ออสเตรเลียมีชื่อทางการว่า สหพันธรัฐออสเตรเลีย มีประชากรประมาณ 18.75 ล้านคน1 ใน 5 ของชาวออสเตรเลียอพยพมาจากประเทศในแถบเอเซีย ยุโรป อังกฤษ และอเมริกา ทำให้ออสเตรเลียเป็นสังคมที่มีหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม
ออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกด้วยพื้นที่ขนาดกว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ออสเตรเลียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์ เป็นรัฐอธิปไตยในเครือจักรภพ (Commonwealth) มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข
พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้าน ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และรัฐทัสเมเนียมีความอุดมสมบูรณ์มาก ฝนตกชุก ที่นี่มีสัตว์และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในดินแดน อื่น เช่น จิงโจ้ โคอะล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด
ประเทศออสเตรเลียแบ่ง ออกเป็น 6 รัฐ และ 2 ดินแดน
รัฐนิวเซาท์เวลล์ (New South Wales)
มีเมืองหลวงคือซิดนีย์ Sydney คือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากนักศึกษานิยมไปศีกษามากที่สุด เพราะเป็นนครเก่าแก่และใหญ่ที่สุดจึงทำให้เป็นเมืองที่คึกคักและ มีชีวิตชีวาคล้ายๆกับกรุงเทพของเรา สัญลักษณ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ Opera House และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ Sydney Harbour Bridge ถ้าใครไม่เคยถ่ายรูปกับที่นี่แสดงว่ายังไปไม่ถึง
มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)
มีเมืองหลวงคือแคนเบอร์รา Canberra ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศด้วยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือ Sydney หรือ Melbourneต้องเปลี่ยนความเข้าใจนะคะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ใช้เวลาในการเดินทาง โดยรถยนต์ จากตัวเมืองซิดนีย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง
รัฐวิคตอเรียน (Victoria)
มีเมืองหลวงคือเมลเบิร์น Melbourne ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย เป็นรัฐที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของออสเตรเลียเป็นเมืองที่น่าอยู่เมือง หนึ่งในออสเตรเลียเนื่องจากมีสวนสาธารณะมากมายรัฐนี้จึงได้ชื่อว่าเป็น Garden State ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตร เมืองสะอาดมาก นอกจากนี้ยังเป็นเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเงิน และการคมนาคมเนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง และทางรถไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ นับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่มากเลยทีเดียว
เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)
มีเมืองหลวงคือ อาดิเลด Adelaide ตั้งอยู่ทางออสเตรเลียตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม
เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)
มีเมืองหลวงคือ เพิร์ธ Perth เป็นรัฐที่มีการทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก สมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ และอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดด้วยเวลาบินเพียง 6 ชั่วโมงหากใครชอบความเงียบ เรียบง่ายก็ขอแนะนำคะ
รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland)
มีเมืองหลวงคือ บริสเบน Brisbane เป็นเมืองที่มีสีสันน่ารัก สบายๆถ้านักเรียนไม่ชอบผู้คนหนาแน่นและชอบชายหาดเมืองนี้ก็ไม่ควรพลาดนะคะ รัฐนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัฐแห่งแสงแดดมีแสงแดดตลอดทั้งปี มีสถานที่ตากอากาศมากมาย หรือที่รู้จักกันว่า โกลด์โคสต์ Gold Coast และถ้าห่างจากเมืองบริสเบนไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นซัน ชายน์โคสต์ Sunshine coast ซึ่งมีชายหาดและที่พักเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน
มณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)
มีเมืองหลวงชื่อ ดาร์วินเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมืองเมืองอะบอริจิน เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบและสบายๆ ท่ามกลางศูนย์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ไกลจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนีกินี และสิงคโปร์ ดาร์วินจึงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันรวมกันอยู่
ทัสมาเนีย (Tasmania)
มีเมืองหลวงชื่อ โฮบาร์ต Hobart เป็นเกาะทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย เป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดและได้รับการขนานนามว่า “สวิสเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย” เนื่องจากอากาศที่เย็นตลอดปี และมีทิวทัศน์อันสวยงาม ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนของรัฐนี้ไม่สูงมากนัก ภูมิประเทศโดยมากจะเป็นภูเขา และการเดินป่าตลอดจน กิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งจะเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก
สภาพภูมิอากาศ
ออสเตรเลียแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนีย ประมาณ 0-12องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
ฤดูหนาว : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
การปกครอง
รัฐบาลสหพันธรัฐรับผิดชอบกิจการระดับประเทศ เช่นการป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ส่วนรัฐบาลในระดับรัฐ ดูแลด้านการศึกษาการคมนาคม ขนส่ง การบริหารสาธารณสุข การเกษตร การรักษากฎหมายภายในรัฐของตน และรัฐบาลระดับท้องถิ่น ดูแลสาธารณูปโภค การระบายน้ำ การขจัดของเสีย สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน
ศาสนา
ประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนา
เวลาเนื่องจากประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงแบ่งเวลาออกเป็น 3 เขตเวลา (Time Zone) ตามเส้นแบ่งของโลก คือ
• เวลาภาคตะวันตก (Western Standard Time)
จะใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง
• เวลาภาคกลาง (Central Standard Time-CST) จะใช้ในมณฑลตอนเหนือ และรัฐเซาธ์ออสเตรเลีย โดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง
• เวลาฝั่งตะวันตก (Eastern Standard Time-EST) จะใช้ในรัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาธ์เวลส์ รัฐวิคตอเรีย รัฐแทสมาเนีย และเมืองแคนเบอร์รา โดยเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
Daylight Saving ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria , New South Wales , South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม
สกุลเงินตรา
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ (1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 เซ็นต์) ค่าเงินต่าง ๆ แบ่งได้ดังนี้
• เหรียญสีเงิน 5 เซ็นต์, 10 เซ็นต์, 20 เซ็นต์, 50 เซ็นต์
• เหรียญสีทอง 1 ดอลลาร์, 2 ดอลลาร์
• ธนบัตร 5 ดอลลาร์, 10 ดอลลาร์, 20 ดอลลาร์, 50 ดอลลาร์, 100 ดอลลาร์
โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือก หลายค่ายโดยน้องๆสามารถนำเครื่องไปจากเมืองไทยและซื้อ Sim Card และสามารถเติมเงินได้ตาม ศูนย์บริการ หรือ ร้านสะดวกอัตราค่าบริการประมาณนาทีละ 40 เซ็นต์ ระบบที่นิยมมี Optus, Vodafone และ Telstra
หรือในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสามารถหาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ของชาวเอเชียในราคา 10 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง 2 ชั่วโมง
ไฟฟ้า
สำหรับกระแสไฟทางประเทศออสเตรเลียใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ (V) แต่ใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาฉะนั้นอย่าลืมว่า ต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย และถ้าหากจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยต้องใช้ Adapter ในการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เป็นระบบเดียวกับกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถหาซื้อ Adapter ได้ทั้งในประเทศไทย
ประปา น้ำประปาสะอาด สามารถใช้สำหรับดื่มได้
วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548
ไม่คิดตังค์
เด็กชายตัวน้อยของเราเข้าไปหาแม่และส่ง
กระดาษให้ หลังจากแม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน
แล้วเธอก็ก้มลงอ่าน
-ค่าตัดหญ้า 5.00 เหรียญ
-ค่าทำความสะอาดห้องของผมอาทิตย์นี้ 1.00 เหรียญ
-ค่าไปซื้อของให้แม่ 0.50 เหรียญ
-ค่าดูแลน้องชาย 0.25 เหรียญ
-ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1.00 เหรียญ
-ค่าได้คะแนนดี (เรียนเก่ง) 5.00 เหรียญ
-ค่าทำความสะอาดและกวาดสนาม 2.00 เหรียญ
รวมค้างชำระ 14.75 เหรียญ :)
แม่มองลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคาดหวัง
เธอหยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษไปด้านหลังแล้วเขียนว่า:
-เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง ไม่คิดเงิน
-วันที่แม่นั่งกับลูก ดูแลลูก และสวดมนต์ให้ลูก ไม่คิดเงิน
-ค่าที่ลูกทำให้แม่เสียน้ำตามาเป็นปีๆ ไม่คิดเงิน
-หลายคืนที่มีความหวาดระแวงกับ
ความกังวลที่แม่รู้ว่ารออยู่ข้างหน้า ไม่คิดเงิน
-ของเล่น อาหาร เสื้อผ้า แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้ ไม่คิดเงินหรอกจ๊ะลูก
และเมื่อลูกรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
จะเป็นราคาเต็มของความรักที่แท้จริง ไม่คิดเงินเหมือนกันจ๊ะ
เมื่อลูกชายตัวน้อยอ่านสิ่งแม่เขียน น้ำใสๆ หยดใหญ่ๆ
ก็ไหลออกมา เขาสบตาแม่และพูดว่า
"แม่ครับ ผมรักแม่จริงๆครับ"
แล้วเขาก็เอาปากกาเขียนหนังสือตัวโตๆว่า จ่ายหมดแล้ว
เอ็ม อดัมส์
กระดาษให้ หลังจากแม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน
แล้วเธอก็ก้มลงอ่าน
-ค่าตัดหญ้า 5.00 เหรียญ
-ค่าทำความสะอาดห้องของผมอาทิตย์นี้ 1.00 เหรียญ
-ค่าไปซื้อของให้แม่ 0.50 เหรียญ
-ค่าดูแลน้องชาย 0.25 เหรียญ
-ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1.00 เหรียญ
-ค่าได้คะแนนดี (เรียนเก่ง) 5.00 เหรียญ
-ค่าทำความสะอาดและกวาดสนาม 2.00 เหรียญ
รวมค้างชำระ 14.75 เหรียญ :)
แม่มองลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคาดหวัง
เธอหยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษไปด้านหลังแล้วเขียนว่า:
-เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง ไม่คิดเงิน
-วันที่แม่นั่งกับลูก ดูแลลูก และสวดมนต์ให้ลูก ไม่คิดเงิน
-ค่าที่ลูกทำให้แม่เสียน้ำตามาเป็นปีๆ ไม่คิดเงิน
-หลายคืนที่มีความหวาดระแวงกับ
ความกังวลที่แม่รู้ว่ารออยู่ข้างหน้า ไม่คิดเงิน
-ของเล่น อาหาร เสื้อผ้า แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้ ไม่คิดเงินหรอกจ๊ะลูก
และเมื่อลูกรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
จะเป็นราคาเต็มของความรักที่แท้จริง ไม่คิดเงินเหมือนกันจ๊ะ
เมื่อลูกชายตัวน้อยอ่านสิ่งแม่เขียน น้ำใสๆ หยดใหญ่ๆ
ก็ไหลออกมา เขาสบตาแม่และพูดว่า
"แม่ครับ ผมรักแม่จริงๆครับ"
แล้วเขาก็เอาปากกาเขียนหนังสือตัวโตๆว่า จ่ายหมดแล้ว
เอ็ม อดัมส์
วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2548
น้ำเชื่อม
- น้ำเชื่อม (Simple Syrup)
- น้ำเชื่อม (Fruit Syrup)
... น้ำเชื่อมส่วนใหญ่จะใช้ผสมเครื่องดื่มเพื่อให้มีความหวาน โดยแต่ละห้องอาหารมักจะทำขึ้นมาเอง ซึ่งอาจใช้ผสมเครื่องดื่มสำเร็จก่อนเสิร์ฟ หรือนำไปให้แขกผสมเองตามความชอบของแต่ละคนก็ได้ เช่นน้ำมะนาว ชาดำเย็น หรือโอเลี้ยง
น้ำเชื่อมผลไม้(Fruit Syrup)
...เป็นน้ำเชื่อมที่ปรุงสีกลิ่นรสชาติจากผลไม้ต่าง ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำมาปรุงเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้มีสี กลิ่น รสชาติที่หลากหลาย ส่วนใหญ่บรรจุขวดจำหน่าย ซึ่งมีทั้งที่ทำในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น Grenadine ทำจากทับทิม Cassis ทำจากแบล๊กเคอร์แรนต์ (Black Currant) Lime ทำจากมะนาว Orange ทำจากส้ม Ceris ทำจากเชอรี่ Frais ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ Orgeats ทำจากเมล็ดแอลมอนด์ Framboise ทำจากราสเบอร์รี่ และ Citronelle ทำจากมะนาว
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป พื้นที่ของประเทศประกอบด้วยพื้นที่เกาะ 2 คือ (Great Britain) เกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่ได้รวบรวมอาณาเขตของอังกฤษ(England) เวลส์(wales) และสก็อตแลนด์(Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ(Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตาราง โดยมีเมืองลอนดอน(London) เป็นเมืองหลวง ประเทศอังกฤษหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวต่างชาติ เช่น ชาวยุโรป จีน เกาหลี ไต้หวัน และไทย ในการศึกษาต่อต่างประเทศ อันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่สวยงาม มีความเจริญด้านวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นแหล่งแฟชั่นของโลก และมีคุณภาพทางการศึกษาระบบการปกครองของประเทศอังกฤษ เป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของประเทศ
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศอังกฤษจัดอยู่ในประเทศเป็นเกาะ จึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก
สาเหตุเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนชุ่มกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดูกาล
เวลา
เวลาในประเทศอังกฤษจะช้ากว่าบ้านเราอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม อย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 6 โมงเช้า และจะช้ากว่าบ้านเรา 7 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม – ต้นเดือนมีนาคมอย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 7 โมงเช้า
สกุลเงินตรา
อังกฤษ ใช้หน่วยหน่วยเงินตราเป็นปอนด์ (GBP) โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆได้ดังนี้
• ธนบัตรประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 5,10, 20 และ 50 ปอนด์
• ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี
ธนาคาร
ธนาคารในอังกฤษจะเปิดทำการเวลา 09:00 – 16:30 ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และบางแห่งอาจเปิดทำการในช่วงเช้าของวันเสาร์ด้วย ในการขอเปิดบัญชีนั้น น้องๆ ต้องใช้เอกสารในการเปิด คือ หนังสือเดินทาง จดหมายรับรองการเข้าศึกษาจากสถาบัน เอกสารแสดงที่อยู่ในประเทศอังกฤษ บางแห่งอาจขอเอกสารทางด้านการเงินในประเทศไทยของผู้สนับสนุนด้านการเงินของนักศึกษา โดยบางครั้งน้อง ๆ สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้คะ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะไม่คิดดอกเบี้ยคะ
โทรศัพท์
การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศอังกฤษกับบ้านเรา ปัจจุบันนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและถูก น้องสามาถโทรศัพท์กลับบ้านเราได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะคะ ซึ่งมีทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบใช้บัตรโดยมีทั้งแบบบัตรโทรศัพท์และบัตรเครดิต บัตรโทรศัพท์สามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ไปรษณีย์ ราคามีตั้งแต่ 2 ปอนด์ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 20 ปอนด์คะ สำหรับน้อง ๆ ที่ไปเรียนในระยะยาวอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือใช้ก็ได้ ซึ่งราคาและรูปแบบการให้บริการจะใกล้เคียงกับบ้านเราคะ หรือน้อง ๆ อาจจะเอาโทรศัพท์มือถือไปจากบ้านเราก็ได้คะ แล้วไปหาซื้อ sim ที่นั้นคะ
ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของประเทศอังกฤษที่ใช้คือระบบ 240V.AC50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย นักเรียนต้องใช้ตัวเสียบปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มี 3 ขาติดตัวไปด้วย
ศาสนา
ประเทศอังกฤษให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนาสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน นับถือศาสนาอะไร
การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
นักเรียนต่างชาติที่ลงทะเบียนเต็มเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจะได้รับสิทธิหรือได้รับการรักษาฟรีจาก National Health Service (NHS) โดยนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเพื่อมีแพทย์ประจำตัวซึ่งควรจะทำทันทีที่เดินทาง ไปถึงและเมื่อมีที่อยู่แน่นอน ซึ่งในโครงการนักเรียนจะได้รับการยกเว้นค่าบริการพบแพทย์แต่นักเรียนต้องรับ ผิดชอบค่ายาและค่าใบสั่งยาเองด้วย พร้อมกับในเรื่องทันตกรรม นักศึกษาสามารถมีสิทธิได้รับการรักษาผ่าน (NHS) โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนกับทันตแพทย์ แต่ทั้งนี้น้อง ๆ จะต้องตรวจสอบว่าแพทย์ท่านใดรับการรักษาคนไข้ของ NHS เนื้องจากแพทย์บางท่านไม่รับการรักษาที่ผ่านทางโครงการ (NHS)
สถานที่น่าสนใจ
กรุงลอนดอน ( London ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัด มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังเป็นศูนย์รวมของการช็อปปิ้งชั้นนำ
เมืองเคมบริดจ์ ( Cambridge ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์
เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ( Oxford ) เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน
เมืองแคนเทอร์เบอร์รี่ ( Canterbury ) เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่มีความสำคัญ และเก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ
เมืองบริสโทล ( Bristol ) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ
เมืองบอร์นมัธ ( Bournemouth ) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง
เมืองบาธ ( Bath ) เป็นเมืองตากอากาศที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ
เมืองเบอร์มิ่งแฮม ( Birmingham ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อกโกแลต ยี่ห้อ Canbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และมหาวิทยาลัยแอสทั่น
เมืองแมนเชสเตอร์ ( Manchester ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เมืองไบร์ทตันและโฮพว์ ( Brighton and Hove ) เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ซึ่งชาวอังกฤษจะใช้เวลาว่างพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศอังกฤษจัดอยู่ในประเทศเป็นเกาะ จึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก
สาเหตุเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนชุ่มกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดูกาล
- ฤดูใบไม้ผลิ : อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย
- ฤดูร้อน : อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า
- ฤดูใบไม้ร่วง : อยู่ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น
- ฤดูหนาว : อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวมากที่สุด หิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และจะมืดเร็วกว่าปกติ
เวลา
เวลาในประเทศอังกฤษจะช้ากว่าบ้านเราอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม อย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 6 โมงเช้า และจะช้ากว่าบ้านเรา 7 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม – ต้นเดือนมีนาคมอย่างเช่นบ้านเราตอนเที่ยงอังกฤษจะ 7 โมงเช้า
สกุลเงินตรา
อังกฤษ ใช้หน่วยหน่วยเงินตราเป็นปอนด์ (GBP) โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆได้ดังนี้
• ธนบัตรประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 5,10, 20 และ 50 ปอนด์
• ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี
ธนาคาร
ธนาคารในอังกฤษจะเปิดทำการเวลา 09:00 – 16:30 ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และบางแห่งอาจเปิดทำการในช่วงเช้าของวันเสาร์ด้วย ในการขอเปิดบัญชีนั้น น้องๆ ต้องใช้เอกสารในการเปิด คือ หนังสือเดินทาง จดหมายรับรองการเข้าศึกษาจากสถาบัน เอกสารแสดงที่อยู่ในประเทศอังกฤษ บางแห่งอาจขอเอกสารทางด้านการเงินในประเทศไทยของผู้สนับสนุนด้านการเงินของนักศึกษา โดยบางครั้งน้อง ๆ สามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้คะ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะไม่คิดดอกเบี้ยคะ
โทรศัพท์
การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศอังกฤษกับบ้านเรา ปัจจุบันนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและถูก น้องสามาถโทรศัพท์กลับบ้านเราได้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะคะ ซึ่งมีทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบใช้บัตรโดยมีทั้งแบบบัตรโทรศัพท์และบัตรเครดิต บัตรโทรศัพท์สามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ไปรษณีย์ ราคามีตั้งแต่ 2 ปอนด์ 5 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 20 ปอนด์คะ สำหรับน้อง ๆ ที่ไปเรียนในระยะยาวอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือใช้ก็ได้ ซึ่งราคาและรูปแบบการให้บริการจะใกล้เคียงกับบ้านเราคะ หรือน้อง ๆ อาจจะเอาโทรศัพท์มือถือไปจากบ้านเราก็ได้คะ แล้วไปหาซื้อ sim ที่นั้นคะ
ไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าของประเทศอังกฤษที่ใช้คือระบบ 240V.AC50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย นักเรียนต้องใช้ตัวเสียบปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มี 3 ขาติดตัวไปด้วย
ศาสนา
ประเทศอังกฤษให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนาสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน นับถือศาสนาอะไร
การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
นักเรียนต่างชาติที่ลงทะเบียนเต็มเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจะได้รับสิทธิหรือได้รับการรักษาฟรีจาก National Health Service (NHS) โดยนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเพื่อมีแพทย์ประจำตัวซึ่งควรจะทำทันทีที่เดินทาง ไปถึงและเมื่อมีที่อยู่แน่นอน ซึ่งในโครงการนักเรียนจะได้รับการยกเว้นค่าบริการพบแพทย์แต่นักเรียนต้องรับ ผิดชอบค่ายาและค่าใบสั่งยาเองด้วย พร้อมกับในเรื่องทันตกรรม นักศึกษาสามารถมีสิทธิได้รับการรักษาผ่าน (NHS) โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนกับทันตแพทย์ แต่ทั้งนี้น้อง ๆ จะต้องตรวจสอบว่าแพทย์ท่านใดรับการรักษาคนไข้ของ NHS เนื้องจากแพทย์บางท่านไม่รับการรักษาที่ผ่านทางโครงการ (NHS)
สถานที่น่าสนใจ
กรุงลอนดอน ( London ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัด มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังเป็นศูนย์รวมของการช็อปปิ้งชั้นนำ
เมืองเคมบริดจ์ ( Cambridge ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และพิพิธภัณฑ์
เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ( Oxford ) เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน
เมืองแคนเทอร์เบอร์รี่ ( Canterbury ) เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่มีความสำคัญ และเก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ
เมืองบริสโทล ( Bristol ) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ
เมืองบอร์นมัธ ( Bournemouth ) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง
เมืองบาธ ( Bath ) เป็นเมืองตากอากาศที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ
เมืองเบอร์มิ่งแฮม ( Birmingham ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อกโกแลต ยี่ห้อ Canbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และมหาวิทยาลัยแอสทั่น
เมืองแมนเชสเตอร์ ( Manchester ) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เมืองไบร์ทตันและโฮพว์ ( Brighton and Hove ) เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ซึ่งชาวอังกฤษจะใช้เวลาว่างพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
0000000000000000000000
คุ่มือเลี้ยงแม่
แม่ เป็นภาระให้แก่ลูกทุกคนมาตั้งแต่เกิด นั่นเป็นความจริงที่เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ ก็ลองคิดดูสิ ตั้งแต่เราเกิดมา ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย อยู่ดีๆ ผู้หญิงคนนี้ก็มาโอบอุ้ม ถูกเนื้อต้องตัวเรา มิวายที่เราจะแหกปากร้องไห้ขับไล่ไสส่งยายผู้หญิงคนนี้ขนาดไหน เธอก็ยังพยายามปลอบโยน เห่กล่อมเราอยู่นั่นแหละ เป็นภาระให้เราต้องจำใจเงียบ ยอมนอนดูดนมเธออยู่จั่บๆๆ
พอเราเริ่มเตาะแตะ ตั้งไข่จะเดินไปไหนต่อไหนมั่ง คุณเธอก็ยังคอยเรียกหาเราอยู่นั่นแหละ "มานี่มาลูก มานี่มา อีกนิดเดียวลูก อีกนิดเดียว อีกก้าวเดียว" ไม่รู้จะเรียกทำไมนักหนา ไอ้เราก็เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ เห็นมั้ย เป็นภาระที่เราต้องเดินไปให้เธอกอดอีก
โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินอาหารได้ หล่อนก็เอาอะไรนักหนาไม่รู้ เละๆ เทะๆ มาบดให้เรากิน ไอ้เราจะไม่กินก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะน้อยใจ ก็เอาวะ เอาซะหน่อย เคี้ยวไปเเจ่บๆ อย่างนั้นแหละ แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยตายล่ะมั้งนั่นน่ะ กล้วยบดนะจ๊ะ เธอจ๋า ในปากฉันตอนนี้น่ะ ถ้าคิดว่ามันอร่อยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองทานเองดูมั่งล่ะ
ทีนี้พอเราเริ่มพูดจารู้เรื่องขึ้นมาหน่อย คราวนี้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้กลับขับไล่ไสส่งให้เราไปโรงเรียนซะอีก ไม่ไปก็ไม่ได้ด้วยนะ บางทีมีตีเราเข้าให้อีก ภาษาอะไรนักก็ไม่รู้ เอามาให้เราหัดอ่านหัดเรียนใช่มั้ย ลองคิดดูนะ สัปดาห์หนึ่งต้องไปโรงเรียนตั้งห้าวันน่ะ มันภาระหนักหนาแก่เราแค่ไหน แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวี ดูหนังการ์ตูน นอนดึกขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิ ใครกันเคี่ยวเข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้นะ ต้องบังคับให้เราไปนอนเป็นเพื่อนด้วย ใช่มั้ย
ที่พูดนี่ไม่ใช่ลำเลิกหรอกนะ เพียงแค่อยากให้เห็นใจกันบ้างเท่านั้น วันเวลาผ่านไป เราโตขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากจะทำผมทำเผ้า แต่งเนื้อเเต่งตัวให้มันดูอินเทรนด์ ดูทันสมัย ใคร ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการไม่คืบหน้าไปไหนเลย ว่ามั้ย
พอเราสำเร็จจบการศึกษาเเล้วเป็นยังไง... เธอร้องไห้ครับ เชื่อเถอะว่าเธอต้องร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นก็แปลว่าเธอต้องแอบร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตาย แล้วตัวเองแท้ๆ ที่เป็นคนเริ่มเรื่อง พอเราเรียบจบแทนที่จะดีใจดันมาร้องไห้ มีอย่างที่ไหน ดีนะ ว่าเราเข้าใจ คู่มือการเลี้ยงแม่ ก็เลยทำใจได้ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ขอไปฉลองการสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อนๆ ที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะมาให้นั่งดูผู้หญิงแก่ๆ นั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ใช่มั้ย
เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วนี่ คราวนี้ใครๆ ก็ต้องอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็เรื่องมาก ผมยาวไปมั่งล่ะ ดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ...แม่ แม่จะไปรู้อะไร แม่เคยคบกับเขาเหรอ ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่เขายังอยากรู้ไปจนถึงเรื่องอาชีพการงานด้วย ว่าเราจะไปทำอะไร อยากเป็นอะไร แม่ครับ แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั้ย พวกเราจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเรา ขอให้เราได้ตัดสินมันเอง แต่เรารับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่งว่า เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก... เชย
นับจากบรรทัดแรก จนมาถึงบรรทัดนี้ เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว สมควรที่พวกเราจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ มายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างที่แม่เคยพูดไง แล้วทำไมต้องมาทำตาละห้อยด้วยล่ะ วันที่เราย้ายออกมาน่ะ มันก็ไม่ได้ใกล้ มันก็ไม่ได้ไกลหรอกนะ ไอ้ที่ย้ายออกมาน่ะ แต่เวลามันรัดตัวจริงๆ ใช้โทร.คุยกันก็ได้นะแม่นะ ถึงวันที่เรามีลูก แม่ยังพยายามอยากมาทำตัวเป็นภาระกับลูกเราด้วย เราบอกแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก เราดูแลลูกของเราได้ เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนกับสมัยแม่แล้วล่ะ
แม่อายุเกือบหกสิบปีแล้ว โทร.มาไอแค่กๆ บอกไม่ค่อยสบาย เราบอกแม่ว่าอย่าคิดมาก ในใจเรารู้อยู่แล้วว่าแม่พยายามเรียกร้องความสนใจ นั่นเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของคุณแม่วัยนี้
จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่... ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ แม่อาจจะออกไปทำบุญที่วัดตามประสาคนแก่ก็ได้ ลองโทร.เข้ามือถือแม่ดูซิ ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก... อย่าเพิ่งด่วนสรุป มือถือแม่อาจจะแบตหมดก็ได้ ผู้หญิงคนนี้กระดูกเหล็กจะตายไป เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ ยังไงแม่ก็ต้องรอเราอยู่เหมือนเดิมน่ะแหละ ไปหาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอ อย่างมากแกก็อาจจะงอนนิดๆ หน่อยๆ พอเห็นหลานตัวเล็กๆ วิ่งเข้าไปกอดก็ขี้คร้านจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง
หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังไม่โทร.กลับมาอีกนะ ทำบุญตักบาตรก็ไม่น่าจะรอคิวนานขนาดนี้ ชาร์จแบตมือถือไม่เต็มก็เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นแบตเตอรี่รถสิบล้อป่านนี้ไฟทะลักแล้ว วันนี้แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณ ล้วนเเต่เป็นคำที่แม่คุณเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งสัมผัสได้ ภาพเก่าๆ มากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำวิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ.. เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิด แล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น
...แล้วคุณก็ได้เจอ คนที่คุณรู้สึกว่าเธอเป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด ...ผู้หญิงคนนั้น นอนตายในท่าที่คอยคุณมาตลอดชีวิต...
ที่มา : คอลัมน์ แกว่งเท้าหาเสี้ยน โดย พิง ลำพระเพลิง มติชน 10 มิถุนายน 2544
พอเราเริ่มเตาะแตะ ตั้งไข่จะเดินไปไหนต่อไหนมั่ง คุณเธอก็ยังคอยเรียกหาเราอยู่นั่นแหละ "มานี่มาลูก มานี่มา อีกนิดเดียวลูก อีกนิดเดียว อีกก้าวเดียว" ไม่รู้จะเรียกทำไมนักหนา ไอ้เราก็เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ เห็นมั้ย เป็นภาระที่เราต้องเดินไปให้เธอกอดอีก
โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินอาหารได้ หล่อนก็เอาอะไรนักหนาไม่รู้ เละๆ เทะๆ มาบดให้เรากิน ไอ้เราจะไม่กินก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะน้อยใจ ก็เอาวะ เอาซะหน่อย เคี้ยวไปเเจ่บๆ อย่างนั้นแหละ แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยตายล่ะมั้งนั่นน่ะ กล้วยบดนะจ๊ะ เธอจ๋า ในปากฉันตอนนี้น่ะ ถ้าคิดว่ามันอร่อยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองทานเองดูมั่งล่ะ
ทีนี้พอเราเริ่มพูดจารู้เรื่องขึ้นมาหน่อย คราวนี้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้กลับขับไล่ไสส่งให้เราไปโรงเรียนซะอีก ไม่ไปก็ไม่ได้ด้วยนะ บางทีมีตีเราเข้าให้อีก ภาษาอะไรนักก็ไม่รู้ เอามาให้เราหัดอ่านหัดเรียนใช่มั้ย ลองคิดดูนะ สัปดาห์หนึ่งต้องไปโรงเรียนตั้งห้าวันน่ะ มันภาระหนักหนาแก่เราแค่ไหน แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวี ดูหนังการ์ตูน นอนดึกขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิ ใครกันเคี่ยวเข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้นะ ต้องบังคับให้เราไปนอนเป็นเพื่อนด้วย ใช่มั้ย
ที่พูดนี่ไม่ใช่ลำเลิกหรอกนะ เพียงแค่อยากให้เห็นใจกันบ้างเท่านั้น วันเวลาผ่านไป เราโตขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากจะทำผมทำเผ้า แต่งเนื้อเเต่งตัวให้มันดูอินเทรนด์ ดูทันสมัย ใคร ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการไม่คืบหน้าไปไหนเลย ว่ามั้ย
พอเราสำเร็จจบการศึกษาเเล้วเป็นยังไง... เธอร้องไห้ครับ เชื่อเถอะว่าเธอต้องร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นก็แปลว่าเธอต้องแอบร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตาย แล้วตัวเองแท้ๆ ที่เป็นคนเริ่มเรื่อง พอเราเรียบจบแทนที่จะดีใจดันมาร้องไห้ มีอย่างที่ไหน ดีนะ ว่าเราเข้าใจ คู่มือการเลี้ยงแม่ ก็เลยทำใจได้ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ขอไปฉลองการสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อนๆ ที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะมาให้นั่งดูผู้หญิงแก่ๆ นั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ใช่มั้ย
เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วนี่ คราวนี้ใครๆ ก็ต้องอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็เรื่องมาก ผมยาวไปมั่งล่ะ ดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ...แม่ แม่จะไปรู้อะไร แม่เคยคบกับเขาเหรอ ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่เขายังอยากรู้ไปจนถึงเรื่องอาชีพการงานด้วย ว่าเราจะไปทำอะไร อยากเป็นอะไร แม่ครับ แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั้ย พวกเราจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเรา ขอให้เราได้ตัดสินมันเอง แต่เรารับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่งว่า เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก... เชย
นับจากบรรทัดแรก จนมาถึงบรรทัดนี้ เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว สมควรที่พวกเราจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ มายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างที่แม่เคยพูดไง แล้วทำไมต้องมาทำตาละห้อยด้วยล่ะ วันที่เราย้ายออกมาน่ะ มันก็ไม่ได้ใกล้ มันก็ไม่ได้ไกลหรอกนะ ไอ้ที่ย้ายออกมาน่ะ แต่เวลามันรัดตัวจริงๆ ใช้โทร.คุยกันก็ได้นะแม่นะ ถึงวันที่เรามีลูก แม่ยังพยายามอยากมาทำตัวเป็นภาระกับลูกเราด้วย เราบอกแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก เราดูแลลูกของเราได้ เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนกับสมัยแม่แล้วล่ะ
แม่อายุเกือบหกสิบปีแล้ว โทร.มาไอแค่กๆ บอกไม่ค่อยสบาย เราบอกแม่ว่าอย่าคิดมาก ในใจเรารู้อยู่แล้วว่าแม่พยายามเรียกร้องความสนใจ นั่นเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของคุณแม่วัยนี้
จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่... ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ แม่อาจจะออกไปทำบุญที่วัดตามประสาคนแก่ก็ได้ ลองโทร.เข้ามือถือแม่ดูซิ ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก... อย่าเพิ่งด่วนสรุป มือถือแม่อาจจะแบตหมดก็ได้ ผู้หญิงคนนี้กระดูกเหล็กจะตายไป เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ ยังไงแม่ก็ต้องรอเราอยู่เหมือนเดิมน่ะแหละ ไปหาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอ อย่างมากแกก็อาจจะงอนนิดๆ หน่อยๆ พอเห็นหลานตัวเล็กๆ วิ่งเข้าไปกอดก็ขี้คร้านจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง
หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังไม่โทร.กลับมาอีกนะ ทำบุญตักบาตรก็ไม่น่าจะรอคิวนานขนาดนี้ ชาร์จแบตมือถือไม่เต็มก็เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นแบตเตอรี่รถสิบล้อป่านนี้ไฟทะลักแล้ว วันนี้แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณ ล้วนเเต่เป็นคำที่แม่คุณเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งสัมผัสได้ ภาพเก่าๆ มากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำวิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ.. เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิด แล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น
...แล้วคุณก็ได้เจอ คนที่คุณรู้สึกว่าเธอเป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด ...ผู้หญิงคนนั้น นอนตายในท่าที่คอยคุณมาตลอดชีวิต...
ที่มา : คอลัมน์ แกว่งเท้าหาเสี้ยน โดย พิง ลำพระเพลิง มติชน 10 มิถุนายน 2544
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)