หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เกาะติดน้ำท่วม

อัพเดตสถานการณ์น้ำท่วม  3 ตุลาคม 54
News Mthai

17.05 น. กรมอุตุฯ : ขณะนี้พายุโซนร้อนนาลแกอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีนแล้ว และคาดว่ากำลังจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม จะ ส่งอิทธิพลให้เกิดฝนตกหนักในประเทศไทยตั้งแต่เย็นวันนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวัน ที่ 8 ตุลาคม ในเขตภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือตอนล่าง เช่นที่จังหวัดสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน
16.50 น. อยุธยา : น้ำท่วมหลากตามทุ่งนาในเขต อ.มหาราช ได้บ่าข้ามทุ่งในในเขต ต.บ้านขล้อ อ.บางปะหัน สูงกว่า 3 ม.
- ยังมีน้ำหลากจากแม่น้ำป่าสักมาทางต.บางพระครู น้ำท่วมจากแม่น้ำลพบุรีมาจาก ต.ทางกลาง อ.บางปะหัน และจากคลองบางพระครู ที่เชื่อมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรี ไหลมาจ่อล้อมนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครทุกด้าน ส่งผลให้สาวโรงงานที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ต้องขนข้าวของหนีน้ำท่วมสูงกว่า 1 ม. ออกมาที่ถนนใหญ่

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ม้ากรำฝนชมวิวเทือกเขา "หิมาลัย"

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคนไทยมักนิยมไปเที่ยวแคว้นจัมมูแคชเมียร์ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียในช่วงที่มีหิมะปกคลุมเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งอยู่ในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน แต่ด้วยความที่สายการบินโลว์คอร์สน้องใหม่ของอินเดีย "อินดีโก" (IndiGo) เพิ่งมาเปิดเส้นทางบินในประเทศไทยเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เหล่านักข่าวไทย 5 ชีวิตเลยได้รับการเชื้อเชิญให้ไปเยือนแคชเมียร์ โดยนั่งเครื่องของอินดีโก ส่วนนิสโก้แทรเวลรับหน้าที่คอยดูแลทั้งหมด


ว่าไปแล้วการมาแคชเมียร์ในช่วงฤดูมรสุมที่ไม่มีหิมะให้เห็น ให้ได้จับต้อง
แต่มีฝนตกโปรยปรายเข้ามาแทนที่ก็เป็นความสวยงามไปอีกแบบ อย่างไรก็ตามถ้าให้เลือกเชื่อว่าคนไทยร้อยทั้งร้อยย่อมจะเลือกแคชเมียร์ในยามที่หิมะปกคลุมเมืองท่องเที่ยวเลื่องชื่อทั้งกุลมาร์ค โซนามาร์คและพาฮาลแกม มากกว่า ก็แหม…บ้านเราเป็นเมืองร้อนไม่มีหิมะนี่นา ไหนๆ เสียเงินไปแล้วก็ต้องให้คุ้มค่าที่สุด ขอถ่ายรูปกับภูเขาหิมะ ได้มีโอกาสสัมผัสหิมะสักหน่อยก็ยังดี…. จริงมั้ย

"ตำรวจ-ทหาร"คุมทั้งในและนอกเมือง
ทั้งนี้โปรแกรมท่องเที่ยวแคชเมียร์นั้นมีสูตรที่เหมือนกันแทบทุกบริษัททัวร์คือ การไปนอนบ้านเรือ(Boat House)ในทะเลสาบดาลหรือนาร์กิ้น ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไปไม่ถึงแคชเมียร์ แล้วก็ต้องไปกุลมาร์ค (Gulmarg) โซนามาร์คและพาฮาลแกม ซึ่งแต่ละแห่งจะมีกิจกรรมแตกต่างกันไป แต่กว่าจะไปถึงจุดหมายนั้นต้องนั่งรถนานเป็นชั่วโมงๆ ขึ้นอยู่กับว่าฝนตกถนนลื่นหรือไม่ จราจรติดขัดหรือเปล่า ผ่านจุดตรวจทหาร-ตำรวจ กี่จุด หรือจะผ่านขบวนฝูงแกะ ฝูงแพะ หรือฝูงควายมากน้อยแค่ไหน ดีแต่ว่าบ้านเมืองเขาแตกต่างจากบ้านเราค่อนข้างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ บ้านเรือน หรือวิถีชีวิตผู้คน เลยไม่เบื่อเวลานั่งรถนาน ซึ่งถ้าไปไม่กี่คนอาจจะใช้รถจี๊ป ถ้าไปกันสัก 5-7 คน จะใช้รถโตโยต้ารุ่นอินโนวา

สาวๆอินเดียแต่งตัวสวยไปเที่ยวกุลมาร์ค

นานๆจะเจอฝูงควายแบบนี้สักครั้ง

บางพื้นที่บางจุดในเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านยังเห็นทหารถือปืน และยังมีรถทหารตระเวนไปมา ทำเอานักท่องเที่ยวไทยเป็นงงและตั้งคำถามกันว่า….ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับปากีสถานที่มีชายแดนติดกันสงบแน่หรือ

วันที่ลูกทัวร์ของนิสโก้แทรเวลไปยังกุลมาร์คซึ่งห่างจากเมืองศรีนาคาร์ไปเกือบ60 กิโลนั้น เราแวะพักเข้าปั๊มกลางทาง ด้านข้างเป็นทุ่งนาเหลืองอร่ามและมีเพิงเล็กๆจำนวนมาก พอเด็กๆตัวดำๆหน้าตามอมแมมทั้งหญิงและชายเห็นรถนักท่องเที่ยวมาก็เข้ามาขอโน้นขอนี่ ก่อนกลับหลายคนเลยหยิบขนมไปแจกตามสไตล์คนไทยที่ขี้สงสาร

เด็กพวกนี้ติดตามพ่อแม่มาจากแคว้นราชาสถาน เป็นพวกคนจนที่มารับจ้างทำนาทำไรที่แคชเมียร์ แต่พอหน้าหนาวพวกนี้ก็จะอพยพกลับ เป็นการมาขายแรงงานนั่นเอง


แวะเที่ยวสวนแอปเปิ้ล

บ้านยิปซีที่กุลมาร์ค

กุลมาร์คในหน้าร้อนกับหน้าหนาวบรรยากาศแตกต่างกันเยอะมาก ถ้าเป็นหน้าร้อนบริเวณที่เราไปจะเขาทำเป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่อยู่สูงที่สุดในโลก โดยสูง 2,730 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทัวร์ทุกแห่งจะพานักท่องเที่ยวขึ้นกระเช้าลอยฟ้า เคเบิลคาร์หรือที่นั่นรียกว่ากอนโดลา ซึ่งมีทั้งเฟส1 และ 2 แต่ส่วนใหญ่ถ้าไปตอนหน้าหนาวที่มีหิมะแค่ขึ้นเฟส1 ก็เจอแล้ว ตรงนั้นทางทัวร์จะให้เวลานานเป็นชั่วโมงสามารถถ่ายรูปได้อย่างจุใจ แต่ขอบอกไปตอนเดือนกันยายนที่ไม่มีหิมะ ดูภูเขาสูงที่นี่ยังไงก็สวยสู้ตอนมีหิมะปกคลุมไม่ได้

จากจุดจอดรถเพื่อไปยังเคเบิ้ลคาร์นั้นไกลเป็นกิโล ทำเอาพวกผู้สูงอายุบ่นกันเป็นแถวเพราะไม่นึกว่าจะต้องเดินจนเมื่อยขนาดนี้ แถมเป็นทางขึ้นเขาด้วย บางคนถึงกับออกปากว่ารู้แบบนี้ยอมเสียเงินขี่ม้าดีกว่า

อย่างไรก็ตามโชคดีอย่างหนึ่งของการมาเที่ยงกุลมาร์คตอนนี้คือ นักท่องเที่ยวบางตา ฉะนั้นการรอคิวเพื่อจะขึ้นเคเบิลคาร์จึงไม่นานนัก ระหว่างที่นั่งในเคเบิลคาร์ใช้เวลา10 กว่านาทีเห็นจะได้ บางช่วงจะเห็นหมู่บ้านยิปซีอยู่ข้างล่างกำลังเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ คนพวกนี้จะอพยพไปอยู่ที่เมืองจัมมูในช่วงฤดูหนาว และจะกลับมาอยู่อาศัยที่นี่เฉพาะในช่วงฤดูร้อน

สวนแอปเปิ้ลของ”คุณนาซีร์ อาหมัด ปาลา”
ขากลับจากกุลมาร์คไปยังเมืองศรีนาคาร์ “คุณมินท์มันตา พานทอง” เจ้าของนิสโก้ฯจัดให้คณะทัวร์แวะสวนแอปเปิ้ลของ”คุณนาซีร์ อาหมัด ปาลา” อายุ 28 ปี สวนแห่งนี้มีพื้นที่เกือบ 8 เอเคอร์(1เอเคอร์เท่ากับ 2ไร่ครึ่ง) ปลูกทั้งแอปเปิ้ล สเตรอเบอรี่ และลูกแพร์ ซึ่งตามเส้นทางนี้มีหลายสวนเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตร โดยเก็บค่าเข้าสวนคนละ 10 รูปีคิดเป็นเงินไทยตก 7 บาท ถือว่าไม่แพงเลย แต่ถ้าใครอยากเด็ดแอปเปิ้ลจากต้นมารับประทานเสียลูกละ 50 รูปี ปรากฎว่ามีนักท่องเที่ยวยอมควักกระเป๋าจ่ายกันเยอะ เพราะคิดว่าไหนๆก็มาแหล่งปลูกแอปเปิ้ลที่อร่อยที่สุดในอินเดียแล้วต้องลองชิมจากต้นเสียหน่อย พร้อมกับถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเก็บไว้เป็นหลักฐานอวดใครต่อใคร แต่สำหรับทัวร์ไทยกลุ่มนี้ที่อายุเลยเลข4 -6 ไปแล้วไม่มีใครใช้บริการนี้เลย

เหยียบถิ่นปลูกหญ้าฝรั่น
วันรุ่งขึ้นมีโปรแกรมไปพาฮาลแกม (Pahalgam) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองศรีนาคาร์ ไปทางทิศตะวันออกเกือบร้อยกิโล ที่นี่เป็นแหล่งปิกนิกยอดนิยมของชาวแคชเมียร์และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ซึ่งล้วนประทับใจกับทิวทัศน์สวยงามของเทือกเขาหิมาลัยที่ยามนี้มองไปไกลๆจะเห็นเป็นสีฟ้าคราม ถ้าอยู่ใกล้ก็จะเห็นเป็นภูเขาเขียวขจี บางช่วงสายน้ำที่เกิดจากหิมะละลายไหลผ่าน เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

มุมหนึ่งที่พาฮาลแกม

ก่อนจะไปถึงยังจุดหมาย ทางนิสโก้ฯจัดให้ลูกทัวร์ไปดูแหล่งปลูกหญ้าฝรั่น ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มองไปไกลสูดลูกหูลูกตา ตอนที่ไปนั้นเกษตรกรกำลังนำเมล็ดเพาะในดิน บางคนยังขอมาปลูกในเมืองไทย

ดอกหญ้าฝรั่นสีม่วงสดสวย
แม้พวกเราจะไม่ได้เห็นต้นหญ้าฝรั่นที่แพงแสนแพงเท่ากับราคาทองคำ(1 กรัมขาย 200รูปี) แต่ก็มีโอกาสแวะร้านขายที่มีรูปต้นและดอกโชว์ไว้ เป็นดอกสีม่วงสดสวยมาก ที่แพงเพราะต้นหนึ่งเขานำเกสรสีแดงสดของมันที่มีต้นหนึ่งแค่3 เส้นมาอบแห้ง สามารถทานเป็นพวกชาหรือผสมกับอาหาร บ้างก็ผสมกับเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ซึ่งหญ้าเฝรั่นนี้มีสรรพคุณที่ทำให้สมองดี ผิวพรรณดี และแม้จะแพงอย่างไรแต่ลูกทัวร์ของนิสโก้ฯก็ซื้อกันมาด้วยความเชื่อที่ว่าสมุนไพรอินเดียชนิดนี้คงจะดีจริงดังว่า บางคนซื้อไปฝากญาติผู้ใหญ่ แต่บางคนไม่กล้าซื้อเพราะราคาแพงแสนแพงนั่นเอง อีกทั้งยังมองว่าเหมือนดอกคำฝอยบ้านเรา ฉะนั้นกลับไปกินดอกคำฝอยสมุนไพรของเมืองเหนือดีกว่า ไม่แพงด้วย

ดอกหญ้าฝรั่น

นักท่องเที่ยวทั้งอินเดียและต่างชาตินั้น หากไปพาฮาลแกม จะมีกิจกรรมให้ทำให้ดูหลายอย่าง อย่างเช่น การตกปลาเทราต์ และขี่ม้าชมวิว นอกจากนี้ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมของทุกปี จีผู้แสวงบุญชาวฮินดูจำนวนมากจะมาประกอบพิธีกรรมยาตราเพื่อไปสักการะถ้ำอัมรนาถอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถือเป็นที่ประทับของพระศิวะ เทศกาลนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม Amarnath Yatra

รีสอร์ทเต็มเมือง
สำหรับคณะของเราทุกคนสมัครใจขี้ม้าชมวิวทิวทัศน์แม้ฝนจะต้องโปรยปรายถึงขั้นต้องหยิบร่มและใส่เสื้อกันฝนกันก็ตาม ระหว่างทางจะเห็นต้นวอลนัต เห็นป้ายรีสอร์ทน้อยใหญ่เต็มไปหมดสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมจริงๆ

ต้องบอกว่าวิวที่นี่สวยคนละแบบกับกุลมาร์ค ทั้งยังได้ผ่านเข้าไปในชุมชนที่ดูแล้วน่าอยู่มาก เพราะมีแม่น้ำลำธารไหลผ่าน เมื่อถึงจุดแวะลองเอามือลงไปจุ่มปรากฏว่าน้ำเย็นมาก นักข่าวบางคนอุตส่าห์นำขวดพลาสติกไปเก็บน้ำนี้กลับเมืองไทย ไม่รู้จะไปอวดเพื่อนฝูงหรือจะนำไปทำน้ำมนต์หรือเปล่า

สวนคุณลุงHAJIAB AZIZ KHANDAY

ขากลับก็ได้ไปสวนแอปเปิ้ลอีกสวน เป็นของคุณ ลุง HAJIAB AZIZ KHANDAY อายุ 65ปี และลูกชายIMTIYGZ AHMAD KHANDAY อยู่ที่หมู่บ้าน HUGAM ซึ่งไม่ต้องเสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด คุณลุงปลูกมาเป็นรุ่นทึ่7 แล้ว ตอนนี้มีลูกชายและลูกสะใภ้ช่วยกันดูแล ไม่ได้จ้างแรงงานเพิ่ม แกบอกปลูกแอปเปิ้ลยังไงๆก็ต้องใช้สารเคมีไม่อย่างนั้นถูกแมลงกินเสียหายและลูกจะเล็กไม่ได้ขนาด แต่ก่อนจะเก็บผล 1 เดือนนั้น แกจะเลิกฉีด ช่วงที่ไปนั้นแกเพิ่งเด็ดมากองกำลังจะบรรจุใส่กล่องไปขาย โดยขายกิโลละ 50 รูปี ถ้าขายเป็นลูกๆละ 10 รูปี

ลูกทัวร์ต่างสนุกสนานกันไปใหญ่เพราะสองข้างทางเป็นสวนแอปเปิ้ลทั้งนั้น เลยถ่ายรูปและซื้อแอปเปิ้ลกันอย่างจุใจ บางคนซื้อกลับกรุงเทพมาเป็นกล่อง แต่เกือบจะมาไม่ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเพราะน้ำหนักเกินไม่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้ ต้องหิ้วขึ้นบนเครื่องแทน

เลี้ยงผึ้งบนภูเขา
และแล้วอีกวันก็ถึงคิวไป "โซนามาร์ค" ซึ่งอยู่ห่างจากศรีนาคาถึง 90 กิโล เรียกว่านั่งรถหลายชั่วโมงเลย เพราะตามเส้นทางผ่านฝูงแกะฝูงแพะหลายขบวน และแถมฝนตกอีกต่างหาก โซนามาร์คนั้นได้ชื่อว่า เป็นประตูสู่เมืองลาดักห์ ในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายไหม ระหว่างทางจะพบป่าวอลนัทต้นขนาดใหญ่ปลูกเรียงรายมากมาย เห็นภูเขาสูงใหญ่ที่มีรูปร่างสวยงามแปลกตา ทัวร์บางคณะอาจจัดให้ขี่ม้า แต่พอดีคณะเราขี่ม้าไปแล้วที่พาฮาลแกม เลยใช้วิธีนั่งรถชมวิวและจอดถ่ายรูปเป็นจุดๆ ซึ่งถ้าเป็นหน้าหนาวจะเห็นวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนและมีลำธารน้ำแข็งที่ธรรมชาติเสกสรรปั้นแต่งอย่างลงตัว เหมือนภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น

มุมหนึ่งของโซนามาร์ค

เส้นทางขึ้นไปโซนามาร์คจะเจอฝูงแกะฝูงแพะบ่อย

กล่องเลี้ยงผึ้ง

ด้วยความที่รถนักข่าวขอแยกจากคณะทัวร์ตอนขากลับ พวกเราเลยมีเวลาเจาะถ่ายรูปสะดวกขึ้น ที่น่าตื่นเต้นก็คือ เจอบ้านที่เลี้ยงผึ้ง ซึ่งพวกเราเป็นงงกันมากไม่นึกว่าบนภูเขาสูงแบบนี้จะมีการเลี้ยงผึ้งแบบทำกล่องหั้นอยู่เสร็จสรรพ แต่ก็ไม่มีเวลาคุยอะไรกันมาก เพราะมัวแต่ถ่ายรูปอย่างเดียว เนื่องจากตัวสาวเจ้าของบ้านสวยมาก เจ้าหนุ่น้องชายก็หล่อ เลยจับโพสต์ท่าถ่ายรูปอยู่เป็นนาน จะคุยอะไรกันก็ไม่รู้เรื่องเพราะเธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยได้แค่ซื้อน้ำผึ้งมาหลายกระปุก เพราะคิดว่าน้ำผึ้งที่นี่น่าจะบริสุทธิ์จริงๆ เธอขายกระปุกละ 150 รูปี คิดง่ายๆก็100 บาท


หนุ่มๆต่างลงความเห็นว่าอนงค์นางนี้สวยสมเป็นสาวแคชเมียร์จริงๆ ผู้ประกาศข่าวกรมประชาสัมพันธ์หนุ่มโสดอย่าง”คุณจำรัส เซ็นนิล” ถึงกับพูดติดตลกว่าอยากสมัครขอเป็นคนเลี้ยงผึ้งบ้านนี้ แต่ก็ยังไม่วายสงสัยว่าสวยแบบนี้น่าจะมีเจ้าของแล้วแน่เลย

ขากลับลูกทัวร์นิสโก้ฯแฮปปี้กันสุดๆเพราะนอกจากทางทัวร์จะจอดรถให้ช็อปปิ้งระหว่างทางที่เป็นร้านขายพวกวอลนัต หญ้าฝรั่นและอัลมอนต์แล้ว ยังได้แวะตลาดซื้อของตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นทับทิมกิโลละ 150 รูปี หรือน้ำผึ้ง และผ้าพันคอที่สาวๆอยากได้

ผลไม้นานาชนิดที่ปลูกในแคชเมียร์

กลับมาถึงที่พัก ”บ้านเรือ” ที่จะได้นอนเป็นคืนสุดท้าย พวกเราต่างหมดแรง เพราะใช้พลังงานกันเต็มที่ พร้อมกับเงินในกระเป๋าที่หมดลงตามไปด้วย แต่บางคนลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะขอเก็บเงินอีกสักพักเพื่อจะมาเยือนแคชเมียร์ในยามหิมะโปรยปราย

ที่มา : มติชนออนไลน์

แทงโก้..ลาโบคา..และเอวิตา เปรอง

การเดินทางยังคงมีอานุภาพเหมือนยาบำรุงกำลังที่ทำให้หัวใจของนักท่องโลกกระชุ่มกระชวยได้เสมอ ยิ่งเป็นการเดินทางไกลนับหมื่นไมล์ไปสู่ประเทศอาร์เจนตินาแห่งอเมริกาใต้ ยิ่งเหมือนยาวิเศษที่ทำให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นเป็นทวีคูณ

พูดถึง "อาร์เจนตินา" ช่างเป็นประเทศที่น่าทึ่งจริงๆ มีภูมิประเทศที่หลากหลายมาก นอกจากจะมีเมืองที่มีวัฒนธรรมอันสวยงามอย่างบูเอโนสไอเรสแล้ว พอสแกนไปทั่วแผนที่ ยังพบว่า มีโซนที่เป็นทุ่งแล้งจนเกือบจะเป็นทะเลทรายและธารน้ำแข็งเชื่อมกับประเทศชิลี
มีเทือกเขาสูงกั้นประเทศโบลิเวีย มีน้ำตกอิกัวซูอันแสนอลังการเชื่อมกับชายแดนบราซิล และมีแม่น้ำยาวเหยียดกั้นพรมแดนประเทศอุรุกวัยเอาไว้ แต่ที่น่าสนใจคือ ทางใต้สุดของประเทศอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้มาก

จากบางกอกถึงบูเอโนสไอเรส เรียกว่าเป็นระยะบินที่ค่อนข้างมาราธอน เคยไปอเมริกาใต้ครั้งแรกได้สายการบินที่ต่อไฟลท์ไม่ดี รวมระยะบินและต่อเครื่องเกิน 40 ชั่วโมง กินอาหาร 8 มื้อบนเครื่องนั่นแหละจึงจะถึงที่หมาย เรียกว่านั่งกันจนเกือบเป็นริดสีดวงกันไปข้าง เที่ยวนี้เลือกสายการบินกาตาร์ (0-22592701-3) ที่ใช้เวลารอเปลี่ยนเครื่องแค่ 2 ชั่วโมง แถมบนเรือบินก็มีความสะดวกสบายและความเพลิดเพลินมากมายมาปรนเปรอผู้โดยสาร สิริรวมแล้วแค่ 20 กว่าชั่วโมง ก็เหาะเหินเดินอากาศไปถึงเมืองหลวงของอาร์เจนตินาอย่างไม่เหนื่อยเมื่อยล้าเหมือนเที่ยวก่อน เรียกว่าแทบจะเต้นแทงโก้ลงจากเรือบินได้แบบสบายๆ

พูดถึง แทงโก้ มาบูเอโนสไอเรสเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เต้นยับ เหยียบยับ ทำชาวบ้านเท้าระบมไปหลายคน แต่ถึงจะมากี่เที่ยว แทงโก้ยังคงเป็นอย่างแรกที่อยากกลับมาเห็น

กระโดดตัวปลิวขึ้นรถเมล์ไปหา ลา โบคา (La Boca) แทรกตัวเข้าไปนั่งริมหน้าต่างอย่างคนคิดถึงบูเอโนสไอเรส เลยอยากเห็นเมืองให้เต็มตา ลมอเมริกาใต้ตบตีใบหน้าอย่างไม่ปรานีปราศรัย แต่ก็ยังนั่งอมยิ้มเมื่อถึงคืนวันเก่าๆ ในเมืองนี้

ลา โบคา ไม่เคยเปลี่ยนไป ท่าเรือเก่าแห่งนี้ยังคงเนืองแน่นไปด้วยมนุษย์และเป็นที่สิงสถิตของชีวิตชีวา และคงเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร สมัยนี้อาจจะคลาคล่ำไปด้วยนักเดินทาง แต่สมัยก่อนเนืองแน่นไปด้วยพวกกลาสีและชาวประมงที่เดินเรือมาแวะพักแถวนี้

ถ้าเป็นชาวประมงแถวบ้านเรา แวะที่ไหนก็สร้างเพิงกระต๊อบ หรือขนำง่ายๆ อยู่ริมทะเล แต่สำหรับคนย่านนี้ ใช้วิธีสร้างบ้านโดยเอาพวกเศษไม้จากเรือ และเศษสังกะสีมาปะ แปะ ต่อกันให้เป็นบ้าน จากหลังสองหลังกลายเป็นชุมชน หรือจะเรียกว่าเป็นสลัมก็คงไม่ผิด ต่างก็ตรงสลัมที่นี่สีฉูดฉาดจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว จนแทบจะเป็นย่านที่ดึงดูดผู้คนและผลิตเงินให้บูเอโนสไอเรสมากที่สุดเลยก็ว่าได้

ทีแรกชาวสลัมก็ไม่ได้คิดจะทาสีบ้าน แต่มีสีเหลือจากการทาเรือก็เลยเอามาทาบ้าน มีสีละนิดละหน่อย ฟ้าบ้าง แดงบ้าง เขียวบ้าง เหลืองบ้าง ละเลงกันอย่างไม่ต้องมีทฤษฎีแม่สี หรือเรียนจบศิลปะมา ผลงานก็มาเป็นอย่างที่เห็น กลายเป็น สลัมสีลูกกวาด ไปซะงั้น

บรรยากาศตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนน ยังคงสุดหรรษาน่าทอดน่อง จัดว่าเป็นสลัมที่สุนทรีย์และโรแมนติกเข้าเส้นเลยทีเดียว ยิ่งเดินก็ยิ่งทึ่งกับบูเอโนสไอเรสที่ปั้นสลัมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตได้

วันนี้ ลา โบคา คือแหล่งให้ที่ให้ความสำราญกับนักท่องเที่ยว หากแต่ในอดีตที่นี่ก็คือแหล่งหาความสำราญบานใจของพวกลูกเรือประมง กลาสี นักเดินเรือ ที่มาเริงระบำสำราญ และสรวญเสเฮฮากับพวกหญิงขายบริการที่มาประกอบธุรกิจอยู่แถวนี้กันเป็นล่ำเป็นสัน และถ้าจะย้อนไปดูต้นกำเนิดของแทงโก้จริงๆ ก็จะพบว่า อยู่แถวลา โบคานี่แหละ

สำหรับชาวอาร์เจนตินา มีราชาแทงโก้ที่พวกเขายกย่องคือ คาร์ลอส การ์เดล นักดนตรีผู้ที่ทำให้แทงโก้สไตล์อาร์เจนตินาเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ เพราะเขาได้นำแทงโก้ไปเผยแพร่ทั่วทั้งอเมริกาใต้และยุโรป

ผละจากลา โบคา บ่ายหน้าไปหา เรโกเลตา (Recoleta) แถวนั้นเป็นเหมือนเมืองใหม่ที่บรรยากาศจะต่างจากแถวถนนมายอโดยสิ้นเชิง พวกนักท่องโลกที่อยากพักในโรงแรมทันสมัย จึงมักจะปักหลักกันแถวนี้ หรือใครอยากพักพวกบูทีคโฮเท็ลคลิกเข้าไปสำรวจในเว็บไซต์อโกด้าได้ (www.agoda.co.th) มีให้เลือกมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่ใช่เพราะอยากมาดื่มด่ำความทันสมัยของบูเอโนสไอเรส แต่เป็นเพราะละแวกนั้นมี สุสานประวัติศาสตร์ ทำให้ต้องดั้นด้นไปที่นั่น บนเนื้อที่ 25 ไร่แห่งนี้เคยเป็นสวนธรรมดา แต่เมื่อปี 1822 ถูกใช้พื้นที่สร้างเป็นสุสานสำหรับบุคคลชั้นนำของอาร์เจนตินา เช่น พวกบรรพบุรุษของตระกูลประธานาธิบดี กวี และคนมีชื่อเสียง แต่ต้นเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวแห่แหนเดินทางมาที่นี่ ก็เพื่อแวะชมสุสานของสตรีหมายเลข 1 ของอาร์เจนตินาอย่างเอวิตา เปรอง

ด้านในของสุสานแห่งนี้อาจจะมีร่างไร้วิญญาณกว่า 2,000 ร่างนอนสงบนิ่งอยู่ แต่ร้อยทั้งร้อยของนักท่องเที่ยวที่เดินเข้ามา เป็นต้องถามหาสุสานของเอวิตา ตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังสุสานของเอวิตา เราอาจจะพบกับสุสานที่วิจิตรอลังการของหลายๆ คน แต่แปลกดีที่สุสานของเธอกลับไม่โดดเด่นอลังการ เป็นเพียงสุสานธรรมดา แต่กลับถูกห้อมล้อมไว้ด้วยผู้คนจากทั่วโลก

บทจะต้องบอกลา บูเอโนสไอเรส ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้นึกอาวรณ์ สองครั้งวองคราที่ได้คลุกคลีกับเมืองนี้ สำหรับบางคนอาจจะอิ่มและเบื่อ แต่บอกได้เลยว่า เมืองเสน่ห์จัดจ้านอย่างบูเอโรสไอเรสจะกี่ทีกี่เที่ยวก็คงอาวรณ์กันไม่หาย เป็นแบบนั้นจริงๆ






โดย : กาญจนา หงษ์ทอง
กิน ดื่ม เที่ยว @คมชัดลึก

พายุที่มีอิทธิพลต่อประเทศไทย ปี 2554

ปีนี้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูหลายลูก ส่วนมากตกในภาคเหนือตอนบน ทำให้มีน้ำมากกว่าปีก่อน ๆ  เขื่อนหลาย ๆ เขื่อนตอนนี้ก็มีน้ำแทบเต็มเขื่อนกันทั้งสิ้น

พายุโซนร้อนไหหม่า
  • พายุไหหม่า พายุโซนร้อน อ่อนตัวเป็นดีเพรสชั่น
    • นกเต็น
    • ฟ้าหมุ่ย
    • ไห่ถาง
    • เนสาด
    • และที่กำลังจะเข้ามาก็นาลแก

    เกณฑ์การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนในแถบแปซิฟิกเหนือ

    ช่วงนี้บ้านเรามีน้ำท่วมจากการที่ฝนตกหนัก จากอิทธิพลของพายุที่เกิดขึ้นในปีนี้ ทั้งไหหม่า นกเตน หมุ่ยฟ้า ไห่ถาง เนสาด และที่กำลังจะมาก็นาลแก มาดูกันค่ะ ว่าการตั้งชื่อพายุ มีกฎเกณฑ์อย่างไร

    การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อน ตามหลักการ เดิมพายุเฮอร์ริเคนที่เกิดในแถบทะเลแคริบเบียนนั้นจะตั้งชื่อนักบุญเป็นภาษา สเปน แต่ต่อมาราวปลายศตวรรษที่ 19 ต่อต้นศตวรรษที่ 20 ก็มีนักพยากรณ์อากาศชาวออสเตรเลียชื่อ คลีเมนต์ แรกกี (Clement Wragge) เกิดความคิดในการตั้งชื่อพายุโดยใช้ชื่อคนทั่วไป โดยมี 2 แบบ แบบที่ 1 ใช้ชื่อสตรี ซึ่งเข้าใจว่าต้องการให้ฟังดูอ่อนโยน ส่วนแบบที่ 2 ใช้ชื่อนักการเมือง เพื่อเปรียบเปรยว่านักการเมืองคนนั้นนำความหายนะมาให้เช่นเดียวกับพายุหมุน


    เมื่อถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บรรดานักอุตุนิยมวิทยาในกองทัพอเมริกันซึ่งชอบใจวิธีตั้งชื่อพายุหมุนเขต ร้อนตามชื่อสตรี ด้วยความคิดถึงก็นำชื่อของคู่รักหรือภรรยาของตนมาใช้เป็นชื่อพายุ แต่ภายหลังก็มีนักสิทธิสตรีในสหรัฐฯออกมาประท้วงว่าการตั้งชื่อพายุทำให้ภาพ ลักษณ์ของผู้หญิงโหดร้าย ภายหลังจึงมีการตั้งชื่อผู้ชายด้วย



    จนกระทั่ง พ.ศ. 2543 ประเทศและดินแดนต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 14 แห่งที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการพายุไต้ฝุ่นขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organizations Typhoon Committee) ลุกขึ้นมาจัดระบบการตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนในแถบนี้ใหม่  โดยแต่ละประเทศ (หรือดินแดน) ได้ส่งชื่อพายุในภาษาของตนมาให้ประเทศละ 10 ชื่อ รวมทั้งสิ้นได้ 140 ชื่อ กำหนดให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในแต่ละประเทศในการตั้งชื่อพายุ   ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีเหนือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ลาว มาเก๊า มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม    

    สำหรับ ชื่อพายุจะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 28 ชื่อ  เรียงตามชื่อประเทศของลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ เริ่มจากกัมพูชา เรื่อยไปจนถึงเวียดนามซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย โดยไทยเราอยู่อันดับที่ 12 เมื่อใช้หมด 1 กลุ่มก็จะขึ้นชื่อแรกในกลุ่มที่ 2 เรียงกันเรื่อยไปจนครบทุกกลุ่ม แล้วจึงกลับมาใช้ชื่อแรกของกลุ่มที่ 1 ใหม่อีกครั้ง


    ด้วยเหตุนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้ตั้ง "คณะกรรมการพิจารณารายชื่อและความหมายของชื่อ" ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนเสนอชื่อพายุในภาษาไทยที่ที่ประชุมของ "ศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วม" (Joint Typhoon Warning Center (JTWC) ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก โดยมีสมาชิกอีก 14 ประเทศในโซนเดียวกันมาร่วมประชุม จนได้ชื่อพายุของไทยตามลำดับได้แก่ พระพิรุณ ทุเรียน วิภา รามสูร เมขลา มรกต นิดา ชบา กุหลาบและขนุน

    ชุดที่ 1
    ชุดที่ 1
    ชื่อพายุ
    ความหมาย
    ที่มา (ประเทศ)
    ดอมเรย
    Damrey
    ช้าง กัมพูชา
    ไห่คุ้ย
    Haikui
    ดอกไม้ทะเล จีน
    ไคโรจิ
    Kirogi
    ห่านป่า (ฝูงนกที่อพยพมาเกาหลีในฤดูใบไม้ร่วงและอพยพจากไปทางตอนเหนือในต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกับพายุไต้ฝุ่น) เกาหลีเหนือ
    ไคตั๊ก
    Kai-tak
    ชื่อสนามบินเก่าของฮ่องกง ฮ่องกง (จีน)
    เทมบิง
    Tembin
    คันชั่ง; กลุ่มดาวคันชั่ง ญี่ปุ่น
    โบลาเวน
    Bolaven
    ชื่อที่ราบสูงทางภาคใต้ของลาว ลาว
    ซานปา
    Sanba
    ชื่อสถานที่ในมาเก๊า มาเก๊า (จีน)
    เจอลาวัต
    Jelawat
    ชื่อปลาน้ำจืด มาเลเซีย
    เอวิเนียร์
    Ewiniar
    ชื่อเทพเจ้าแห่งพายุ (ภาษาพื้นเมืองของเกาะชุก) ไมโครนีเซีย
    มาลิกซี
    Maliksi
    คำคุณศัพท์ในภาษาฟิลิปิโน แปลว่า "เร็ว" ฟิลิปปินส์
    เกมี
    Gaemi
    มด เกาหลีใต้
    พระพิรุณ
    Prapiroon
    ชื่อเทพเจ้าแห่งฝน ไทย
    มาเรีย
    Maria
    ชื่อผู้หญิงในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา
    เซินติญ
    Son Tinh
    เทพเจ้าแห่งขุนเขาในเทวตำนานของเวียดนาม เวียดนาม
    โบพา
    Bopha
    ชื่อดอกไม้; ชื่อเด็กหญิง กัมพูชา
    หวู่คง (หงอคง)
    Wukong
    ชื่อลิงในตำนานที่เดินทางไปกับพระถังซัมจั๋งและคณะ เพื่อไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดีย จีน
    โซนามุ
    Sonamu
    ต้นสน เกาหลีเหนือ
    ซานซาน
    Shanshan
    ชื่อหญิงสาว ฮ่องกง (จีน)
    ยางิ
    Yagi
    แพะ; กลุ่มดาวแพะทะเล ญี่ปุ่น
    หลี่ผี
    Leepi
    ชื่อน้ำตกที่สวยที่สุดทางตอนใต้สุดของลาว ลาว
    เบบินคา
    Bebinca
    ชื่อขนมพุดดิงของมาเก๊า มาเก๊า (จีน)
    รุมเบีย
    Rumbia
    ปาล์มสาคู มาเลเซีย
    ซูลิก
    Soulik
    ตำแหน่งหัวหน้าเผ่าโบราณของเกาะโปนเป ไมโครนีเซีย
    ซิมารอน
    Cimaron
    วัวป่าในฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์
    เชบี
    Jebi
    นกนางแอ่น เกาหลีใต้
    มังคุด
    Mangkhut
    ชื่อผลไม้ ไทย
    อูตอร์
    Utor
    แนวพายุฝนฟ้าคะนอง (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะมาร์แชลล์) สหรัฐอเมริกา
    จ่ามี
    Trami
    ชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์กุหลาบ เวียดนาม

    ชุดที่ 2
    ชุดที่ 2
    ชื่อพายุ
    ความหมาย
    ที่มา (ประเทศ)
    กองเรย
    Kong-rey
    ชื่อสาวงามในตำนาน; ชื่อภูเขา กัมพูชา
    ยู่ทู่
    Yutu
    กระต่ายในตำนาน จีน
    โทราจิ
    Toraji
    ชื่อต้นไม้ มีดอกสวยงาม พบในหุบเขาของเกาหลี รากใช้ทำอาหารและยา เกาหลีเหนือ
    มานหยี่
    Man-yi
    ชื่อช่องแคบ ปัจจุบันใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ ฮ่องกง (จีน)
    อุซางิ
    Usagi
    กระต่าย; กลุ่มดาวกระต่ายป่า ญี่ปุ่น
    ปาบึก (ปลาบึก)
    Pabuk
    ชื่อปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ ลาว
    หวู่ติ๊บ
    Wutip
    ผีเสื้อ มาเก๊า (จีน)
    เซอปัต
    Sepat
    ปลาน้ำจืดซึ่งมีครีบเล็ก ๆ สำหรับคลาน มาเลเซีย
    ฟิโทว์
    Fitow
    ชื่อดอกไม้สวย มีกลิ่นหอม (ภาษาพื้นเมืองของเกาะยาป) ไมโครนีเซีย
    ดานัส
    Danas
    ประสบ; รู้สึก ฟิลิปปินส์
    นารี
    Nari
    ดอกไม้ เกาหลีใต้
    วิภา
    Wipha
    ชื่อผู้หญิง ไทย
    ฟรานซิสโก
    Francisco
    ชื่อผู้ชายในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา
    เลกีมา
    Lekima
    ชื่อผลไม้ เวียดนาม
    กรอซา
    Krosa
    ปั้นจั่น กัมพูชา
    ไห่เยี่ยน
    Haiyan
    ชื่อนกทะเล จีน
    โพดอล
    Podul
    ต้นหลิว (ต้นไม้ที่มักพบในเกาหลี) เกาหลีเหนือ
    เหล่งเหลง
    Lingling
    ชื่อหญิงสาว ฮ่องกง (จีน)
    คะจิกิ
    Kajiki
    ชื่อปลาทะเลที่เกล็ดจะเปลี่ยนสีเมื่อพ้นน้ำ; กลุ่มดาวปลากระโทงแทง ญี่ปุ่น
    ฟ้าใส
    Faxai
    ชื่อผู้หญิง ลาว
    เพผ่า
    Peipah
    ชื่อปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงในมาเก๊า มาเก๊า (จีน)
    ตาปาห์
    Tapah
    ชื่อปลาน้ำจืด มาเลเซีย
    มิแทก
    Mitag
    ชื่อผู้หญิง (ภาษาพื้นเมืองของเกาะยาป); "ดวงตาของฉัน" ไมโครนีเซีย
    ฮากิบิส
    Hagibis
    รวดเร็ว; ว่องไว ฟิลิปปินส์
    โนกูรี
    Noguri
    สุนัขพันธุ์ราคูน เกาหลีใต้
    รามสูร
    Rammasun
    ชื่อยักษ์ในเทพนิยายไทย ไทย
    มัตโม
    Matmo
    ฝนตกหนัก สหรัฐอเมริกา
    หะลอง
    Halong
    ชื่ออ่าวที่สวยงามแห่งหนึ่งในเวียดนาม เวียดนาม

    ชุดที่ 3

    ชุดที่ 3
    ชื่อพายุ
    ความหมาย
    ที่มา (ประเทศ)
    นากรี
    Nakri
    ชื่อดอกไม้ กัมพูชา
    ฟงเฉิน
    Fengshen
    ชื่อเทพเจ้าแห่งลม จีน
    คัลเมจิ
    Kalmaegi
    นกนางนวล (สัญลักษณ์แห่งท้องทะเล) เกาหลีเหนือ
    ฟองวอง
    Fung-wong
    ชื่อยอดเขา แปลว่า "นกฟีนิกซ์" ฮ่องกง (จีน)
    คัมมุริ
    Kammuri
    มงกุฎ; กลุ่มดาวมงกุฎเหนือ ญี่ปุ่น
    พันฝน
    Phanfone
    สัตว์ ลาว
    หว่องฟง
    Vongfong
    ตัวต่อ (แมลง) มาเก๊า (จีน)
    นูรี
    Nuri
    นกแก้วชนิดหนึ่ง มาเลเซีย
    ซินลากอ
    Sinlaku
    ชื่อเทพธิดาในนิยายของชาวเกาะคอสไร ไมโครนีเซีย
    ฮากุปิต
    Hagupit
    เฆี่ยนตี ฟิลิปปินส์
    ชังมี
    Jangmi
    กุหลาบ เกาหลีใต้
    เมขลา
    Mekkhala
    ชื่อเทพธิดาในเทพนิยายไทย ไทย
    ฮีโกส
    Higos
    มะเดื่อ (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา
    บาหวี่
    Bavi
    ชื่อทิวเขาในภาคเหนือของเวียดนาม เวียดนาม
    ไม้สัก
    Maysak
    ชื่อต้นไม้ กัมพูชา
    ไห่เฉิน
    Haishen
    ชื่อเทพเจ้าแห่งท้องทะเล จีน
    โนอุล
    Noul
    แสงวาบ; ท้องฟ้าสีแดง เกาหลีเหนือ
    ดอลฟิน
    Dolphin
    โลมาขาวที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำฮ่องกงและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของฮ่องกง ฮ่องกง (จีน)
    คุจิระ
    Kujira
    วาฬ; กลุ่มดาววาฬ ญี่ปุ่น
    จันหอม (จันทน์หอม)
    Chan-hom
    ชื่อไม้หอมชนิดหนึ่ง ลาว
    หลิ่นฟ้า
    Linfa
    ดอกบัว มาเก๊า (จีน)
    นังกา
    Nangka
    ขนุน มาเลเซีย
    เซาเดโลร์
    Soudelor
    ชื่อหัวหน้าเผ่าในเทพนิยายของชาวเกาะโปนเป ไมโครนีเซีย
    โมลาเว
    Molave
    ไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง นิยมใช้ทำเครื่องเรือน ฟิลิปปินส์
    โคนี
    Goni
    หงส์ เกาหลีใต้
    มรกต
    Morakot
    มรกต ไทย
    เอตาว
    Etau
    เมฆพายุ (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะปาเลา) สหรัฐอเมริกา
    หว่ามก๋อ
    Vamco
    ชื่อแม่น้ำในภาคใต้ของเวียดนาม เวียดนาม

     

    ชุดที่ 4

    ชุดที่ 4
    ชื่อพายุ
    ความหมาย
    ที่มา (ประเทศ)
    กรอวาญ (กระวาน)
    Krovanh
    ชื่อต้นไม้ กัมพูชา
    ตู้เจี้ยน
    Dujuan
    ชื่อไม้ดอก จีน
    มูจิแก
    Mujigae
    รุ้ง เกาหลีเหนือ
    ฉอยหวั่น
    Choi-wan
    เมฆซึ่งมีสีสันสวยงาม ฮ่องกง (จีน)
    คอบปุ
    Koppu
    ถ้วย; กลุ่มดาวถ้วย ญี่ปุ่น
    กิสนา (กฤษณา)
    Ketsana
    ชื่อไม้หอมชนิดหนึ่ง ลาว
    ป้าหม่า
    Parma
    อาหารชนิดหนึ่งของมาเก๊า ประกอบด้วยแฮม ตับไก่ และเห็ด มาเก๊า (จีน)
    เมอโลร์
    Melor
    ดอกมะลิ มาเลเซีย
    เนพาร์ตัก
    Nepartak
    นักรบผู้มีชื่อเสียงชาวเกาะคอสไร ไมโครนีเซีย
    ลูปีต
    Lupit
    ความโหดร้ายทารุณ ฟิลิปปินส์
    มีรีแน
    Mirinae
    ทางช้างเผือก เกาหลีใต้
    นิดา
    Nida
    ชื่อผู้หญิง ไทย
    โอไมส์
    Omais
    การเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะปาเลา) สหรัฐอเมริกา
    โกนเซิน
    Conson
    ชื่อสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เวียดนาม
    จันทู
    Chanthu
    ชื่อดอกไม้ กัมพูชา
    เตี้ยนหมู่
    Dianmu
    เจ้าแม่สายฟ้า จีน
    มินดอลเล
    Mindulle
    แดนดิไลออน ดอกไม้เล็ก ๆ สีเหลือง บานในฤดูใบไม้ผลิ สื่อถึงจิตใจที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ของสาวเกาหลี เกาหลีเหนือ
    ไลออนร็อก
    Lionrock
    ชื่อหินบนเขาแห่งหนึ่งในฮ่องกง รูปร่างคล้ายสิงโตหมอบ ฮ่องกง (จีน)
    คอมปาซุ
    Kompasu
    วงเวียน; กลุ่มดาววงเวียน ญี่ปุ่น
    น้ำเทิน
    Namtheun
    ชื่อแม่น้ำสายหนึ่ง เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ลาว
    หม่าโหล
    Malou
    หินโมรา มาเก๊า (จีน)
    เมอรันตี
    Meranti
    ชื่อต้นไม้ มาเลเซีย
    ฟานาปี
    Fanapi
    หมู่เกาะปะการัง (อะทอลล์) เล็ก ๆ ไมโครนีเซีย
    มาลากัส
    Malakas
    แข็งแกร่ง; เต็มไปด้วยพลัง ฟิลิปปินส์
    เมกี
    Megi
    ปลาดุก เกาหลีใต้
    ชบา
    Chaba
    ชื่อดอกไม้; ชื่อผู้หญิง ไทย
    แอรี
    Aere
    ลมพายุ (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะมาร์แชลล์) สหรัฐอเมริกา
    ซงด่า
    Songda
    ชื่อแม่น้ำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแดง เวียดนาม

    ชุดที่ 5

    ชุดที่ 5
    ชื่อพายุ
    ความหมาย
    ที่มา (ประเทศ)
    สาลิกา
    Sarika
    ชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบร้องเพลง กัมพูชา
    ไหหม่า
    Haima
    ม้าน้ำ จีน
    มิอะริ
    Meari
    เสียงสะท้อน (หมายถึง ทันทีที่เกิดพายุไต้ฝุ่น คำประกาศแจ้งของคณะกรรมการไต้ฝุ่นก็จะสะท้อนก้องไปสู่ประเทศสมาชิก) เกาหลีเหนือ
    หมาง้อน
    Ma-on
    ชื่อยอดเขา แปลว่า "อานม้า" ฮ่องกง (จีน)
    โทะคาเงะ
    Tokage
    สัตว์เลื้อยคลานจำพวกจิ้งจก ตุ๊กแก; กลุ่มดาวกิ้งก่า ญี่ปุ่น
    นกเตน (นกกระเต็น)
    Nock-ten
    ชื่อนก ลาว
    หมุ่ยฟ้า
    Muifa
    ดอกบ๊วย มาเก๊า (จีน)
    เมอร์บุก
    Merbok
    ชื่อนกชนิดหนึ่ง มาเลเซีย
    นันมาดอล
    Nanmadol
    โบราณสถานที่มีชื่อเสียงบนเกาะโปนเป ได้ชื่อว่าเป็น "เวนิสแห่งแปซิฟิก" ไมโครนีเซีย
    ตาลัส
    Talas
    ความแหลม; ความคม ฟิลิปปินส์
    โนรู
    Noru
    กวาง เกาหลีใต้
    กุหลาบ
    Kulap
    ชื่อดอกไม้ ไทย
    โรคี
    Roke
    ชื่อผู้ชายในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา
    เซินกา
    Sonca
    ชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบร้องเพลง เวียดนาม
    เนสาด
    Nesat
    การทำประมง กัมพูชา
    ไห่ถาง
    Haitang
    ชื่อผลไม้ของจีน จีน
    นาลแก
    Nalgae
    ปีก (หมายถึงการโบยบิน เคลื่อนที่ เคลื่อนไหวอย่างมีอิสระ) เกาหลีเหนือ
    บันยัน
    Banyan
    ชื่อต้นไม้ ฮ่องกง (จีน)
    วาชิ
    Washi
    นกอินทรี; กลุ่มดาวนกอินทรี ญี่ปุ่น
    ปาข่า
    (ปลาข่า)
    Pakhar
    โลมาอิรวดีที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงตอนล่าง ลาว
    ซันหวู่
    Sanvu
    หินปะการัง มาเก๊า (จีน)
    มาวาร์
    Mawar
    กุหลาบ มาเลเซีย
    กูโชล
    Guchol
    ขมิ้น (ภาษาพื้นเมืองของเกาะยาป) ไมโครนีเซีย
    ตาลิม
    Talim
    แหลมคมหรือด้านคมของใบมีด ฟิลิปปินส์
    ทกซุริ
    Doksuri
    นกอินทรี เกาหลีใต้
    ขนุน
    Khanun
    ชื่อผลไม้ ไทย
    วีเซนเต
    Vicente
    ชื่อผู้ชายในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา
    ซาวลา
    Saola
    วัวป่าชนิดหนึ่งที่เพิ่งค้นพบในจังหวัดห่าติ๋งของเวียดนาม เวียดนาม


    กฎน่ารู้

     สำหรับชื่อพายุลูกใดที่มีความรุนแรงมากจนสร้างความเสียหายในบริเวณกว้างจะถูกยกเลิกไป และตั้งชื่อใหม่

    ข้อตกลง  พายุลูกถัดไปจะมีชื่อตามลำดับที่ตั้งไว้ เช่น พายุลูกปัจจุบันคือ นกเตน  ลูกต่อไปก็จะชื่อ หมุ่ยฟ้า, เมอร์บุก, ... ไล่ไปตามลำดับ หากชื่อในชุดที่ 1 หมดก็ให้เริ่มที่ชื่อแรกในชุดที่ 2 ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมดชื่อสุดท้ายในชุดที่ 5 จากนั้นนำชื่อพายุในชุดที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 กลับมาใช้ซ้ำอีก

    ที่มา : วิกิพีเดีย
    มติชนออนไลน์

    วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2554