หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเพณี-วัฒนธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเพณี-วัฒนธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

นางสงกรานต์ปี′54 "กิริณีเทวี"

นางสงกรานต์ปี′54 "กิริณีเทวี" สวยดุ แม่ม่ายมีลาภ ทหารมีชัย

นาง สงกรานต์เป็นคติความเชื่อในตำนานสงกรานต์ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าความเป็นมาของประเพณีนี้ และเป็นอุบายให้คนโบราณได้รู้ว่า "วันมหาสงกรานต์" คือวันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ

โดยมีการสมมติผ่านนางสงกรานต์ทั้ง 7 ซึ่งเป็นเทพธิดาลูกสาวของท้าวกบิลพรหม และนำมาเทียบกับวันในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งนางสงกรานต์ของแต่ละวันจะมีนาม อาหาร อาวุธ และสัตว์ที่เป็นพาหนะต่าง ๆ กัน เพื่อนำมาเป็นคำทำนายในแต่ละปี

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

พุทธศักราช กับ ดิถี

คมชัดลึก : คำว่า "ปฏิทิน" ในภาษาอังกฤษ คือ "calendar" เป็นคำที่มาจากภาษาละติน ซึ่งนำมาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณอีกที ว่า "Kalend" ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า "I cry"


สาเหตุที่ใช้คำนี้เพราะ มีที่มาว่า ในสมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เทศกาลกินเจ

ประเพณีการกินเจกำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนทุกๆ ปี รวม 9 วัน 9 คืน มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนมานานแล้ว สำหรับปีนี้เทศกาลกินเจตรงกับวันที่ 8-16 ตุลาคม 2553

จุดประสงค์การกินเจ
ผู้ที่กินเจอาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันไป แต่จุดประสงค์หลักสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้
1. กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ

วันสารทเดือนสิบ

ทำบุญเดือนสิบ เป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวภาคใต้ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เนื่องมาจากความเชื่อทางพุทธศาสนาว่า ในปลายเดือน 10 พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีบาปตกนรกอยู่ซึ่งเรียกว่า “เปรต” จะได้รับการปล่อยตัวจากพญายมให้ขึ้นมาพบลูกหลานและญาติพี่น้องของตนในเมืองมนุษย์ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และให้กลับไปอยู่เมืองนรกดังเดิมในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านจึงจัดให้มีการทำบุญเป็นประเพณีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ครั้งหนึ่ง กับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 อีกครั้งหนึ่ง เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้องตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ที่ล่วงลับไปแล้ว

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

๒๒ ก.ย.ฤกษ์ดีวันไหว้พระจันทร์

ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือวันเพ็ญ เดือนแปด ตรงกับ "วันไหว้พระจันทร์" ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง ปีนี้ ๒๕๕๓ ปฏิทินจันทรคติของจีนหมุนมาตรงกับปฏิทินสุริยคติ วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓ และตรงกับเดือน ๑๐ ของปฏิทินจันทรคติไทย

ขณะเดียวกัน ก็บังเอิญตรงกับปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ คือ วัน “ศารทวิษุวัต” (Autumnal Equinox) หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นวันครึ่งปีดาราศาสตร์สากล กลางวันเท่ากับกลางคืน ดวงอาทิตย์ขึ้นที่ทิศตะวันออกแท้ และตกที่ทิศตะวันตกแท้ และบวกกับความบังเอิญ นั่นคือ ดวงจันทร์โคจรเข้าไปอยู่ใน “ราศีมีน” (Zodiac Pisces) ตรงกับปีแห่งจักรราศีปัจจุบัน ที่เราๆ ท่านๆ ชาวโลกมนุษย์ทั้งมวลกำลังเวียนว่ายอยู่ในปีแห่งราศีมีน ภาษาวิชาการทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์เรียกตรงกันว่า Age of Pisces


เทศกาล“วันจงชิว” เพียงหวังคนใกล้-ไกล ได้ชมจันทร์กระจ่างร่วมกัน

บรรยากาศการอยู่ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวจีนในอดีต ซึ่งให้ความสำคัญกับวันจงชิวอย่างยิ่ง (ภาพเอเยนซี)

สำหรับชาวจีนนั้น ดวงจันทร์เปรียบได้กับความงดงามสว่างไสว และนุ่มนวลอ่อนโยน ซึ่งสะท้อนความฝันอันงดงามของชีวิต และในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน จะถือเป็น “วันจงชิว” หรือ “วันไหว้พระจันทร์” เพื่อระลึกถึงเทพธิดาแห่งพระจันทร์ และนับฤกษ์งามยามดีสำหรับการอยู่ร่วมกันของ "ครอบครัว" อันมีนัยยะกว้างไกลจากระดับคู่รัก เครือญาติวงศ์ตระกูล ชนชาติเผ่าพันธุ์ ไปจนถึงธรรมชาติสรรพสิ่ง โดยวันไหว้พระจันทร์ในปีนี้ จะตรงกับวันพุธที่ 22 กันยายน


วันไหว้พระจันทร์

จันทราเทวี ฉางเอ๋อ วาดโดยฮว๋าซานชวน
ภาพประกอบจาก wikipedia

เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลของชาวจีนโดยปกติจะมีวันเพ็ญ เดือน 8 (เดือนกันยายน หรือตุลาคม) เทศกาลนี้จัดขึ้นกลางฤดูใบไม้ร่วงจึงเรียกว่า "จงชิว" (Zhong Qiu) แปลว่า "กลางฤดูใบไม้ร่วง" เพื่อระลึกถึงเทพธิดาแห่งพระจันทร์ ซึ่งเชื่อกันว่าถือกำเนิดขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ยังคงไม่เป็นที่ ปรากฏแน่ชัด บ้างก็ว่าจักรพรรดิ์วูแห่ง

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

นวดแป้งแต่งไส้...ขนมไหว้พระจันทร์

คมชัดลึกชวนชิม



เทศกาลไหว้พระ จันทร์...มีมาก็นานนับพันปี ตามกินขนมไหว้พระจันทร์ก็นับชิ้นไม่ถ้วน รู้ว่ามีไส้โน้นไส้นี้ไส้นั้น ทว่ากลับไม่เค้ย...ไม่เคยเลยสักครั้งที่นึกอยากจะลองตามดูขั้นตอนการทำ จนมาครั้งนี้ที่แกลลอรี่ช็อกโกแลต ภายในโรงแรมมิลเลนเนียม ฮิวตัน ใจดีชักชวนให้มาร่วมเกาะติดขอบโต๊ะขนม ชมการนวดแป้ง ปรุงแต่ง (รส) ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ในแบบฉบับเฉพาะตัว

ขนมไหว้พระจันทร์



คนทั่วโลกมองเห็นพระจันทร์ดวงเดียวกันแต่ให้ความหมายแตกต่างกัน สำหรับชาวจีนแล้วพระจันทร์เป็นเสมือนเทพผู้ประทานพืชพันธ์แก่มนุษย์ และในประวัติศาสตร์ชาติจีนก็มีหลายเหตุการณ์ที่บ่งบอกถึงอิทธิพลของพระ จันทร์ ที่ถูกใช้เพื่อสื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงพลังความศรัทธาและความสามัคคีของ คนในชาติ จนชาวจีนสามารถผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายและรวมตัวกันเป็นชาติมาจนถึงทุกวันนี้

การไหว้พระจันทร์จึงมีความหมายยิ่งใหญ่สำหรับผู้คนที่มีเชื้อชาติจีนทั่วโลก เพื่อเป็นช่วง เวลาแห่งการบูชาพระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์แทนการเสริมสร้างความรักความสามัคคี และความปรารถนาดีให้เกิดแก่สมาชิกครอบครัวและผู้คนที่รู้จัก