วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554
'ดวงอุบัติภัย'..ปีใหม่ ม.ค.-มิ.ย. 2554 เมืองไทย..จะยัง'ดุ??'
เดือน ธ.ค. เดือนสุดท้ายปลายปี 2553 นี้ กับเรื่อง “อุบัติภัย-อุบัติเหตุ” เช่น ไฟไหม้ รถชน ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงที่เกิดขึ้นกับคนไทยแต่เป็นในต่างประเทศ ต้องใช้คำว่า “ดุมาก!!” เพราะแต่ละกรณีที่เกิด “มีคนตายคราวละจำนวนมาก!!” และตั้งแต่ช่วงส่งท้ายปีเก่า ไปจนถึงต้อนรับปีใหม่ รวมถึงตลอดปีหน้า 2554 และปีต่อ ๆ ไป ภัยเหล่านี้ก็จำเป็น “ต้องระวังให้ดี!!” ใครประมาทมีโอกาสเละได้ง่าย ๆ
ว่ากันเฉพาะปี 2554 แต่ละเดือนต่างก็มีเกณฑ์ไม่ดี
อาจเกิดเหตุร้าย แรง ๆ ตายมาก ๆ เหมือนช่วงนี้...
ทั้งนี้ มองข้ามไปถึงปีหน้า 2554 หากจะว่ากันถึงเรื่องนี้ในมุมของ “ดวง” ทาง อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ประธานสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย สะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า... ปี 2554 พื้นที่โลกบริเวณที่ถูก “ชง” โดยตรง ก็มี... สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ เปรู ชิลี อาร์เจนตินา ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบจากพลังที่มากระทบโดยตรง ส่วนในโซนประเทศ พม่า อินเดีย จีน รัสเซีย หมู่เกาะสุมาตรา รวมถึงไทย ก็จะได้รับผลกระทบเหมือนกัน เสมือนรถไฟชนกันหญ้าแพรกจึงแหลกลาญ
“ปี 2554 เรื่องร้ายจากไฟ การแตกแยก อาวุธมีคม ยังเป็นเรื่องเด่นที่จะเกิดขึ้น ขอให้คนไทยร่วมใจกัน รักและสามัคคีกันไว้ หากมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จะได้ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรค” ...อ.มาศระบุ พร้อมทั้งชี้ถึงดวงเกี่ยวกับภัยต่าง ๆ ที่มีเกณฑ์เกิดขึ้นในสังคมไทยในปีหน้า แยกเป็นรายเดือน สรุปได้ว่า...
สถานการณ์เดือน ม.ค. มีโอกาสเกิดวินาศกรรมใหญ่สถานที่ราชการในกรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือน รถไฟตกราง ระบบไฟฟ้าเสียหาย ไฟไหม้ใหญ่สถาบันการเงินหรือสถานบันเทิง อาชญากรรมสยดสยอง เหตุร้ายจากของแหลมคม สังคมทั่วไปจะมีปัญหาหนักในเรื่องต่าง ๆ เช่น หญิงสาวติดยา เด็กผู้หญิงโชคร้าย ครอบครัวแตกแยก โจรภัย การฉ้อฉลทางการเงินและทรัพย์สิน ประเทศอื่นอาจเกิดแผ่นดินไหวใต้น้ำ
สถานการณ์เดือน ก.พ. มีโอกาสเกิดเหตุร้ายรุนแรงในสถานศึกษา ดาราหญิงรุ่นใหญ่เสียชีวิต เกิดอัคคีภัยใหญ่คลังน้ำมัน และสถานที่ราชการโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับกฎหมาย การยุติธรรม การสื่อสาร เกิดการก่อวินาศกรรมตึกสูง เกิดเรื่องอื้อฉาวของสีกากับพระสงฆ์ เกิดปัญหาด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ระบบคมนาคม ต้องระวังโรคภัยทางอากาศหวนกลับมาระบาด ส่วนเหตุการณ์โลกจะเกี่ยวกับเรือรบ
สถานการณ์เดือน มี.ค. ก็มีเกณฑ์เกิดเภทภัยครั้งใหญ่ มี โอกาสเกิดพายุในอ่าวไทย ฝั่งทะเลตะวันออก และอีสานตอนล่าง เกิดความแห้งแล้งให้เห็นชัดเจนรุนแรงสาหัสมาก คลังอาวุธอาจถูกโจรกรรมหรือถูกก่อวินาศกรรม อาจเกิดเหตุเครื่องบินตกในสถานที่แห้งแล้ง เกิดการรวมกลุ่มผลักดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันให้สูงขึ้น จะมีข่าวอื้อฉาวเรื่องคอร์รัปชั่น ส่วนต่างประเทศเกิดข่าวลัทธิลวงโลกรูปแบบใหม่
สถานการณ์เดือน เม.ย. ประเทศไทยยังระอุร้อนแรงทั้งในและนอกสภา มีการโฆษณาชวนเชื่อจนเกิดความวุ่นวาย จะเกิดอาเพศ-อาถรรพณ์กับโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นลางบอก เหตุบางอย่าง ภูมิอากาศโดยทั่วไปร้อนอบอ้าว ความแห้งแล้งแผ่ขยายทั่ว พอฝนตกก็จะรุนแรงจนแผ่นดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะทางใต้ ทำให้พืชผลทางการเกษตรเกิดความเสียหาย โรคเกี่ยวกับระบบเลือด หัวใจ ดวงตา ส่อแววจะกำเริบหนักในสังคมไทย เรื่องป่าไม้ก็จะมีปัญหา ตลาดหุ้นย่ำแย่ ขณะที่ในต่างประเทศจะมีพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ และมีอุทกภัย ในทวีปอเมริกาฝั่งตะวันออกด้านมหาสมุทรแอตแลนติก เกิดความเสียหายขนาดใหญ่
สถานการณ์เดือน พ.ค. เมืองไทยจะเกิดการจัดระเบียบประเทศด้านการปกครอง โดยสามารถดำเนินการให้ลุล่วงไปได้ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย นับเป็นเดือนที่ประชาชนคนไทยมีความ สุข มีความหวังในการพัฒนาประเทศสู่ความรุ่งเรืองชัดเจน หลังจากอึมครึม กดดันภาวะจิตใจมานาน แต่อากาศโดยทั่วไปจะร้อนอบอ้าว เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในบางวัน มีหมอกลงจัด เหมือนมี 3 ฤดูในวันเดียว และจะมีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถไฟมีคนบาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก เครื่องบินชนภูเขาหรือตึกสูง ส่วนในต่างประเทศมีโอกาสเกิดสงครามย่อม ๆ ระหว่างชาติในเอเชียตอนเหนือกับมหาอำนาจตะวันตก เพื่อเป็นการประกาศศักดากัน
สถานการณ์เดือน มิ.ย. ในเมืองไทยมีโอกาสจะเกิดปัญหาความยุ่งยากเกี่ยวกับระบบคมนาคม ทั้งดาวเทียม เคเบิล การขนส่งระบบราง อาจมีเหตุร้ายไฟไหม้ลุกลาม ส่วนในต่างประเทศมีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์รถยนต์ระเบิดใหญ่ทางโลกตะวันออก อเมริกาเหนือ แคนาดา ซึ่งโลกตะวันออกจะวุ่นวายสุด ๆ
ทั้งนี้ จากที่ อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ทายทักมาข้างต้น ก็จะเห็นได้ว่า... “ภัย” ที่ “ดุ ๆ” มีโอกาสเกิดต่อเนื่องจากเดือน ธ.ค.ปีเสือดุ 2553 นี้เลย โดยมีการเน้นทั้งภัยจากไฟ จากของมีคม ฯลฯ รวมถึงจากความแตกแยก ซ้ำหลาย ๆ กรณีก็มีการต่อท้ายด้วยคำน่ากลัว เช่น ใหญ่, รุนแรง, สาหัส, สยดสยอง อีกต่างหาก!!
และที่ว่ามาข้างต้นนั้น...ก็เป็นเพียง 6 เดือนแรกของปีหน้า
อีก 6 เดือนหลังจะ “ดุ” แค่ไหน? ต้องต่อกันอีกตอน.
ที่มา : เดลินิวส์
ตอน 2 : วัดดวงปีหน้าครึ่งปีหลัง ก.ค.-ธ.ค. 2554 'ภัยร้ายๆ'รอขย้ำ??
โหรฟันธงเศรษฐกิจปีเถาะเศร้า-สุข ดี-เลวร้ายต้องตั้งสติใช้วิจารณญาณ
นับถอยหลังปิดฉากไปแล้วสำหรับปีเสือร้าย ถือเป็นปีสุดวิปโยค ต้องบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ แผ่นดินไทยต้องเปื้อนเลือดคนไทยกันเอง สิ่งไหนที่เลวร้าย ก็ให้ทิ้งกันไป ณ วินาทีนี้ มาเตรียมตัวเตรียมใจ สลัดภาพหดหู่ เข้าสู่ปีเถาะ จะเป็นกระต่ายน้อยโลดแล่นสุขสันต์ หรือ กระต่ายเศร้าแสนโศก ผ่านมุมมองโหรจับยามสามตา
หลังต้นปีขาลเคยฟันธง ณ พื้นที่แห่งนี้ เหตุการณ์ดุเด็ดเผ็ดมัน ตรงเผงมาหลายเรื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์เลือดนองแผ่นดินไทย หรือหุ้นปลายปีพุ่งกระฉูด
สำหรับปีเถาะ ก็ชวนลุ้นระทึกไม่แพ้ปีขาล พร้อมฟังคำพยากรณ์จากหน่วยงานหลักที่ดูแลเศรษฐกิจ จะฟันธงไปทางเดียวกัน หรือหักธงโหรพยากรณ์ต้องติดตาม
ประเดิมด้วย “อ.มาศ เคหาสน์ธรรม” ประธานสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ย (ประเทศไทย) หรือซินแสไฮเทค ถือเป็นอาจารย์ฮวงจุ้ยชื่อดังของประเทศ เคยได้รับเกียรติไปบรรยายงานฮวงจุ้ยโลกมานับครั้ง ไม่ถ้วน
มองทิศฮวงจุ้ย ปี 2554 เป็นปีกระต่ายโศกสันต์ คือ มีทั้งโศกเศร้า และสุขสันต์ คละเคล้า กันไปตลอดปี ดาวเหินประจำปี คือ ดาว 7 เข้าสู่พื้นที่กลาง ชักนำโชคลาภมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทิศร้าย คือ ทิศตะวันตก และทิศตะวันออก
หากที่ทำงาน ร้านค้าปลีก โรงงานแท่นบูชา เตียงนอน ให้หันหน้าไปทางทิศที่ไม่เป็นมงคล ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และให้เลี่ยงงานพิธีที่ทำในทิศนั้น เช่น การตกแต่งใหม่ ย้ายที่พำนักใหม่ สีที่เป็นมงคลคือ ฟ้า น้ำเงิน ดำ ส่วนสีที่ไม่เป็นมงคล คือ ขาว เหลือง แดง ซึ่งถ้าธุรกิจท่านอยู่ในกลุ่มที่ไม่ดี ยังไม่ต้องตกใจ เพราะว่าหลักฮวงจุ้ยนั้น ท่ามกลางสีดำ ก็จะมีสีขาว คือในทุกวิกฤติ ย่อมมีโอกาสซ่อนแฝงเอาไว้เสมอ แม้ธุรกิจทั้งหมดในอุตสาหกรรมของท่านอาจแย่ แต่ดวงของท่านอาจดีก็ได้
นอกจากนี้ อ.มาศ ยังได้พยากรณ์หุ้น-ทองคำ ในรอบปี 54 ชนิดเกาะติดเดือนต่อเดือน ให้ใช้เป็นแนวทางในการลงทุน หลังปี 53 ถูกเผงมาหลายเดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. มีข่าวฉ้อฉลทางการเงิน และทรัพย์สินในสถาบันชั้นสูงหรือกิจการที่หน่วยงานนี้ถือหุ้นอยู่หุ้นให้ เข้าเก็บ รอขึ้นเดือนถัด ๆ ไป เดือน ก.พ. ราคาน้ำมัน ในตลาดโลกจะมีความผันผวนอย่างหนักและมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก ตลาดหุ้นเริ่มขยับในทิศทางที่ดีขึ้น ทองยังไปได้ เดือน มี.ค. น้ำมันราคาสูงขึ้น หุ้นพุ่งอย่างยั่วยวน ทองขยับอีกเล็กน้อย
เดือน เม.ย. ตลาดหุ้นย่ำแย่ ทองคำเล่นได้ มีการค้นพบแหล่งน้ำมันใหม่ ๆ ขนาดใหญ่ เดือน พ.ค. ตลาดหุ้นเหมือนไฟได้ลม โหมกระชากขึ้นหลายจังหวะ ราคาทองคำก็ดูดีขึ้น เดือน มิ.ย. ตลาดหุ้นเฟื่องฟูสุด ๆ น้ำมันขึ้นราคา แต่ทองคำกลับตรงข้ามกัน เดือน ก.ค. ตลาดหุ้นยังขึ้นให้ชื่นใจ ทองคำยังไม่ไปไหนมาก
เดือน ส.ค. หุ้นและทองมีจังหวะขึ้นให้ตักตวง มีโอกาสเกิดการก่อวินาศกรรมในฐานทัพเรือ หรือแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเล หรือเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ
เดือน ก.ย. ตลาดหุ้นอ่อนตัว ทองก็ไม่เด่น ต.ค. ตลาดหุ้นอ่อนตัวลงต่อเนื่อง แต่ทองคำเริ่มมีสัญญาณแจ่มใสอีกระดับหนึ่ง เดือน พ.ย. ตลาดหุ้นไม่น่าเข้า ถ้าปล่อยของไม่ทันอาจเสียใจ แต่ซื้อทองจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เดือน ธ.ค. ราคาน้ำมันไม่ขึ้น ทั้งที่เป็นฤดูหนาว เนื่องจากมีการผลิตพลังงานทดแทนจากพืชชนิดใหม่ ๆ แต่หุ้นไม่ได้ดั่งใจ ส่วนราคาทองถูกใจคนซื้อเก็บ
สำหรับปีเถาะ อาชีพที่เจริญรุ่งเรือง คือ การเงินการธนาคาร การค้า นักบริหาร อุตสาหกรรมอาหาร ภัตตาคาร โรงแรมหรูหรา สิ่งสวยงาม ตกแต่งภายใน ทนายความ ประชาสัมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เซลส์แมน นักพูด ครูสอนภาษา หมอดู แพทย์ผ่าตัด บันเทิง ดารา นักร้อง ค็อฟฟี่ช็อป บาร์ หญิงบริการ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับประมง อุตสาหกรรมนม น้ำดื่ม สุรา
อาชีพที่จะเผชิญกับการแข่งขันต่อสู้ที่รุนแรง คือ นายธนาคาร อุตสาหกรรมช่างกล นักมวย นักดาราศาสตร์ ตำรวจ ทหาร นักบำบัด ขายเพชรพลอย คอมพิวเตอร์ กระจก ทอง เหล็ก รถยนต์ อาชีพที่จะมีโชคลาภ งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ นักแสดง แฟชั่น นายแบบ นางแบบ นักออกแบบ นักข่าว นักพยากรณ์ ผู้พิพากษา สถาปนิก อัยการ ทหาร ธุรกิจชุดเจ้าสาว ถ่ายรูป จักษุแพทย์ เกี่ยวกับไฟ ขายแก๊ส เตาไฟ ของแห้ง อาหารปิ้งย่าง
หลังฟังซินแสชื่อดังพยากรณ์ไปแล้ว หันมาฟังหมอดูฮาร์ดคอร์ “โสรัจจะ นวลอยู่” ขึ้นชื่อฟันตรง ฟันแรง ตรงเผงมาหลายเรื่อง อดีตไม่รู้ลืมล่าสุดในปี 53 เหตุการณ์เลือดนองแผ่นดินไทย ห้างร้านถูกปิด ถูกเผาจลาจลกลางเมือง เครื่องบินทั่วโลกตกทั้งปี
“โสรัจจะ” ออกตัวล่วงหน้าเลยว่า ตนเป็นคนทำนายค่อนข้างร้ายแรง แต่ไม่อยากให้เชื่องมงายจนเกิดเหตุ เพราะวิชาโหราศาสตร์ เป็นเพียงทฤษฎีที่กำหนดขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักในการให้คำพยากรณ์ ซึ่งการพยากรณ์คือการคาดคะเน อาจเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ เหมือนเป็นการเตือนล่วงหน้าให้มีการระมัดระวังไว้
ปีเถาะปีนี้ “โสรัจจะ” จับยามสามตาทำนายผ่านดวงดาว พระเสาร์จะสถิตราศีกันย์ถึงวันที่ 7 ธ.ค. 54 ก็ย้ายเข้าทับราศีตุล พระราหูย้ายเข้าสู่ราศีพิจิก ภพมรณะกับลัคนาเมืองในวันที่ 24 พ.ค. 54 ดาวอังคาร ดาวเลือด เข้าสู่ราศีมีนในวันที่ 25 มี.ค. เป็นวินาศกับเมือง 4 พ.ค. ดาวพฤหัสบดี ดาวแห่งความดี ฝ่ายธรรมะเดินเข่าสู่ราศีเมษ การโคจรดวงดาวปีนี้ เป็นสิ่งวิปริตผิดอาเพศมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่าง ใหญ่หลวง
ดาวสีเลือดได้รับแสงจากดาวมฤตยูในช่วงเดือน มี.ค. เป็นดาวปฏิวัตินองเลือด ย่อมเกิดสภาพการเดือดพล่านไม่สงบ อาจเกิดภัยธรรมชาติสุดหฤโหดไปทั่วโลก ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เศรษฐกิจภายในประเทศ และเศรษฐกิจทั่วโลกจะสาหัสกว่าปีก่อน เพราะดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นดาวที่บ่งชี้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ยังอยู่ในภพวินาศ ประชาชนจะเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ธนาคารแต่ละแห่งเกิดความแตกแยกอย่างหนัก ตลาดหุ้นถูกกระทบอย่างหนัก ร่วงหล่นตลอดทั้งปี
สำหรับภาวะเศรษฐกิจรายเดือน มีเหตุการณ์เด่น ๆ ให้ตั้งรับมือกันให้ดี เริ่มตั้งแต่ เดือน ม.ค. เป็นระยะที่ดาวบาปเคราะห์ทำมุมจตุโกณ บ่งถึงเป็นเดือนอันตราย ธุรกิจจะสับสน เกิดภาวะเงินฝืดเคือง โรงงานทั้งเล็กใหญ่ มีปิดตัว ปัญหาคนว่างงานมีไปทั่ว หุ้นตก และมีการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร สถาบันการเงินยังซวนเซ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ค่าเงินดอลลาร์ในตลาดโลก ยังตกต่ำฮวบฮาบเกิดความวุ่นวายในประเทศ
เดือน ก.พ. จะมีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ อาจมีการปรับ ครม. ระวังการก่อวินาศกรรม ภาวะเศรษฐกิจยังตกต่ำ หุ้นยังตกต่อเนื่อง ชาวนากรรมกร มีหนี้สินเป็นจำนวนมาก จะประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำมันเชื้อเพลิงจะขาดแคลนไปทั่วโลก ปลายเดือนปัญหาชายแดนไทย-เขมร ยังเกิดปัญหากระทบกระทั่งรุนแรง
เดือน มี.ค. ยังมีอุบัติเหตุหมู่ เกิดแผ่นดินไหวสุดหฤโหดเท่าที่เกิดขึ้นในไทย เศรษฐกิจถดถ้อย เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ ตลาดหุ้นไทยยังอับเฉา เครื่องบินโดยสารตกที่นิวซีแลนด์ เดือน เม.ย. ผลจากการโคจรของดวงดาวในภาวะวิสมคติกาล บ่งชี้ว่า บ้านเมืองยังอยู่ในภาวะวิกฤติ มีความแตกแยกสามัคคี นายกรัฐมนตรีจะถูกทำร้าย โรงแรมชั้นหนึ่ง หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เกิดไฟไหม้ เป็นโรงแรมนรก ตลาดหุ้นยังคับขัน ภาวะการเงินยังตึงตัว จะเสียเปรียบการค้ากับต่างประเทศ
เดือน พ.ค. เป็นอีกเดือนที่หฤโหด หุ้นจะตกอย่างรุนแรงการเมืองเต็มไปด้วยความผันผวน ข้าวยากหมากแพง โรงงานผลิตสินค้าจำหน่ายในประเทศ จะประสบปัญหาเรื่องการตลาด ลดจำนวนคนงานลง ความไม่กลมเกลียวในปะเทศ เป็นหนทางสู่การปฏิวัติรัฐประหาร อาจเริ่มต้นรบราฆ่าฟันกัน กลางเดือนธนาคารวิกฤติหนัก มีอัคคีภัยร้ายแรงหลายภาคในประเทศ เกิดสถานการณ์ทางภาคเหนือรุนแรง เกิดเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มชายฝั่งอันดามัน จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง สตูล
เดือน มิ.ย. ภาคใต้จะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไทย เศรษฐกิจยังคงตกต่ำ จีนจะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ประกาศลดค่าเงินหยวนครั้งใหญ่ เศรษฐกิจทั่วโลกวุ่นวาย เดือน ก.ค. อากาศร้อนจัดสูงสุดในกรุงเทพฯ ผู้คนจะร้องจ๊ากสินค้าทุกประเภทขึ้นราคา โดยสถานการณ์ของโลกกำลังตกอยู่ในสภาพวิปริต เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ประชากรชาวโลกเดือดร้อน
เดือน ส.ค. ต้นเดือนจะเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทย จะเกิดขึ้นทางภาคเหนือ เชียงใหม่ ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ หุ้นตกแบบท้องร่วง ปลายเดือนมีเครื่องบินขนาดใหญ่ตกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดือน ก.ย. เป็นเดือนอันตรายที่จะเกิดภัยธรรมชาติ เครื่องบินในประเทศจะตก ด้านเศรษฐกิจ ผู้นำรัฐบาลจะต้องเผชิญกับปัญหาทุกข์เข็ญ เศรษฐกิจตกต่ำ หุ้นตกแบบท้องร่วง ประชาชนเกิดภาวะเงินฝืด สินค้า ราคาถีบตัว เดือน ต.ค. เศรษฐกิจยังถดถอย เงินฝืดเคือง การเมืองอาจมีการปรับ ครม. บุคคลในเครื่องแบบ จะมีบทบาท ขึ้น อาจมีน้ำท่วมกรุงเทพฯ จีนเกิดวิกฤติ เศรษฐกิจตกต่ำจากปีก่อน
เดือน พ.ย. ไข้หวัดนกกลับมากลายพันธุ์ รัฐบาลจะต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญกับหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ก่อหวอดขึ้น รัฐบาลประกาศขึ้นภาษี ปลายเดือนจะเกิดแผ่นดินทรุด
เดือน ธ.ค. หุ้นไทยตกต่ำ เศรษฐกิจในประเทศยังผันผวน สหรัฐอเมริกา ดวงจะตกต่ำ ไม่ค่อยมีอะไรดีขึ้น ด้วยสหรัฐกำลังเสื่อมถอยลงทุกวัน จะเสียดุลการค้า ต้องปล่อยให้ค่าเงินดอลลาร์ตกต่ำ เป็นผลเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างรุนแรง
“โสรัจจะ” ตบท้ายภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปีเถาะปีนี้ ยังคงโงหัวไม่ขึ้น ลากยาวมาจากปี 2553 แต่ไทยโชคดีที่มีพระสยามเทวาธิราช คอยปกปักรักษา ทุกอย่างจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้ ภายหลังมรสุมผ่านไป จะผ่านพ้นไปได้ทุกที และจะกลับมาตั้งหลักได้ในปี 2556-2557 จะรุ่งเรืองถึงขีดสุดมากกว่าครั้งอดีต โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และจะเจอแร่ทองคำ และน้ำมันเยอะมาก จนหลาย ๆ ประเทศจะพากันอิจฉาไทย
สุดท้ายนี้ ขอย้ำว่า การพยากรณ์ตามหลักโหราศาสตร์ เป็นการคาดคะเนอาจเกิดขึ้นจริง หรือไม่จริงก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าหลงเชื่องมงายจนเกินเหตุ ในทางกลับกันการทำนายทายทักล่วงหน้า ก็เพื่อให้ทุกคนเดินหน้าอย่างระมัดระวัง ที่สำคัญต้องตั้งสติรับมือแก้ปัญหาให้ดี ขอให้ปีเถาะครั้งนี้ เป็นปีร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุขสำหรับคนไทยทุกคน.
วิธีเสริมพลังฮวงจุ้ยรับโชค-การงาน-ความรัก ประจำปี 54
อ.มาศ ได้แนะนำวิธีการปรับแก้ หรือเสริมฮวงจุ้ย ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน หรือในห้องนอน โดยเริ่มต้นวิธีง่าย ๆ ให้ยืนจุดกึ่งกลางบ้าน หันหน้าไปทางหน้าบ้าน จากนั้นให้ถือเข็มทิศ ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อดูว่า ทิศทางใดคือทิศเหนือ และให้หมุนทิศเหนือ ของวงกลม สูตรสำเร็จทิศดี-ร้ายประจำปี 54 ซึ่งตรงกับดาว โดยแผ่นวงกลมจะแบ่งห้องเป็น 8 ทิศ จะทำให้เรารู้ว่า จะต้องเสริมพลังตามทิศต่าง ๆ อย่างไร ซึ่งสามารถเสริมพลังทิศต่าง ๆ ได้หลายทิศ ตามความต้องการของเรา โดยไม่จำเป็นต้องเสริมทิศใดทิศหนึ่งเท่านั้น หากบ้านเราหรือสำนักงานเรามีหลายห้อง ก็ให้เสริมพลังห้องที่เราใช้บ่อยที่สุด ซึ่งครั้งนี้ จะนำการเสริมทิศต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ
เริ่มตั้งแต่
ดาว 1 เป็นพลังของความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะธุรกิจระหว่างประเทศ ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาชีพการเดินทาง ท่องเที่ยว การติดต่อสื่อสาร เปิดผับ บาร์ โดยปีนี้อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งดาว 1 มีคุณสมบัติของธาตุน้ำ การกระตุ้นพลังทำได้โดยการตั้งน้ำพุ น้ำตก ตู้ปลา หรือแก้วเจียระไน หรือถ้าเป็นภายนอกบ้าน ให้ใช้แขวนกระดิ่งโลหะเสริมพลังในทิศนี้ จะช่วยเพิ่มรายรับทางการเงิน
ดาว 4 เป็นพลังของการช่วยเสริม เสน่ห์ หรือความรัก การเรียน งานชื่อเสียง ความคิดสร้างสรรค์ ปีนี้อยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดีสำหรับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความสุนทรีทางอารมณ์ ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ งานประชาสัมพันธ์ คนที่เป็นโสดอยู่จะได้พบคนที่ถูกใจ ถ้าต้องการเสริมเสน่ห์หรือเสริมความรัก ให้ตั้งแจกันที่ใส่ดอกไม้สดที่แช่น้ำ ทางทิศนี้ของห้องนอน หรือทิศนี้ของบ้าน
ดาว 5 เป็นพลังของความวิบัติ เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ซึ่งปีนี้อยู่ในทิศตะวันออก ซึ่งหน้าบ้าน หรือที่ทำงานใครอยู่ทิศนี้ ให้สลายพลังร้าย โดยใช้พลังธาตุทอง หรือโลหะ เช่น การแขวนกระดิ่งลมโลหะ ที่เมื่อโดนลมแล้วมีเสียงใส ๆ ของโลหะกระจายออกมา แต่ควรมีจำนวนท่อโลหะ ไม่ควรมีจำนวนเท่ากับ 5 แต่ถ้าเป็น 6 หรือ 8 จะดีที่สุด หรือโลหะวาว ตั้งสะท้อนไว้ และที่สำคัญห้ามขุด เจาะ เคาะในทิศนี้เด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นพลังจะแตก แต่ถ้าหากจำเป็นจริง ๆ ต้องดูฤกษ์ดูยาม
ดาว 6 เป็นพลังเสริมอำนาจ ตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งทางการเมือง ราชการ การปกครอง ผู้นำองค์กร ปีนี้อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ ให้กระตุ้นพลังโดยใช้พัดลมทองเหลือง หรือให้ตั้งช้างโลหะ นาฬิกาลูกตุ้ม แมวกวักสีโลหะ แบบที่แกว่งได้ในบ้านทิศนี้ เพื่อรับความช่วยเหลือจากอุปถัมภ์ และการยอมรับจากเจ้านายให้มั่นใจในเส้นทางการงานราบรื่น
ดาว 8 เป็นพลังแห่งโชคลาภ เงินทอง และโอกาสทางธุรกิจ โดยปีนี้อยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การกระตุ้นพลังของดาวนี้ ให้ใช้พลังธาตุไฟมาเสริม ให้ตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดง หรือสีชมพูให้ดูโดดเด่น ในทิศนี้ของบ้านหรือที่ทำงาน และถ้าจะกระตุ้นโชคลาภ รับโชค ให้หมั่นขยับเขยื้อนเคลื่อนย้าย ตกแต่ง เคาะ ตอก เจาะ
ดาว 9 เป็นพลังของชื่อเสียง ความโดดเด่น ความสวยงาม ความร้อนแรง โดยเฉพาะอาชีพที่ใช้ชื่อเสียงภาพลักษณ์ โดยเฉพาะดารา รวมทั้งอาชีพที่เกี่ยวกับด้านวิชาการ ปีนี้อยู่ในทิศตะวันตก ซึ่งปีนี้มีทั้งดี และร้าย ข้อควรระวังห้ามตอก เจาะ กระทบ ทิศนี้แบบไม่ดูฤกษ์ จะส่งผลร้ายแบบไม่คาดคิด ให้เสริมพลังทิศนี้ โดยให้ตั้งต้นไม้ที่ดูสวยงาม ทรงสูง ๆ ใบเรียวแหลม สีสันสดใส ถ้ามีสีชมพู แดง ยิ่งดี หรืออาจตั้งโคมไฟสีแดงได้เช่นกัน.
โดย : จิตวดี เพ็งมาก @เดลินิวส์
สหรัฐเตรียมอ่วมวิกฤต ระบุปีหน้าหลายเมืองจ่อประกาศภาวะล้มละลาย นิวยอร์ก,แอลเอ เข้าคิวแถวหน้า
หน่วยงาน"Business Insider"ได้ออกรายงานระบุว่า ในปีหน้า ประเมินว่าจะมีเมืองเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 16 เมือง จะต้องประกาศภาวะล้มละลาย หากเมืองเหล่านี้ ยังไม่สามารถเพิ่มรายได้ และตัดงบประมาณการใช้จ่ายอย่างสูงของตัวเองได้ โดยเมืองเหล่านี้ประกอบด้วยนิวยอร์ก เมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐ,ลอส แองเจลิส ซานฟรานซิสโก วอชิงตัน ซานโจเซ่
รายงานระบุว่า สำหรับเมืองนิวยอร์ก ปัจจุบันมีงบขาดดุล 2 พันล้านดอลลาร์ จากปีงบประมาณ 2010 ซึ่งมีจำนวน 63,100 ล้านดอลลาร์ และที่ผ่านมาเมืองได้พูดถึงการปลดงานในหน่วยงานทุกหน่วย รวมทั้งแผนปลดหน่วยงานดับเพลิง 20 ปี,ลดบริการระดับผู้สูง ห้องสมุด และศูนย์วัฒนธรรม
ส่วนเมืองลอสแองเจลิส เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณ 438 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณจำนวน 6,700 ล้านดอลลาร์จากปีงบประมาณ 2011
ส่วนเมืองซานฟรานซิสโก เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณ 380 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณจำนวน 6,550 ล้านดอลลาร์ 2011,เมืองวอชิงตัน มีตัวเลขขาดดุลงบประมาณ 688 ล้านดอลลาร์ จากปี งบประมาณจำนวนปี 2011
และเมืองซาน โจเซ่ ซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจไอทีของรัฐแคลิฟอร์เนีย เผชิญตัวเลขขาดดุลงบประมาณ 90 ล้านดอลลาร์ จากปีงบประมาณจำนวน 2,700 ล้านดอลลาร์ ของ 2010
ที่มา : มติชน
รายงานระบุว่า สำหรับเมืองนิวยอร์ก ปัจจุบันมีงบขาดดุล 2 พันล้านดอลลาร์ จากปีงบประมาณ 2010 ซึ่งมีจำนวน 63,100 ล้านดอลลาร์ และที่ผ่านมาเมืองได้พูดถึงการปลดงานในหน่วยงานทุกหน่วย รวมทั้งแผนปลดหน่วยงานดับเพลิง 20 ปี,ลดบริการระดับผู้สูง ห้องสมุด และศูนย์วัฒนธรรม
ส่วนเมืองลอสแองเจลิส เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณ 438 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณจำนวน 6,700 ล้านดอลลาร์จากปีงบประมาณ 2011
ส่วนเมืองซานฟรานซิสโก เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณ 380 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณจำนวน 6,550 ล้านดอลลาร์ 2011,เมืองวอชิงตัน มีตัวเลขขาดดุลงบประมาณ 688 ล้านดอลลาร์ จากปี งบประมาณจำนวนปี 2011
และเมืองซาน โจเซ่ ซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจไอทีของรัฐแคลิฟอร์เนีย เผชิญตัวเลขขาดดุลงบประมาณ 90 ล้านดอลลาร์ จากปีงบประมาณจำนวน 2,700 ล้านดอลลาร์ ของ 2010
ที่มา : มติชน
แห่ร่วมฉลองเคาท์ดาวคึกคัก
เคาท์ดาวน์คึกคักประชาชนนักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานนับแสนคน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในหลายพื้นที่ โดยเริ่มที่ลานคนเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่าง ประเทศ รวมทั้งประชาชนในกรุงเทพ ได้ทยอยเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่หัวค่ำ โดยกทม.ได้จัดให้มีซุ้มอาหารที่มีชื่อเสียงและเอร็ดอร่อยไว้โดยรอบลานคน เมือง นอกจากนี้ยังมีเวทีเล็กๆ ซึ่งเป็นที่สถานที่จัดงานต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมชม และเวลา 24.00 น.ทางกทม.จะจุดพลุ 2554 ดอก เพื่อเป็นการเปิดศักราชใหม่ในปี 2554
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในหลายพื้นที่ โดยเริ่มที่ลานคนเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่าง ประเทศ รวมทั้งประชาชนในกรุงเทพ ได้ทยอยเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่หัวค่ำ โดยกทม.ได้จัดให้มีซุ้มอาหารที่มีชื่อเสียงและเอร็ดอร่อยไว้โดยรอบลานคน เมือง นอกจากนี้ยังมีเวทีเล็กๆ ซึ่งเป็นที่สถานที่จัดงานต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมชม และเวลา 24.00 น.ทางกทม.จะจุดพลุ 2554 ดอก เพื่อเป็นการเปิดศักราชใหม่ในปี 2554
In Pics: ต้อนรับปี 2011 กับซีกโลกตะวันออก
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับปี 2010 ประเทศต่างๆ ทางฝั่งตะวันออกก็ทยอยเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่กันถ้วนทั่ว ไล่เรียงตั้งแต่ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ รวมทั้งอีกหลายๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ออสเตรเลีย - พลุไฟตระการตาเหนือสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ในวันที่ 1 มกราคม 2011 นับเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้เฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปร่วมชม และสนุกสนานกับปาร์ตี ทั้งนี้ งานปีใหม่อาจช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ของชาวออสเตรเลียได้เพียงชั่วคราว เนื่องจากพื้นที่ในรัฐควีนส์แลนด์กำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้
ออสเตรเลีย - พลุไฟตระการตาเหนือสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ในวันที่ 1 มกราคม 2011 นับเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้เฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปร่วมชม และสนุกสนานกับปาร์ตี ทั้งนี้ งานปีใหม่อาจช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ของชาวออสเตรเลียได้เพียงชั่วคราว เนื่องจากพื้นที่ในรัฐควีนส์แลนด์กำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



