให้

นอกเหนือจากนี้ สิ่งที่ควรเพิ่มเติมคือน้ำมันเบรกสำรอง ถังน้ำแกลลอนชนิดปิดฝาได้สนิท ท่อยางหม้อน้ำ สายพานไดชาร์จ สองรายการหลังนี้ควรซื้อให้ตรงกับเบอร์ที่ใช้ สายพ่วงแบตเตอรี่ เพื่อเอาไว้พ่วงกับแบตเตอรี่จากลูกอื่นๆ เวลาไฟรถของท่านหมด เชือกลากจูงรถทั่วไป ก็มีขายตามห้างสรรพสินค้า ควรเลือกให้มีความหนาและเหนียวเพื่อป้องกันการขาดขณะลากจูง สรุปได้ว่าทุกอย่างที่เตรียมพร้อมมาแล้วนั้น นอกเหนือจากที่จะไว้ใช้กับรถของเราเองแล้วยังสามารถช่วยเหลือรถผู้อื่นได้ อีกด้วย

3.ยางทั้ง 4 ล้อ ต้องมีดอกยางไม่ใช่ยางหัวโล้น ยางถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ประเภทยางแกะดอก ยางหัวโล้น ห้ามใช้โดยเด็ดขาด คำว่าฝนตกถนนลื่นมีความสำคัญเป็นอย่างมากหากยางไม่ค่อยดี
โอกาสที่จะหงายท้องตีลังกาก็มีสูง ควรเปลี่ยนของใหม่ดีกว่า การใช้ควรใช้แค่ 60-70% ก็พอ และที่สำคัญควรเลือกยางให้เหมาะสมกับการใช้งาน

4.ช่วงล่างและเบรก ช่วงล่างกับเบรกนี่ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน ในยามที่ขับรถตะลุยฝนอยู่ หากช่วงล่างไม่ค่อยดีการบังคับทิศทางก็จะผิดเพี้ยน รวมทั้งเบรกก็เช่นกัน หากชำรุดโอกาสที่จะเสยท้ายรถคันอื่นก็มีมาก หรือถ้าเบรกดีมากเกินไปโอกาสที่จะหมุนก็มีเยอะ

ฉะนั้นเวลาเบรกในขณะฝนตกหรือถนนลื่นควรค่อยๆ เบรกแล้วปล่อยทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่ารถชะลอความเร็ว ทั้งนี้ควรกระทำแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าเบรกอย่างกระทันหันโอกาสที่จะเอาสีข้างฟาดกับรถคนอื่นก็มีได้ ดังนั้นยางทั้ง 4 ล้อ รวมทั้งช่วงล่างทั้งหมด เบรกทุกระบบ โช้กอัพทั้งหมด ควรจะต้องมีสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทุกๆ ฤดูกาล

ที่มา : Motoring ManagerOnline

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

10 สัญญาณเตือนภัยของรถคุณ

คนใช้รถทุกวันนี้ บางคนอาจจะแค่ขับไปทำงานแล้วกลับบ้าน บางคนก็ขับไปไกลๆถึงต่างจังหวัด มีหลายคนที่ขับอย่างเดียว โดยที่ไม่สนใจหรือเอาใจใส่รถของตัวเองว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรบ้าง ทั้งที่รถทุกคันควรได้รับการดูแลและตรวจเช็คก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิต "ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง" จึงแนะนำวิธีตรวจเช็ครถของคุณเบื้องต้น กับ 10 สัญญาณเตือนที่จะบ่งบอกได้ว่ารถของคุณนั้นอาการน่าเป็นห่วง

1. สัญญาณเตือน
เราสามารถรับสัญญาณบอกอาการผิดปกติของรถได้ โดยใช้ประสาททั้ง 5 คือ การเห็น การฟังเสียง การได้กลิ่น การจับต้องชิ้นส่วนนั้น ๆ และการลองขับดู ถ้าสังเกตพบสิ่งผิดปกติต่อไปนี้ ให้รีบทำการตรวจเช็คและซ่อมแซมโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ มากขึ้นกว่าเดิม


2. เครื่องยนต์
เครื่องยนต์คือหัวใจของรถ ถ้าเครื่องยนต์มีอาการดังนี้
- เครื่องร้อนจัดเกินไป ขับไปได้ไม่เท่าไร ความร้อนก็ขึ้นสูงเสียแล้ว
- เครื่องเย็นเกินไป แม้จะขับมาระยะทางไกลพอสมควรแล้ว เข็มวัดอุณหภูมิยังไม่กระดิก
- มีเสียงดังผิดปกติจากเครื่องยนต์
ควรนำเข้าตรวจสภาพที่ศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ


3. ยาง
การสึกหรอของดอกยางแบบต่าง ๆ บอกเราได้ว่ายางผิดปกติไปอย่างไร
- ดอกยางตรงกลางล้อ สึกหรอมากกว่าขอบ แสดงว่าเติมลมแข็งเกินไป
- ดอกยางขอบล้อ สึกหรอมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป
- ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่ามุมแนวตั้งของยางไม่ตรง
- ดอกยางเป็นบั้ง ๆ แสดงว่าแนวของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ
นำรถเข้าอู่เพื่อตั้งศูนย์ล้อ หรือปรับแรงดันลมยางใหม่


4. คลัตซ์
คลัตซ์ที่มีปัญหา จะทำให้ควบคุมเกียร์ไม่ได้ อย่าละเลยอาการเหล่านี้
- คลัตซ์ลื่น หรือเข้าคลัตซ์ไม่สนิท หรือเหยียบแป้นคลัตซ์แล้ว แต่ยังเข้าเกียร์ได้ยาก
- คลัตซ์มีเสียงดัง เมื่อเหยียบแป้นคลัตซ์
- แป้นคลัตซ์สั่นขึ้น ๆ ลง ๆ ขณะกำลังขับ
ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมช่วงล่าง หรือศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ


5. เกียร์
เกียร์จะทำหน้าที่เปลี่ยนแรงบิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับความเร็ว สัญญาณบอกเหตุว่าเกียร์มีปัญหาคือ
- มีเสียงดังทั้งในขณะอยู่ที่เกียร์ว่าง หรือเข้าเกียร์ใดเกียร์หนึ่งอยู่
- เปลี่ยนเกียร์ยาก มีอาการติดขัด หรือต้องขยับอยู่นาน
- มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์ ทั้ง ๆที่เหยียบคลัตซ์แล้ว
- ห้องเกียร์มีน้ำมันหล่อลื่นไหลออกมา
ควรนำรถเข้าอู่ตรวจสอบห้องเกียร์

6.พวงมาลัย

พวงมาลัยที่มีปัญหาเหล่านี้ จะทำให้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ยางเฟืองท้าย ชำรุดตามไปด้วย
- พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว
- พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว
- พวงมาลัยสั่นในขณะขับ
ควรนำเข้าศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ


7. เบรก
ถ้าพบว่าเบรกมีอาการผิดปกติ ต้องรีบแก้ไขทันที เพราะเบรกชำรุด นำมาซึ่งอุบัติภัยได้ง่ายที่สุด
- เบรกลื่น หยุดรถไม่อยู่ แม้จะไม่ได้ลุยน้ำ
- เบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง
- แป้นเบรกยังจมลึกลงไปทั้ง ๆ ที่ถอนเท้าออกมาแล้ว
ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมเบรกทันที


8. ไฟชาร์จ
ไฟชาร์จ ควรจะปรากฏขึ้นที่แผงหน้าปัดทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่อง และเมื่อสตาร์ทติดแล้ว ครู่หนึ่งก็จะดับลง แต่ถ้าไฟชาร์จไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาจเกิดจากไดชาร์จผิดปกติหรือสาเหตุอื่น ๆ ก็ได้ ที่แน่ ๆ คือไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ รีบนำรถเข้าอู่ไดชาร์จหรือระบบไฟ


9. หลอดไฟ
หลอดไฟขาดบ่อย ๆ หรือต้องเติมน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่บ่อยเกินไป แสดงว่าอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า “เรกูเลเตอร์” ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟให้เหมาะสมชำรุด ควรนำรถเข้าอู่ระบบไฟ เพื่อซ่อมเรกูเลเตอร์ หรือหากชำรุดก็อาจจะต้องเปลี่ยนใหม่


10. น้ำมันหล่อลื่น
ถ้าสัญญาณไฟเตือนระบบน้ำมันหล่อลื่นสว่างขึ้นในขณะขับขี่รถยนต์ หมายถึงว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานโดยปราศจากน้ำมันหล่อลื่น รีบนำรถไปยังอู่ที่ใกล้ที่สุดทันที

ถ้าอู่อยู่ไกล ให้เติมน้ำมันเครื่องใส่ลงในถังน้ำมันหล่อลื่นไปก่อน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ถ้าเป็นสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นแห้ง ควรใช้รถลากไปอู่ซ่อม

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548

เพลงยุโรป


Thai Progressive Rock Band "BUTTERFLY"... Live City of Butterfly
ยุโรป (EUROPE)... เพลงประกอบภาพยนต์เรื่อง "วัยระเริง"

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2548

นักช็อปควรรู้ ..เปลี่ยนหรือคืนสินค้าทำได้แค่ไหน

เปลี่ยนหรือคืนสินค้า ทำได้จริงแค่ไหน คุณเคยนำสินค้าที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าไปคืนกับพนักงานขายไหมคะ คำตอบแรกที่คุณคิดว่าจะได้ยิน คุณคิดว่าคืออะไร....คืนได้หรือไม่ได้

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาบรรดาห้างสรรพสินค้าและดิสเคาน์สโตร์ รวมถึงคอนวีเนียนสโตร์หรือร้านสะดวกซื้อ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือกำหนดมาตรฐานการรับประกัน คุณภาพสินค้าและบริการร่วมกับกรมการค้าภายใน เพื่อเป็นการยืนยันว่า สินค้าที่มีการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้มาตรฐานและรับประกันคุณภาพของ สินค้า ซึ่งรายละเอียดการรับประกันสินค้าของแต่ละห้างเป็นอย่างไร เชิญตรวจสอบกันได้ในบทความนี้เลยนะคะ

ไม่พอใจสินค้า เรายินดีคืนเงิน ??นักช้อปโดยทั่วไปมักเข้าใจว่าการเปลี่ยนหรือคืนสินค้านั้นจะทำได้เฉพาะกับ สินค้าที่ชำรุดบกพร่อง หรือผลิตมาไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการเปลี่ยนหรือคืนสินค้านั้นทำได้แม้กระทั่งสินค้านั้นไม่ ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เพียงแค่คุณไม่ชอบใจมันเอาดื้อ ๆ คุณก็สามารถเปลี่ยนหรือเอาเงินคืนได้

ในห้างสรรพสินค้าบางแห่งคุณอาจจะเคยเห็นป้ายแบบนี้บ้างแล้ว "ไม่พอใจสินค้า เรายินดีคืนเงิน” ซึ่งหมายความว่า สำหรับสินค้าที่คุณจ่ายเงินซื้อนำกลับไปถึงบ้านแล้ว แม้ว่าตัวสินค้ามันจะไม่มีความผิดอะไร ไม่มีความเสียหายชำรุดบกพร่อง เพียงแต่แค่คุณเกิดความรู้สึกไม่พอใจสีสันหรือรูปทรงของสินค้า (แม้ว่าตอนที่อยู่ในห้างคุณจะรู้สึกพอใจเอามาก ๆ ก็ตาม) คุณมีสิทธิ์ขอคืนสินค้าเปลี่ยนเป็นเงินคืนได้

แล้วคุณเคยลองพิสูจน์ข้อความเช่นว่านั้นหรือไม่ว่าทำได้จริงหรือเปล่า วารสารฉลาดซื้อได้ทดลองส่งอาสาสมัครไปซื้อสินค้าราคาปกติตามร้านค้าที่อยู่ ในความรับผิดชอบของห้างสรรพสินค้าและดิสเคาน์โตร์ทั้งหมด 7 แห่ง เป็นห้างสรรพสินค้า 4 แห่ง คือ 1. ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว 2. ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง สาขาธนบุรี และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขารัชดาภิเษก และเป็นดิสเคาน์สโตร์ 3 แห่ง คือ 1.คาร์ฟูร์ สาขาบางปะกอก 2. บิ๊กซี สาขาสุขสวัสดิ์ และ เทสโก โลตัส สาขางามวงศ์วาน

โดยมีเงื่อนไขให้กับอาสาสมัครว่าให้ซื้อสินค้าที่ขายในราคาปกติ ขายโดยร้านหรือบูธที่เป็นส่วนของห้างสรรพสินค้า (ไม่ใช่ร้านที่เข้ามาเช่าพื้นที่) และเมื่อซื้อสินค้ามาแล้ว 1-2 วันให้นำสินค้าไปคืน โดยขอคืนเงินที่จ่ายไปทั้งหมดไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนสินค้าแทน โดยมีข้ออ้างว่าไม่พอใจสินค้าด้วยสาเหตุที่ไม่ใช่ความชำรุดบกพร่องของตัว สินค้า เช่น ไม่ชอบสีสันหรือรูปทรงที่เลือกไป เป็นต้น

ผลการสำรวจมาตรการการรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าเพื่อความพอใจของลูกค้าผลที่ ได้คือ ดิสเคาน์สโตร์ทั้ง 3 แห่ง ยอมคืนเงินให้กับลูกค้า โดย คาร์ฟูร์และบิ๊กซีขอจดชื่อที่อยู่ของลูกค้าไว้ ในขณะที่ เทสโก โลตัส ยอมคืนเงินให้โดยไม่มีการจดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าแต่อย่างใด

สำหรับกลุ่มห้างสรรพสินค้าพบว่า

*ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้ากับพนักงานขาย ๆ ไม่ยอมให้คืนสินค้าแต่เสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายังยืนยันต้องการคืนสินค้าเหมือนเดิม พนักงานขายก็ยังไม่ยอมคืนให้ ท้ายที่สุดอาสาสมัครได้ไปติดต่อที่จุดบริการลูกค้าของห้างสรรพสินค้าจึงได้ รับเงินคืน

* ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้า พนักงานขายเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายืนยันขอคืนเงินเหมือนเดิม พนักงานขายบอกให้ไปติดต่อที่แคชเชียร์ของแผนกสินค้านั้น ซึ่งทางแคชเชียร์แจ้งว่าไม่สามารถคืนเป็นเงินได้ (ทั้ง ๆ ที่มีป้ายเขียนไว้ว่า รับประกันความพอใจ เปลี่ยนคืนสินค้าสำเร็จได้ภายใน 5-10 นาที แสดงไว้อย่างชัดเจนที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์)และได้ออกเป็นใบคูปองใช้แลกซื้อ สินค้าในห้างแทน มีอายุ 30 วัน จนท้ายที่สุดฉลาดซื้อต้องโทรไปแจ้งว่าเรากำลังทดสอบมาตรการการรับเปลี่ยน หรือคืนสินค้าของห้างกับผู้บริหารระดับสูง ทางห้างจึงคืนเงินให้พร้อมกับคำขออภัยและแจ้งว่าจะมีมาตรการลงโทษกับการประ พฤติตัวที่ไม่เหมาะสมของพนักงานแคชเชียร์และพนักงานขาย

* ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้า พนักงานขายเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายืนยันขอคืนเงินเหมือนเดิม พนักงานขายและแคชเชียร์ปฏิเสธ ซึ่งทางแคชเชียร์แจ้งว่าไม่สามารถคืนเป็นเงินได้ และได้ออกเป็นใบคูปองใช้แลกซื้อสินค้าในห้างแทน แต่มีระยะเวลาเพียง 1 วันเท่านั้น จนท้ายที่สุดฉลาดซื้อต้องโทรไปแจ้งว่าห้างกำลังถูกทดสอบมาตรการการรับ เปลี่ยนหรือคืนสินค้ากับผู้บริหารระดับสูง ทางห้างจึงคืนเงินให้ พร้อมกับคำขออภัยและแจ้งว่าจะมีมาตรการลงโทษกับการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสม ของพนักงานขาย

* ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้า พนักงานขายเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายืนยันขอคืนเงินเหมือนเดิม พนักงานขายบอกให้ไปติดต่อที่แคชเชียร์ของแผนกสินค้านั้น ซึ่งทางแคชเชียร์แจ้งว่าไม่สามารถให้คืนเป็นเงินได้ จนท้ายที่สุดฉลาดซื้อต้องโทรไปแจ้งว่าเรากำลังทดสอบมาตรการการรับเปลี่ยน หรือคืนสินค้าของห้างกับผู้บริหารระดับสูง ทางห้างจึงคืนเงินให้พร้อมกับคำขออภัยและแจ้งว่าจะมีมาตรการลงโทษกับการประ พฤติตัวที่ไม่เหมาะสมของพนักงานขาย และแจ้งว่าหากลูกค้าต้องการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าให้ไปติดต่อที่จุดบริการ ลูกค้า(ซึ่งอยู่ที่ชั้นสอง คนละชั้นกับจุดที่มีปัญหา) จะดีที่สุด

จะเห็นได้ว่า แม้จะมีข้อตกลงดังกล่าว(ซึ่งตามจริงหลาย ๆ ห้างก็มีข้อตกลงการเปลี่ยนหรือคืนสินค้า มาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว) แต่ในทางปฏิบัติคุณอาจพบปัญหาได้โดยเฉพาะกับพนักงานขายของห้างสรรพสินค้าที่ สนใจเปอร์เซ็นต์ยอดขายมากกว่าหัวใจในการบริการลูกค้า ไม่สนใจที่จะคืนเงินให้กับลูกค้าทั้ง ๆ ที่ลูกค้าได้แสดงเจตน์จำนงค์อย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งหากผู้บริหารของกลุ่มห้างสรรพสินค้าไม่มีการปรับตัว เช่น ไม่มีการเข้มงวดกวดขันอบรมพนักงานขายที่ดีพอ หรือไม่มีจุดบริการลูกค้าที่เห็นเด่นชัดทุกชั้น ทุกแผนก ก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนของห้างสรรพสินค้าที่ทำให้ลูกค้าเข็ดขยาดจนต้องหันไป ใช้บริการกับกลุ่มดิสเคาน์โตร์ใหญ่ ๆ ได้ง่าย สำหรับผู้บริโภคที่มีปัญหาในการขอเปลี่ยนหรือขอคืนสินค้าให้ติดต่อกับฝ่าย ประชาสัมพันธ์หรือผู้บริหารระดับสูงของห้างทันที

กรณีสินค้าชำรุดบกพร่องเปลี่ยนหรือคืนได้เพียงแค่วันที่ห้างกำหนดจริงหรือ?

ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 472 ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็น ปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

ความที่กล่าวมาในมาตรานี้ย่อมใช้ได้ ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องนั้นมีอยู่ ม.473 ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือควรจะ ได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน
(2) ถ้าความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยไม่อิดเอื้อน
(3) ถ้าทรัพย์นั้นได้ขายทอดตลาด
ม. 474 ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุด บกพร่อง

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับคืนสินค้าหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ ของห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ นั้น ในทางกฎหมาย มีลักษณะเป็นคำมั่น ซึ่งหากทางห้างไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้กับผู้บริโภค จะมีผลเป็นการผิดสัญญา

อย่างไรก็ตาม หากสินค้าชำรุดบกพร่อง ทางห้างจะต้องรับผิดชอบทุกกรณีตามกฎหมาย (มีอายุความ 1 ปี)โดยไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขการรับคืนสินค้าซึ่งห้างเป็นผู้กำหนดขึ้น ส่วนจะรับผิดชอบในลักษณะใดนั้น ก็ต้องพิจารณาตามความบกพร่องที่เกิดขึ้น เช่น การคืนเงิน การเปลี่ยนสินค้า เป็นต้น

นายชัยรัตน์ แสงอรุณ กรรมการสภาทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ให้ความเห็นต่อการคืนสินค้าว่าหลายคนซื้อของจากห้างสรรพสินค้า แล้วไม่พอใจหรือใช้แล้วไม่มีประสิทธิภาพ แล้วคืนได้หรือไม่

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยความรับผิดชอบของผู้ขายต่อสินค้าชำรุด หรือบกพร่อง หรือไม่สมประโยชน์กับการใช้สอย รวมถึงผลิตออกมาไม่ได้มาตรฐาน ตามกฎหมายระบุว่าผู้ขายต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว โดยไม่ต้องมีการทำสัญญาแต่อย่างใด ต้องรับผิดชอบในการคืนหรือเปลี่ยนสินค้าให้ภายใน 1 ปี และหากไม่ยอมเปลี่ยนคืนให้กับลูกค้า ลูกค้าก็สามารถฟ้องร้องได้ในอายุความ 1 ปี

เพราะฉะนั้นหากสินค้าหมดอายุหรือไม่ได้มาตรฐานเราสามารถเปลี่ยนคืนได้ภายใน 1 ปี

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข การรับคืนสินค้าหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ (ข้อมูลจากกรมการค้าภายใน)

บริษัท ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เงื่อนไข สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เปลี่ยนหรือคืนได้ ยกเว้นสินค้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง หนังสือ ไส้ปากกา ผ้าและสินค้าลดราคาไม่รับคืน เฉพาะสินค้าชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นในเปลี่ยนหรือคืนได้ ภายในวันที่ซื้อสินค้าและสินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์เท่านั้นกำหนดระยะเวลา ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ซื้อ เอกสาร/หลักฐาน ใบกำกับภาษีแบบย่อ หรือใบกำกับภาษีเต็มรูป

บรัษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เงื่อนไข รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าภายใต้เงื่อนไข สินค้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ยกเว้นสินค้าลดราคาพิเศษ กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน นับแต่วันซื้อสินค้า
เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ

บริษัท ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง จำกัด เงื่อนไข เกี่ยวกับคุณภาพสินค้า สามารถเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้ สินค้าต้องยังคงสภาพพร้อมขาย มิได้ผ่านการใช้งาน ยกเว้นกรณีมีปัญหาด้านคุณภาพหลังใช้งาน สุรา และสินค้าตัดแบ่งจำหน่ายรับเปลี่ยนหรือคืนกำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ซื้อ เอกสาร/หลักฐาน ใบกำกับสินค้า และสินค้าที่มีใบรับประกันคุณภาพ บริษัทฯ จะเป็นผู้สานผลประโยชน์ให้ลูกค้า

บริษัท บางลำพู (ประชาราษฎร์อาเขต) จำกัด เงื่อนไข สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถเปลี่ยนหรือคืนได้ ยกเว้น ชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นในกำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ซื้อ เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน หรือป้ายแสดงราคาของบริษัทฯ

บริษัท ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า เงื่อนไขลูกค้าไม่พอใจในคุณภาพของสินค้าสามารถเปลี่ยนหรือคืนได้ โดยสินค้านั้นต้องอยู่ในสภาพพร้อมจำหน่ายกำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน และสินค้า มีป้ายราคาของบริษัทฯ

บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด(มหาชน) เงื่อนไข สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถเปลี่ยนหรือคืนได้ ยกเว้นสินค้าประเภท ชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นใน เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ชุดราตรี ผ้า หนังสือ ไส้ปากกา และสินค้าลดราคา ไม่รับเปลี่ยนหรือคืนกำหนดระยะเวลา ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ซื้อ เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน

บริษัท อิมพีเรียล พลาซ่า จำกัด เงื่อนไข สินค้าไม่ได้คุณภาพ ยินดีรับคืนเงินหรือมอบสินค้าใหม่ให้ฟรี และสินค้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์
กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน

กลุ่มดิสเคาน์สโตร์

บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด (คาร์ฟูร์) เงื่อนไข สินค้าไม่ได้คุณภาพและมาตรฐานสามารถคืนได้ทุกประเภท ยกเว้น เสื้อผ้าที่มีการแก้ไขรูปทรง ชุดชั้นใน เทปเพลง ซีดี หนังสือ ถ่าน-แบตเตอรี่ทุกประเภท หลอดไฟ และสินค้า ลดราคาล้างสต๊อก กำหนดระยะเวลา ภายใน 8 วัน นับแต่วันที่ซื้อสินค้า ภายในวันเดียวกันสำหรับสินค้าที่เป็นอาหารสด เอกสาร/หลักฐาน สินค้าในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใบเสร็จรับเงินตัวจริง

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เงื่อนไข สินค้าชำรุดหรือผิดพลาดจากการผลิตหรือซื้อสินค้าผิดหรือไม่พอใจในสินค้า สามารถเปลี่ยนหรือคืนได้ ยกเว้น ชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นใน สินค้าลดราคา เทป ซีดี วีดีโอ กำหนดระยะเวลา ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ซื้อสินค้ายกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าคืนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ซื้อ อาหารสดและเบเกอรี่คืนก่อนวันหมดอายุ เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน สำหรับสินค้าทั่วไป และใบเสร็จรับเงินและใบรับประกันสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เงื่อนไข รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ต้องมีอุปกรณ์ และส่วนประกอบต่าง ๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ และสินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม ยกเว้นสินค้าที่ชำรุดเสียหาย หากการใช้งานไม่ถูกต้องตามวิธีหรือคำแนะนำ กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ซื้อสินค้า ยกเว้นอาหารสดรับคืนภายใน 7 วันที่ซื้อเอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน และสินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม

บริษัท เอก ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก โลตัส) เงื่อนไข รับคืนสินค้าทั่วไป ภายใน 30 วัน รับคืนสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายใน 7 วัน รับคืนสินค้าอาหารสด ภายในวันเดียวกัน เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงินหรือไม่ได้นำใบเสร็จมาก็คืนได้สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์

บรัษัท เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด (ท๊อป) เงื่อนไข สินค้าไม่ได้คุณภาพ ความสด หรือมาตรฐานสามารถรับเงินคืนที่สาขาใดก็ได้กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ซื้อเอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน และสินค้าอุปโภคบริโภค (อาหารสดไม่ต้องนำสินค้ามาแสดง)

บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด เงื่อนไข สินค้าคุณภาพไม่ดีหรือซื้อผิด สามารถเปลี่ยนสินค้าได้โดยติดต่อผู้จัดการสาขากำหนดระยะเวลา - เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน

บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด เงื่อนไข รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า ยกเว้น กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ โทรศัพท์มือถือ สินค้าตัวโชว์ สินค้าลดล้างสต๊อก และทีวีจอใหญ่กว่า 30 นิ้ว และไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าใช้แล้วหรือแกะกล่องแล้ว ตู้เย็น เทป ซีดี วีดีโอ คอมพิวเตอร์ ฟิล์ม ถ่านไฟฉาย ถ่านชาร์จ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น ไมโครเวฟ เครื่องครัวเล็ก ผ้าหมึก และอุปกรณ์ทำความสะอาด กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน นับแต่วันซื้อสินค้าเอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน พร้อมกล่องบรรจุ ใบรับประกัน คู่มือ และอุปกรณ์ต่อพ่วงของสินค้า

กลุ่มร้านสะดวกซื้อ

บริษัท คอนอโค (ประเทศไทย) จำกัด (จิฟฟี่) เงื่อนไข สินค้าหมดอายุ ไม่ได้มาตรฐาน เสีย บกพร่อง สามารถเปลี่ยนสินค้าหรือรับเงินคืนได้กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน และสินค้า (ยกเว้นสินค้าอายุสั้น และหมดอายุก่อนไม่ต้องนำสินค้ามาแสดง)

บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) เงื่อนไข สินค้าเสียก่อนวันหมดอายุ สามารถเปลี่ยนสินค้าได้กำหนดระยะเวลา -เอกสารหลักฐาน -

บริษัท บางจาก กรีนเนท จำกัด เงื่อนไข สินค้าเสื่อมคุณภาพทุกกรณี สามารถเปลี่ยนได้
กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน และสินค้ามาแสดง

บริษัท สยามแฟมิลี่สมาร์ท จำกัด เงื่อนไข สินค้าเสียก่อนวันหมดอายุ สามารถเปลี่ยนสินค้าได้กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน และสินค้ามาแสดง

บริษัท อาร์ บี เซอร์วิส จำกัด เงื่อนไข สินค้าหมดอายุ หรือความผิดพลาดของบริษัทยินดีให้เปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้กำหนดระยะเวลา ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ซื้อสินค้าเอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานที่พิสูจน์ได้

ร้านสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เงื่อนไข สินค้าอยู่ในสภาพเรียบร้อย ยินดีรับคืนหรือเปลี่ยนได้กำหนดระยะเวลา - เอกสาร/หลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2548

Smiley แบบญี่ปุ่น

(^_^) ยิ้ม ( ธรรมดา )

(^ ^) niko niko ฮิฮิฮิ.. ( อมยิ้ม )

(*^ _^*) nikott ปิ๊งๆ ยิ้มมีประกาย

\(^0^) / wa~i! ยกมือขึ้นแล้วร้อง “ว้าว”

(_<) ita! เจ็บ... (จัง,ใจ)

\(OoO)/ gyaaa! อะจ๊ากกกก!!!

p(^ ^)q ganbare! พยายามเข้า !! ไฟ้ท์โตะ

(T_T) naki gao น้ำตาไหลพรากๆ

(-_-)ZZZ neteru คร่อกก...

(._.?) hate ? ห๊ะ... อะไรรนะ ( มะเข้าใจอ่ะ พูดใหม่,
อธิบายใหม่ดิ๊ )

(^_^)V pi~su ! สู้ตายค่ะ (ชนะแล้ว)

((n n;)P maitta ง่าาา แหะๆ ยอมแพ้แร้วว.. (ด้านซ้ายจับหัว
ด้านขวายกธงขาว )

(p_-) mushi-megane มาให้ส่องขยายดูซิ ปิดบัง'ไร

(^^)// hakushu~! เย้... ปรบมือหน่อย

(^-^)b ne! เยี่ยม'ป่าว..เห็นด้วยไม๊ ?

(-_-) mutt.. เงียบ... ( รู้ป่าว..ไม่พอใจนะ แต่ไม่แสดงออก )

(^/\^ ) onegai! ขอร้องหล่ะ

(@_@) me ga mawaru อ๋อยย มึนน

(^_^;) ... แหะ... มันยังไงกันนี่ ( ประหลาดใจจนไม่พูดออก )

(._. )( ._.) kyorokyoro อยู่ไหนน๊า..? ( เหลียวซ้ายแลขวา )

ที่มา : Forward Mail

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

ทักทาย


Blogger เริ่มต้นจากบริษัทเล็กๆ ในซานฟรานซิสโกชื่อ Pyra Labs ในเดือนสิงหาคม 1999 ในยุคเฟื่องฟูของธุรกิจดอตคอม แต่เราก็ไม่ใช่กิจการที่สนับสนุนโดยนักลงทุน ชอบจัดปาร์ตี้ เล่นฟุตบอลในล็อบบี้ หรือเป็นกิจการที่แจกเบียร์ไม่อั้น (ยกเว้นเบียร์ของคนอื่น)

พวกเราเป็นกลุ่มเพื่อนสามคน สร้างรายได้จากการทำงานในโครงการเว็บไซต์ที่น่าเบื่อให้กับบริษัทใหญ่ๆ และมองหาทางก้าวเข้าสู่โลกแห่งอินเทอร์เน็ตอย่างอลังการ สิ่งที่เราพยายามทำตั้งแต่แรกนั้นไม่ค่อยมีความหมายสักเท่าไรในขณะนี้ แต่ระหว่างที่เราพยายามกันอยู่นั้น เราได้สร้าง Blogger ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และก็คิดว่า อืมม์ น่าสนใจนะ