หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

"ลินเดา" ความงามที่แท้ของเยอรมนี

บนแผ่นกระดาษในโลกของนวนิยาย ผู้คนต่างรู้จัก "แชงกรีลา" ดินแดนแห่งความสุขสงบ สันติ และสวยงาม ผ่านเรื่อง "ลอส ฮอริซัน" (Lost Horizon) นวนิยายอมตะของเจมส์ ฮิลตัน (James Hilton) เรื่องราวของพระเอกนักการทูตหนุ่มชาวอังกฤษ ที่ถูกลักพาตัวไปยังเทือกเขาหิมาลัย กระทั่งนำไปสู่เมือง "แชงกรีลา" ในที่สุด

"แชงกรีลา" ในความรู้สึกนึกคิดของคนอ่านและติดตามนิยาย คือเมืองสวยงามราวความฝัน ยิ่งกว่านั้น ผู้คนมีอายุยืนยาวและอยู่อย่างพอเพียง "แชงกรีลา" จึงกลายมาเป็นฉายาที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกพยายามจะสถาปนาให้เมืองในประเทศของตัวเองได้เป็น



เมืองลินเดา ประเทศเยอรมนี ก็เช่นกัน ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวให้เป็น "แชงกรีลา" แห่งเยอรมนี



เกาะขนาดเล็กทางตอนใต้ของประเทศแห่งนี้ อยู่ริมฝั่งทะเลสาบคอนสแตนซ์ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับของยุโรป

หากดูตามแผนที่ ลินเดา ตั้งอยู่ในเขตชายแดนระหว่างสามประเทศ คือออสเตรีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเกาะซุกตัวอยู่ในทะเลสาบคอนสแตนซ์ และมีภูเขาแฟนเดอร์ตั้งตระหง่านอยู่


"ลินเดา" ได้รับการขนานนามครั้งแรกโดยนักบวชผู้มาจากเซนต์กัลเลน (ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของสวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งกล่าวว่าท่านเคานท์แห่งเมืองราเอเทีย นามว่าอดัลเบิร์ต เป็นผู้ค้นพบสำนักนักบวชหญิงบนเกาะแห่งนี้ ชาวโรมันมาตั้งรกรากที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ซึ่งในปัจจุบันมีร่องรอยอยู่ในเมืองเอสชาช


ในปี ค.ศ.1180 มีผู้ค้นพบโบสถ์เซนต์สตีเฟนบนเกาะ ปี ค.ศ.1124 กลุ่มผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายแฟรนซิสกัน (คริสต์นิกายหนึ่งที่ก่อตั้งโดยนักบวชนามว่าเซนต์ ฟรานซิส ออฟ แอสสิสิ นักบวชนิกายนี้ใส่ชุดติดกันที่มีฮู้ดสีน้ำตาล) เริ่มก่อตั้งโบสถ์บนเกาะแห่งนี้ กระทั่งกลายมาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรโรมัน ภายใต้การปกครองของกษัตริย์รูดอล์ฟที่ 1


ในประวัติศาสตร์ลินเดา มีเรื่องเศร้าใจเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1430 เมืองของชาวยิวราว 15 เมืองบนเกาะถูกเผา เนื่องจากชาวยิวถูกกล่าวหาว่าฆ่าเด็กชาวคริสต์ จากนั้นต่อมาหลังจากสงครามสามสิบปี (สงครามใหญ่ในยุโรประหว่างปี 1618-1648 เกิดขึ้นในพื้นที่เยอรมนีเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุของสงครามระบุได้ไม่แน่ชัดนัก แต่ตอนเริ่มต้นเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่างนิกายโปรเตสแตนต์กับนิกายคาทอลิก ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรโรมัน) เกาะลินเดาได้จัดงาน "ชิลเดรน เฟสติวัล" เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาสงครามที่ผ่านมา


หลังจากการล่มสลายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรโรมัน ลินเดาตกอยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์
คาร์ล ออกูสต์ วอนเบรต์เซนเฮม (Karl August von Bretzenheim) และปี ค.ศ.1804 กษัตริย์คาร์ลยกเกาะลินเดาให้แก่ประเทศออสเตรีย ปีถัดมาออสเตรียก็คืนเกาะลินเดาให้รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี


เกาะแห่งนี้มีทางเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ คือสะพานรถยนต์และทางรถไฟ


ด้านหน้าเมือง เป็นท่าเรือมีประติมากรรมรูปสิงโตตั้งตระหง่าน เคียงคู่กับประภาคารบาวาเรียเพียงหนึ่งเดียวของลินเดา ซึ่งสร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์โดดเด่น


ด้านหน้าเมืองที่มีรูปปั้นสิงโต มักเป็นจุดเริ่มต้นของการนัดหมาย และการเริ่มต้นเที่ยวชมเมืองแห่งนี้ เลาะเลียบไปตามแนวท่าเรือเป็นร้านกาแฟ และโรงแรมหรูหรา และหากตรงเข้าไปถนนสายหลักชื่อ "แมกซิมมิลเลี่ยน" ขาช็อปทั้งหลายคงต้องร้องกรี๊ดถูกใจ เพราะร้านสินค้าแบรนด์เนม ตกแต่งสวยงามด้วยสินค้าขึ้นป้าย "New Arrival" เรียงรายยั่วกิเลส สลับด้วยร้านอาหารรสเลิศ และร้านสินค้างานฝีมือพวกแฮนด์เมด แต่พอถามราคาต้องบอกว่า "แพงเอาการ"


ถนนแมกซิมมิลเลี่ยน ยังคงสภาพความเป็นถนนยุคโบราณ คือเป็นแผ่นศิลาแลงเรียงอัดแน่น ซึ่งทางเมืองเก็บรักษาเอาไว้ สองข้างทางเป็นบ้านขุนนางเก่าร่ายมนต์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหลาย บางหลังดัดแปลงเป็นร้านกาแฟ หรือเกสต์เฮาส์ อาคารบางแห่งนำมาใช้เป็นสำนักงานของรัฐบาลท้องถิ่น โบราณสถานสุดยอดของเมือง คือศาลากลางยุคเก่าอันใหญ่โต ที่ผนังเป็นภาพเขียนสี และโบสถ์เซนต์สเตฟาน


ชาวเมืองเล่าให้ฟังว่าเคยเกิดไฟไหม้กลางเมือง ทำให้ส่วนใหญ่ของเมืองได้รับความเสียหาย หลังไฟไหม้แล้ว ในปี ค.ศ.1728 มีการสร้างโบสถ์ขึ้นมาใหม่ในสไตล์บาโรค โดยสถาปนิกช่างใหญ่ชื่อ Giovanni Gaspare Bagnato


รอบเกาะมีทางเดินเท้าตลอดแนวทะเลสาบ เช้า ๆ และเย็น ๆ มักจะมีคนมาวิ่งออกกำลังกาย บางครั้งนอนเปลือยอกอาบแดดกันก็มี ถ้าวันนั้นท้องฟ้าแจ่มใส มีแดดแรง ส่วนอื่น ๆ ของเมืองนั้นก็มักจะทำเป็นสวนหย่อม หรือปลูกดอกไม้เลื้อยคลุมดินให้แพร่กระจายไปตามทางลาดชันของพื้น


อีกแห่งของเมืองลินเดาที่นักท่องเที่ยวไม่พลาด คือ เกาะไมเนา เกาะดอกไม้และสวนพฤกษศาสตร์ เป็นจุดท่องเที่ยวที่นิยมที่สุดในเยอรมนี เพราะมีสถิติบันทึกจำนวนนักท่องเที่ยวไปเยือนนับล้านคน ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่หน่อดอกไม้จำนวนมหาศาลเริ่มผลิบานไปจนถึง ปลายฤดูใบไม้ผลิ จะมีดอกกุหลาบนานาพันธุ์ ดอกรักเร่ และต้นไม้ใหญ่ แปลก ๆ เต็มทั้งเกาะ


ในช่วงหนึ่งของการเดินทางแห่งชีวิต "แชงกรีลา" อาจเป็นดินแดนที่ฝันหา โดยไม่เคยรู้ว่าสภาพที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร ขณะที่  "ลินเดา" เป็นเพียงภาพจำลองของแชงกรีลาตามความรู้สึกนึกคิด หากแต่สัมผัสได้ถึงความงาม สงบ และสันติ อย่างแท้จริง


Dlife@ประชาชาติธุรกิจ
เรื่อง : สกุณา ประยูรศุข
วันที่ 22 กันยายน 2554

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

กินให้ถูกกับราศี

เอาใจคนชอบตรวจดวงชะตาราศีกันสักนิด (เชื่อว่ามีเยอะอยู่) ขอหยิบยกเรื่องการกินให้ถูกกับราศีของแต่ละคนมาบอกกล่าว

ราศีมังกร ( 22 ธันวาคม - 19 มกราคม ) ชาวราศีมังกรเป็นคนหัวโบราณ และขี้เหนียว จึงมักกินอาหารประหยัด ประเภท อาหารจานเดียวซะมากกว่าอาหารราคาแพงที่จัดแต่งสวยงาม ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ไม่ค่อยชอบลองของใหม่


ราศีกุมภ์ ( 20 มกราคม - 18 กุมภาพันธ์ ) ใช้ชีวิตคล่องแคล่ว และดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เนื่องจากในวันแต่ละวันจะใช้พลังงานค่อนข้างมาก จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ชอบดื่มไวน์เคล้าอาหารเย็นรสเลิศ และถึงแม้ว่าจะกินมากแค่ไหน ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และความอ้วนเลย



ราศีมีน ( 19 กุมภาพันธ์ - 20 มีนาคม ) รักความรื่นรมย์ในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการดื่ม และการกิน จนได้ชื่อว่า กินเก่ง ชอบลิ้มลองอาหาร หรือขนมขบเคี้ยวใหม่ๆ แล้วตามด้วยมื้อใหญ่เด็ดๆ ไปบอกให้เค้าเพลาๆ เรื่องกิน เค้าโกรธนะ ความเจ้าอารมณ์ของชาวราศีนี้ ทำให้ต้องกินเพื่อดับความเศร้า ถึงจะพยายามจำกัดอาหาร แต่ก็อดดื่มไวน์สักแก้วไม่ได้


ราศีเมษ ( 21 มีนาคม - 20 เมษายน ) ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก เพราะมีอะไรให้ทำอยู่ตลอดเวลา ต้องทำโน่น ทำนี่ หรือไม่ก็เล่นกีฬา ถ้ามีปัญหาเรื่องการกิน เห็นจะมีอยู่เรื่องเดียว งานยุ่งจนไม่มีเวลากินอาหารเป็นเรื่องเป็นราว ชาวราศีนี้รักษาความฟิตได้สบายๆ ส่วนข้อเสียที่แก้ไม่หายคือ อดทนกินอะไรติดต่อกันนานเกินควร ฉะนั้นควรดูแลตัวเองให้กินครบ 5 หมู่หน่อยแล้วล่ะ


ราศีพฤษภ ( 21 เมษายน - 21 พฤษภาคม ) ชาวราศีนี้รักการกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารแปลกๆ หรือ 'ถึงเครื่อง' ชาวราศีพฤษภชอบคิดค้นทำเมนูอาหารใหม่ๆ อยู่เสมอเลย ถึงจะสนุกกับการกิน แต่ถ้าต้องลดน้ำหนักก็ทำได้ไม่ยาก แต่ถ้าวันใดที่รู้สึกหดหู่ หรือรู้สึกแย่ จะทำให้ทานเยอะผิดปรกติ "จุ๊ จุ๊" นี่เป็นนิสัยอันตรายนะ ระวังหน่อย!


ราศีเมถุน ( 22 พฤษภาคม - 21 มิถุนายน ) ไม่ค่อยปล่อยให้ตัวเองหิว แต่โชคดีที่สามารถเผาผลาญพลังงานได้อย่างรวดเร็ว จนไม่มีเหลือเก็บไปพอกตามจุดต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ชาวราศีเมถุนยังเป็นคนขี้เบื่อ ชอบเปลี่ยนรายการอาหารไปเรื่อยๆ ฉะนั้นวิธีการกินที่เหมาะสมสำหรับชาวราศีนี้คือ กินมื้อละน้อยๆ แต่กินบ่อยๆ


ราศีกรกฎ ( 22 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม ) ชอบทานอาหารพื้นๆ มากกว่าอาหารแปลกๆ มักกินมังสวิรัติ หรือไม่ก็กินแต่อาหารธรรมชาติ อย่างไรก็ตามชาวราศีนี้มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย พอมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจก็จะหลบไปหาอะไรทานให้สบายตามลำพัง


ราศีสิงห์ ( 23 กรกฎาคม - 23 สิงหาคม ) ชอบกินต้องกินอย่างน้อยสามมื้อต่อวัน แถมยังมีนมเนยบ้าง ชอบกินของหนัก เน้นปริมาณมากกว่าอาหารหรูดูสวย ชาวสิงห์ชอบกินข้าวนอกบ้าน และกินได้ทุกสถานที่ ชาวราศีนี้อ้วนง่าย แต่ก็ลดได้เร็วเนื่องจากเผาผลาญพลังงานได้ดี


ราศีกันย์ ( 24 สิงหาคม - 22 กันยายน ) คนเจ้าหลักการ อะไรก็ต้องถูกต้องสมบูรณ์แบบ ก็เลยจู้จี้เรื่องอาหาร มักจะกังวลว่าตัวเองจะกินของไม่ดีเข้าไป ดังนั้นเราจึงมักเห็นชาวราศีนี้ชอบทานมังสวิรัติ นอกจากนี้ยังวิตกเรื่องสุขภาพของตนจนเกินเหตุ จึงฉลาดเลือกอาหาร และใส่ใจอาหารเพื่อสุขภาพเสมอ


ราศีตุลย์ ( 22 กันยายน - 22 ตุลาคม ) ชอบทานอาหารดีๆ ตามด้วยขนมหวานประเภทฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด แถมด้วยช็อคโกแล็ตล้างปากอีกต่างหาก ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมชาวราศีนี้มักมีปัญหาเรื่องส่วนเกินเสมอๆ และการที่ชอบการใช้ชีวิตที่สวยงาม และสมดุลเป็นที่สุด ทั้งๆ ที่รู้ว่าการตามใจปากไม่ดี แต่ก็อดใจไม่ได้ จนกว่าเข็มเบนเครื่องชั่งจะเพิ่มขึ้น นั่นแหละ ถึงจะพยายามเพลาๆ ลง


ราศีพิจิก ( 23 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายน ) มองการกินอาหารเป็นเรื่องโรแมนติกที่แสนจะหวาบหวาม ทำให้กระเพาะครากอยู่บ่อยๆ ถ้าชอบกินอะไรก็จะกินทีละเยอะๆ อาหารจานโปรดคือ พวกอาหารรสเครื่องเทศ ชาวราศีนี้ยังชอบลงมือทำเอง ชอบลองทำอาหารใหม่ๆ เปลี่ยนรสไปเรื่อยๆ


ราศีธนู ( 23 พฤศจิกายน - 21 ธันวาคม ) ชาวราศีธนูไม่ค่อยอยู่กับที่ และรีบเร่งตลอดเวลา ถ้าเดินทางไปประเทศไหน ก็ชอบชิมอาหารพื้นเมืองของประเทศนั้น เป็นประเภทกินเร็ว กินจุ เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา ทำให้ชาวราศีนี้ไม่ค่อยคำนึงถึงคุณค่าทางอาหาร หรือเลือกกินเฉพาะอาหารแคลลอรี่ต่ำ เราจึงมักพบเห็นชาวราศีธนูตามร้านฟาสต์ฟู้ดมากกว่าชาวราศีอื่น

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

ศรีอยุธยา (6)

ในรัชกาลสมเด็จพระมหินทราธิราช กษัตริย์รัชกาลที่ 17 กรุงศรีอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าโดยราบคาบใน พ.ศ. 2112 หลังจากที่ตั้งกรุงมาได้ 219 ปี กษัตริย์พม่าที่ยกทัพมาตีคือพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เป็นอัน ปิดฉากยุคแรกของศรีอยุธยาราชธานีของพระเจ้าอู่ทอง

ว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว พระมหาธรรมราชา เจ้าเมืองพิษณุโลก ลูกเขยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ น้องเขยสมเด็จพระมหินทราธิราช มีบทบาทเข้าด้วยกับฝ่ายบุเรงนอง (พม่าเรียกบาเยียนนองหรือพระเจ้ากยอดินนรธา) อยู่มาก ถ้าไม่คิดว่าเป็นพระราชบิดาสมเด็จพระนเรศวรก็น่าจะมีเหตุให้ถูกติฉินว่าร้ายได้ แต่เมื่อมาคิดว่าทรงมีส่วนสำคัญในการช่วยพระนเรศวรกอบกู้บ้านเมืองจนพ้นจากเงื้อมมือพม่าในเวลาต่อมา ก็ต้องถือว่าอาจเป็นการเดินแผนเดินอุบายอดเปรี้ยวไว้กินหวาน หวานต้องอมขมต้องกลืนก็ได้


ข้อสำคัญคือเรื่องเก่า ๆ ในทางประวัติศาสตร์นั้น เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงยากจะรู้ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร ยิ่งเป็นอุบายการศึก แม้แต่คนเขียนพงศาวดารก็ยังยากจะรู้เบื้องหลังได้ คนรุ่นหลังจึงยิ่งไม่รู้ความใน

ถ้าให้ว่าไปตามข้อสันนิษฐานต้องเข้าใจว่าพระมหาธรรมราชาซึ่งเดิมเป็นขุนพิเรนทรเทพ เป็นคนเก่ง คนกล้า รักบ้านเมือง มิฉะนั้นจะยึดอำนาจจากขุนวรวงศาธิราชมาถวายพระเทียรราชาได้อย่างไร แต่ต้องจำด้วยว่าท่านมีเชื้อสายเจ้านายสุโขทัย สุโขทัยนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอยุธยามาก่อนจนสุโขทัยค่อย ๆ ถูกอยุธยากลืน ลึก ๆ แล้วพระมหาธรรมราชาจึงอาจฝังใจบางอย่างและกินใจกับเจ้านายสายอยุธยาโดยเฉพาะราชวงศ์สุวรรณภูมิอยู่บ้างก็ได้

ในส่วนของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เจ้านายผู้มีพระคุณและพ่อตานั้นคงไม่กระไร แต่กับสมเด็จพระมหินทราธิราช พี่เมีย น่าจะกินใจไม่ถูกเส้นกันอยู่ ข้างพม่าเองก็คงยุแยงพระมหาธรรมราชาตามหลักแบ่งแยกแล้วปกครองด้วย ข้อสำคัญคือ เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้สติฟั่นเฟือนจนถูกขุนนางหลอกพาเข้าป่าจับปลงพระชนม์ บุเรงนองขึ้นเป็นกษัตริย์เริ่มราชวงศ์ใหม่ กิตติศัพท์ของบุเรงนองในฐานะผู้ชนะสิบทิศนั้นใครได้ยินก็ครั่นคร้าม พระมหาธรรมราชาน่าจะรู้ดีว่าไร้ประโยชน์จะไปขวางทางปืนพม่า มีแต่จะโอนอ่อนให้พม่าไว้ใจแล้วค่อยคิดแก้ไขเอาทีหลัง

พระไชยเชษฐา กษัตริย์ลาวองค์ที่สละบัลลังก์เชียงใหม่ไปครองกรุงศรีสัตนาคนหุตเคยมีสาส์นมาขอพระเทพกษัตรี ราชธิดาองค์เล็กของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิไปเป็นมเหสี พระมหาธรรมราชาไม่อยากให้น้องเมียได้กับกษัตริย์ลาวจึงไปทูลบุเรงนองจนพม่าแต่งทัพมาดักชิงตัวไปกลางทาง เรื่องนี้สมเด็จพระมหาจักรพรรดิโกรธลูกเขยมาก

คราวหนึ่งสมเด็จพระมหินทราธิราชยกทัพจะไปตีพิษณุโลกเพราะเขม่นน้องเขยเต็มกำลังและคงคิดว่าเอาใจออกห่าง พระมหาธรรมราชาจึงไปเฝ้าพระเจ้าบุเรงนองถึงหงสาวดีเป็นครั้งแรก บุเรงนองปลาบปลื้มมากว่ามาสวามิภักดิ์ จึงตั้งเป็นเจ้าฟ้าสองแควครองพิษณุโลกในฐานะเมืองประเทศราชนับแต่นั้น สมเด็จพระ
มหินทราธิราชเข้าตีพิษณุโลกไม่ได้แต่ก็นำพระวิสุทธิกษัตรี น้องสาวและพระเอกาทศรถ หลานลุงกลับลงมาอยุธยา เรียกว่าจะตัดญาติพรากผัวพรากเมียกันล่ะ

เรื่องนี้พม่าคงยิ้มแก้มปริว่า “เอาจนอยุธยาแตกกันเองหมดแล้ว” พระเจ้าบุเรงนองจึงนำทัพใหญ่บุกลงมาตีกรุงศรีอยุธยา พระมหาธรรมราชานำทัพจากพิษณุโลกมาสมทบด้วย ล้อมกรุงได้ 7 เดือน ก็ตีอยุธยาแตก

เราเสียกรุงแก่พม่าสองครั้ง ครั้งแรกปี 2112 ในรัชกาลสมเด็จพระมหินทราธิราช ครั้งหลังปี 2310 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ห่างกัน 198 ปี แต่ในการเสียกรุงครั้งแรก ชั่วดีถี่ห่างคงต้องรับว่ามือชั้นผู้ชนะสิบทิศ ไม่ใช่ “โจรกระจอก” เพราะเข้ามาอย่างกษัตริย์ พม่าแทบจะไม่ได้ทำลายบ้านเมืองวัดวังเหมือนจะเหยียบกรุงให้รู้ว่า “ไผเป็นไผ” เท่านั้น หลังจากบุเรงนองกลับไป อยุธยายังอยู่ได้เป็นปกติแต่ในฐานะเมืองประเทศราชซึ่งแปลว่าเมืองขึ้นแต่มีกษัตริย์ปกครองเองได้ แต่ในการเสียกรุงครั้งที่สอง ทัพพม่านำโดยแม่ทัพชื่อเนเมียวสีหบดี (กษัตริย์พม่าในเวลานั้นไม่ได้มา) ประพฤติดังโจรไล่ฆ่าฟันผู้คนและเผาบ้านเผาเมือง 7 วัน 7 คืน จนราบเรียบ ฟื้นอีกไม่ได้เลย สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงเรียกว่า “ปล้นพระนคร”

คนไทยไม่น้อยพลอยหลงรักจะเด็ดหรือบุเรงนองไปแล้วด้วยซ้ำ เวลาร้อง “ฟ้าลุ่มอิระวดี คืนนี้มีแต่ดาว” ก็ทำตาปรอยตามชรินทร์ไปด้วย

บุเรงนองกวาดต้อนชาวอยุธยาเป็นเชลยไปพม่า ทิ้งไว้ราว 1 หมื่นคนเพื่อไม่ให้คิดการใหญ่ แล้วตั้งพระมหาธรรมราชาเป็นกษัตริย์อยุธยา พระมหาธรรมราชาถวายลูกสาวชื่อพระสุพรรณกัลยาและลูกชายชื่อพระนเรศวรกลับไปพม่าด้วย (พระนเรศวรอาจไปอยู่พม่าก่อนแล้ว) ส่วนสมเด็จพระมหินทราธิราชก็โดยเสด็จตามไปในขบวนด้วยอย่างผู้แพ้แต่สวรรคตเสียที่กลางทาง

ย้อนไปว่ากษัตริย์ครั้งกรุงสุโขทัยตั้งแต่ก่อนเกิดอยุธยานั้นรู้จักกิตติศัพท์ของกษัตริย์อินเดียพระองค์หนึ่งดีคือพระเจ้าอโศก ผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ต่อพระพุทธศาสนาในอินเดีย ลังกา และสุวรรณภูมิ เคยส่งพระมาเป็นสมณทูตจนดินแดนแถบนี้นับถือพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ราว พ.ศ. 300 สุโขทัยคงรู้เรื่องนี้และฝังใจมาจากพระที่มาจากนครศรีธรรมราช กษัตริย์สุโขทัยตั้งแต่พญาลิไทลงมาจึงมีพระนามว่าพระมหาธรรมราชาเช่นเดียวกับพระนามของพระเจ้าอโศก (นครฯ เรียกว่าพญาศรีธรรมาโศกราชมหาธรรมราชา)

การที่ขุนพิเรนทรเทพได้เป็นพระมหาธรรมราชาจึงเป็นการใช้ชื่อเจริญรอยตามกษัตริย์สุโขทัยเพราะทรงมีเชื้อสายสุโขทัย เมื่อครองราชย์เป็นกษัตริย์อยุธยารัชกาลที่ 18 ก็ได้ใช้พระนามว่าสมเด็จพระสรรเพชญ ซึ่งเป็นพระนามพระพุทธเจ้า ไม่ยอมใช้พระรามาธิบดีหรือพระบรมราชาธิบดีอันเป็นนามพระเป็นเจ้าของแขกตามแบบกษัตริย์อยุธยาพระองค์ก่อน ๆ

เมื่อสิ้นสมเด็จพระมหินทราธิราช นักประวัติศาสตร์ถือว่าสิ้นราชวงศ์สุวรรณภูมิ (นับจากสมเด็จพระบรมราชาหรือขุนหลวงพงั่ว) และเริ่มราชวงศ์พระร่วงในรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชา (สมเด็จพระสรรเพชญ) ต่อไป โดยถือว่าเป็นวงศ์เชื้อสายพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย

มีเรื่องแปลกว่าคนไทยรู้จักพระสุพรรณกัลยาดีว่าเป็นพระราชธิดาสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่ยกถวายบุเรงนอง และเป็นพระพี่นางของสมเด็จพระนเรศวร แต่พงศาวดารไทยกลับไม่ได้กล่าวถึง ไปปรากฏแต่ในพงศาวดารพม่า นักประวัติศาสตร์ไทยบางคนจึงสงสัยว่ามีตัวตนจริงไหม

พระนเรศวร (พม่าเรียกพระนเรศ) ไปอยู่พม่าตั้งแต่เด็กในฐานะตัวประกัน ช่วงนี้มีตำนานมากมาย เช่น เรื่องที่บุเรงนองเมตตามากว่าเก่งและฉลาด จนพระราชโอรสคือมังไชยสิงห์ (มังก็คือหม่องที่เรียกกันในภาษาไทย) และพระราชนัดดาคือมังสามเกียดริษยา เรื่องพระนเรศวรชนไก่กับมังสามเกียด “ไก่เชลยนี้เก่งนัก” เรื่องพระนเรศวรทรงพบรักกับเจ้าขรัวมณีจันทร์ ฯลฯ แต่ต่อมาก็ได้กลับมาอยู่อยุธยา พระราชบิดาส่งขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลกในฐานะอุปราชเมื่อพระชนมายุ 16 ปี

ที่พิษณุโลกยังมีซากวังพระนเรศวรอยู่ตรงข้ามวัดพระพุทธชินราช ผมเคยไปตรวจราชการพบว่ามีการสร้างโรงเรียนทับไว้แต่ขุดลงไปพบหลักฐานมากมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างขุดค้นตกแต่ง ส่วนที่อยุธยาก็มีวังจันทร์เกษมไว้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จลงมาราชการ

เมื่อพระเจ้าบุเรงนองสวรรคต (พม่ายกย่องว่าเป็นมหาราช) มังไชยสิงห์ พระราชโอรสได้เป็นกษัตริย์ชื่อพระเจ้านันทบุเรง ส่วนพระโอรสของพระเจ้านันทบุเรงที่ชื่อมังสามเกียดได้เป็นพระมหาอุปราชามังกะยอชวา องค์นี้มีอายุแก่กว่าพระนเรศวร พระนเรศวรจึงเรียก “เจ้าพี่” และเป็นองค์เดียวกับที่ทำยุทธหัตถีกับพระนเรศวร

พระนเรศวรเป็นผู้แทนอยุธยาขึ้นไปงานพระบรมศพบุเรงนองและแสดงความสวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์พม่าพระองค์ใหม่ตามธรรมเนียมเจ้าประเทศราช เจ้าเมืองลุมและเมืองคังอีกสองเมืองขึ้นกลับแข็งข้อไม่ยอมมาสวามิภักดิ์ กษัตริย์พม่าจึงให้พระมหาอุปราชา พระสังขทัต และพระนเรศวรผลัดกันองค์ละวันไปปราบโชว์ฝีมือว่าใครแน่กว่ากัน เจ้าพม่าสององค์แรกแพ้ราบ วันที่สามพระนเรศวรวางแผนล้อมหน้าล้อมหลังยกเข้าตีจนชนะ พม่าเริ่มตระหนักแล้วว่า “เจ้าอยุธยาคนนี้ไม่เบา”

สมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งอยุธยาทรงทราบแล้วว่าสิ่งที่ทรงรอคอยมานานคือการที่อยุธยาเป็นอิสระจากพม่าบัดนี้อยู่ไม่ไกลแล้ว!

อยู่มาเมืองอังวะซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงอาณาจักรพม่ามาแต่เดิมจนพม่าอีกสายแยกไปตั้งกรุงตองอูเป็นเมืองหลวงแล้ววกมาปราบทั้งพม่าอังวะ และมอญหงสาวดีเริ่มเข้มแข็งขึ้นอีกจนเป็นขบถ พระเจ้านันทบุเรงสั่งเมืองขึ้นทั้งหมดให้ยกทัพไปช่วยกันปราบ สำหรับอยุธยานั้นให้ยกทัพไปสมทบที่เมืองแครง (เคยเป็นของอาณาจักรมอญ) ส่วนพระองค์เองยกทัพนำหน้าไปล้อมเมืองอังวะก่อน และนัดแนะกับพระมหาอุปราชา พระราชโอรสว่าเมื่อพระนเรศวรยกทัพมาถึงเมืองแครง เจ้าคนนี้เก่งนักนานไปเป็นอันตรายจึงนัดแนะให้พระยาเกียรติ พระยาราม ขุนนางมอญลอบฆ่าเสียที่เมืองแครงแล้วกวาดต้อนทัพไทยรวมเป็นทัพหงสาวดียกไปตีอังวะ

พระยาเกียรติ พระยารามเล่าอุบายนี้ให้พระมหาเถรคันฉ่องฟัง ในหนังท่านมุ้ย สรพงศ์ ชาตรี เล่นเป็นพระมหาเถร คนเหล่านี้เป็นมอญซึ่งเกลียดพม่าเป็นทุนอยู่แล้วจึงชวนกันไปทูลพระนเรศวรเล่าอุบายพม่า พระนเรศวรกริ้วมากว่าพม่าระแวงคิดร้ายต่อพระองค์ก่อนจึงเป็นโอกาสจะแยกตัวได้แล้ว ทรงสั่งให้เลิกทัพกลับอยุธยาทันที

ก่อนออกจากเมืองแครง ในเดือน 6 ปีวอก พ.ศ. 2127 (หลังเสียกรุง 15 ปี) พระนเรศวรประกาศอิสรภาพหลั่งทักษิโณทกลงบนแผ่นดินแครง ประกาศว่านับแต่นี้ไปกรุงศรีอยุธยาและกรุงหงสาวดีเป็นอันขาดไมตรีกัน ขอฟ้าดินจงเป็นพยานเถิด

วันนี้คือวันประกาศอิสรภาพของไทย แต่เป็นการประกาศฝ่ายเดียว พม่าจะยอมรับหรือไม่ยังต้องดูว่ารบรากันต่อไป
อีกไหม ใครชนะ

แต่ที่แน่คือ “ผู้พันเบิร์ด” คุณวันชนะ สวัสดี นายทหารที่เล่นหนังท่านมุ้ยเป็นพระนเรศวรนั้นเล่นได้ดีนักหนา ดูแข็งแกร่ง กล้าหาญ หน้าตาดี มีสง่าแต่ไม่ถึงกับสำอาง และดูโบราณเป็นไทยสมัยนั้นดี!

เรื่องของพระนเรศวรเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของท่านมุ้ยจึงต้องสร้างตั้งหลายภาค ทุ่มทุนหลายร้อยล้านบาท ชีวิตของพระองค์เป็นมหาวีรกรรมที่คนไทยต้องเรียนรู้ สิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรแล้ว พม่าไม่เคยมาเหยียบอยุธยาอีกเลยร่วม 200 ปี

เคยนึกเล่น ๆ ว่าถ้าวันนั้นไม่มีคนอย่างสมเด็จพระนเรศวร ป่านนี้ผมอาจเป็นหม่องนุ่งโสร่งเดินขายหมากขายพลูอยู่แถวชเวดากองหรือไม่ก็เป็นพม่าแทงกบอยู่ตามชายแดน หรือไม่อีกทีก็เข้าพวกไปกับ ออง ซาน ซูจี รู้แล้วรู้รอดไปแล้วก็ได้.

วิษณุ เครืองาม
wis.k@hotmail.com
@เดลินิวน์ 20 กันยายน 2554

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

แผ่นดินไหวอินเดีย - เนปาล

แผ่นดินไหวอินเดีย-เนปาลตาย19
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 19 กันยายน 2554

ธรณีพิโรธ 6.9 ริกเตอร์เขย่าภาคตะวันออกเฉียงเหนืออินเดีย ทำคนตายอย่างน้อย 16 ราย ส่วนเนปาลเจอกำแพงสถานทูตอังกฤษหล่นทับ ตาย 3


เกิดแผ่นดินไหวความแรง 6.9 ริกเตอร์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเมื่อวันอาทิตย์ แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ทั่วภูมิภาค หลังจากธรณีพิโรธเกิดขึ้นที่รัฐสิกขิม ซึ่งอยู่บริเวณพรมแดนติดเนปาล ภูฎาน และทิเบต เมื่อเวลา 18.10 น. หรือ 17.40 น.ตามเวลาในไทย

ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองกักตอกไป 60 กม. ที่ระดับความตื้นเพียง 19.7 กม. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 60 คนบริเวณในและรอบเมืองกักตอก ผลจากดินถล่ม เศษซากสิ่งก่อสร้างหล่นทับ และอาคารพังทลาย ขณะที่เมืองสิกขิมตกอยู่ในความมืดเพราะไฟดับ ชาวเมืองเล่าว่าไฟดับ ผู้คนพากันออกมาอยู่ที่ถนน วิ่งออกจากบ้าน บ้างก็กระโดดลงจากหน้าต่าง

แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลถึงเนปาล ภูฎาน บังกลาเทศ และหลายเมืองของอินเดีย รวมถึงกรุงนิวเดลีที่อยู่ไกลจากจุดศูนย์กลาง 1,000 กม.

ยิปซีพยากรณ์ วันที่ 18 กันยายน 2554

ราศีมังกร (16ม.ค.-12ก.พ.)
จับต้นชนปลายไม่ถูก หาความแน่นอนไม่ได้สักเรื่อง ต้องไม่ประมาทจะตัดสินใจคิดทำอะไรหากใจร้อนอาจต้องมานั่งเสียใจภายหลัง การงานมีการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนอลหม่าน ไม่ต้องห่วงโดนหางเลขแน่ แต่พอช่วงปลายจะปรับตัวได้ เป็นตัวของตัวเองสร้างผลงานเข้าตาผู้ใหญ่ขึ้นมาได้ งานที่เกี่ยวกับความสร้างสรรค์ ความคิดพุ่งกระฉูด การเงินถูกหยิบถูกยืมเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าใจอ่อนไม่เลือก มีแนวโน้มจะขาดทุน หากมีใครเสนอช่องทางทำกำไรให้รีบตอบรับ ขยันไว้ไม่จนครับ “ไพ่ 4 ถ้วย” ความรักคาดหวังอะไรจากคนรักมีแววต้องแห้ว มานั่งน้อยอกน้อยใจ อยากได้อะไรทำเลยไม่ต้องเก็บไว้ ส่วนคนโสดช่วงปลายมีแววได้เจอคนถูกใจ เพราะความกล้าและบ้าบิ่นของคุณ


ราศีกุมภ์ (13ก.พ.-13มี.ค.)   
เจอแต่เรื่องหนัก ๆ โหด ๆ ต้องเตรียมความพร้อมรับมือ “ไพ่ 8 ดาบ” โดนรุมทึ้ง ยิ่งถ้ามีเจ้าหนี้เยอะ อาจไม่รอดพ้น อย่าด่วนตัดสินใจควรพึ่งที่ปรึกษา จะเจอทางออกที่ดี การงานกำลังตกเป็นเป้าในการครหานินทา ถูกใส่ความ ผู้ใหญ่จ้องจับผิด อย่าหันหลังหนี ให้อดทนและลุกขึ้นสู้ วันหนึ่งจะเป็นทีของคุณบ้าง ดวงงานผิดพลาดบ่อยถูกตำหนิ ต้องเพิ่มความรอบคอบ การเงินน่าอึดอัด มีคนมาคอยเบียดเบียนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้เสมอ จึงเป็นปกติหากเงินหมุนไม่ทันขาดมือ อย่ารับปากค้ำประกันใครเด็ดขาด ความรักเรื่องเก่าเก็บตามมาทำให้ร้อนอกร้อนใจ ไฟสุมทรวงพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ ให้คิดในทางบวกจะสบายใจขึ้น ส่วนคนโสดสนิทมีแต่สัมพันธ์รักฉาบฉวย รักจริงหวังฟัน
   
ราศีมีน (14มี.ค.-12เม.ย.)
มีปัญหากับเรื่องสุขภาพตามมารังควานใจ ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ต้องรักตัวเองดูแลสุขภาพให้มากขึ้น การงานช่วงต้นอาจทำผิดพลาดถูกตำหนิ แต่อย่าไปเสียใจกับมัน เริ่มต้นใหม่มีโอกาสสำหรับคุณเสมอ ช่วงกลางลงมาดีขึ้นเพราะมีที่ปรึกษา ได้ข้อมูลมีช่องทางใหม่ ๆ ทำให้ประสบความสำเร็จ อาจได้ข้อเสนอเกี่ยวกับงานเสริม การเงินมีดวงทำมือถือ กระเป๋าสตางค์ ของสำคัญสูญหาย ให้รอบคอบตั้งสติกับตัวเองให้ได้ ช่วงกลางมีโชคลาภจากหุ้น เสี่ยงลุ้น “ไพ่ ราชินีถ้วย” ความรักอ่อนไหวง่าย เข้าใกล้ใครเป็นต้องตกหลุมรัก ที่พึ่งถูกหักอกมาจะมีคนอายุมากกว่าใจดีมาดามอกให้ ส่วนคนมีแฟนแล้วช่วงต้นมีเรื่องทะเลาะกันแรง ให้อภัยกันเถอะครับ ช่วงปลายจะได้กลับมาหวานเหมือนเดิม
   
ราศีเมษ (13เม.ย.-13พ.ค.)
ติดบ่วงคำพูดของตัวเอง ฉะนั้นให้คิดก่อนพูด อย่าทำอะไรไปด้วยความใจร้อน และคิดว่าตัวเองแน่ อาจทำให้คุณตกกะไดพลอยโจนไปกับคำพูดได้ การงานช่วงต้นน่าเบื่อหน่าย คิดไว แต่ทำไม่ได้ไว อุปสรรคเยอะแยะมากมาย ต้องอดทน กว่าจะได้อะไรสักอย่างต้องแลกมากับความพยายาม ช่วงปลายดีขึ้น อาศัยความขยันน้ำพัก น้ำแรงช่วยได้ “ไพ่ 8 เหรียญ” การเงินเอาแน่นอนไม่ได้ มีคนคอยจ้องตอดเล็กตอดน้อยอยู่ แต่ถ้าเมื่อไรคุณฮึด เงินทองก็หมุนเวียนสะดวก ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรักทำใจ ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก อยากได้อะไรจากใครต้องเป็นฝ่ายให้ ถ้ามัวแต่รอคงต้องกินแห้ว ส่วนคนมีแฟนแล้วยังคาใจบางสิ่งบางอย่าง อย่าเก็บไว้ ให้เปิดอกคุยกันจะดีกว่าครับ
   
ราศีพฤษภ (14พ.ค.-13มิ.ย.)
รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ช่วงนี้ใจเย็นไว้แล้วสิ่งที่คุณหวังจะเป็นความจริง มีดวงได้เจอเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยที่ไม่ได้เจอกันมานาน การงานราบเรียบไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ได้เพื่อนฝูงคอยเป็นกำลังใจและสนับสนุน หากคิดลงทุนทำกิจการส่วนตัวทำกับครอบครัว คนสนิทจะประสบผลสำเร็จ ช่วงปลายมีดวงการเริ่มต้นที่ดี งานก้าวหน้า การเงินรักษาสภาพคล่องได้ดี ช่วงกลางเหมาะในการทำเรื่องกู้ยืม ขอความช่วยเหลือ จะได้รับความเอ็นดู มีคนสนับสนุนช่วยเหลือ “ไพ่ 2 ถ้วย” ความรักคู่ที่แง่งอนจะเข้าอกเข้าใจ คืนดีกันได้เหมือนเดิม ลองชวนกันไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศจะทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้น ส่วนคนโสดไม่เหงาใจแน่ เพื่อนฝูงคนรอบตัวช่วยกันเป็นสื่อให้
   
ราศีเมถุน (14มิ.ย.-14ก.ค.)
ติดอุปสรรคในการเดินทาง มีเรื่องให้หงุดหงิดใจอยู่เสมอ หรืออาจต้องเสียค่าซ่อมรถ ค่าเดินทางเพิ่ม การงานยังคงได้รับคำชมเชยและมีผลงานกู้หน้าตาอยู่เสมอ ต้องทำความดีเสมอต้นเสมอปลาย มีดวงได้หยิบจับงานเสริมเพิ่ม ทำให้คุณกระตือรือร้นมากขึ้น แต่ช่วงปลายอาจต้องหงุดหงิดไม่ได้ดังใจในการเจรจาประสานงาน อย่าวู่วาม การเงินมีดวงได้ของใหม่ของถูกใจแบบไม่ต้องซื้อ แต่ก็จับจ่ายใช้สอยเก่งใช่ย่อย หากไม่ระวังอาจกระเป๋าฉีกตอนปลายได้นะครับ “ไพ่ อัศวินถ้วย” ความรักมีสีสัน คนนั้นคนนี้เข้ามาพัวพันกันให้วุ่น มีประสบการณ์รักใหม่ ๆแปลก ๆ แต่ถ้าจะลองจริงจังดู คงต้องใช้เวลาศึกษาใจกันอีกนาน ส่วนคนมีแฟนแล้วมีแววได้นอกใจ เพราะมีคนเสนอตัวให้
   
ราศีกรกฎ (15ก.ค.-16ส.ค.)
ความคิดบรรเจิดมาก ๆ แต่กลับไม่สามารถสานต่อได้ ติดอุปสรรคจุก ๆ จิก ๆ มีเรื่องให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย การงานช่วงต้นถึงกลางเอาตัวรอดได้ดี มีผลงานได้รับคำชม แต่พอช่วงปลายอาจมีอุปสรรค ขัดแย้งขัดใจกับหัวหน้า หรือผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลกับคุณ ทำตัวนอบน้อมเข้าไว้แล้วดีเอง ช่วงกลางมีดวงจะได้เริ่มต้นงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ลองทำดูครับ การเงินเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ มักใจอ่อนช่วยเหลือคนนั้นที คนนี้ที สุดท้ายหาเงินมาเองแต่กลับไม่ได้ใช้ “ไพ่ เดอะ เมจิเชี่ยน” ความรักคนโสดได้พบบุพเพอาละวาด เจอคนถูกใจในสถานการณ์แปลก ๆ กล้า ๆ เข้าไว้ ส่วนคนมีแฟนแล้วแอบเผลอนอกใจบ่อย ๆ เพราะมีสิ่งยั่วยุ ช่วงปลายอาจมีแง่งอน มีปากเสียงกันบ้าง
   
ราศีสิงห์ (17ส.ค.-16ก.ย.)
หนักอกหนักใจต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน สำคัญไปหมด คงต้องพึ่งพาตัวเองเป็นสำคัญ หวังพึ่งพายังยากอยู่ “ไพ่ 10 คทา” การงานทะลักทลายเข้ามา แบบว่า งานเข้า สุด ๆ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เอาใจใส่ ขยันขันแข็งมากขึ้น ถึงจะเอาตัวรอดได้ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ช่วงกลางจะได้ข้อเสนอพิเศษ มีแววได้งานเสริมเพิ่มรายรับ การเงินปราดเปรียวเฉลียวฉลาดหาเงินเก่ง แต่มักจะใช้ไม่เป็น ไม่ได้วางแผน เดี๋ยวฟู่ฟ่าเดี๋ยวประหยัดเป็นเรื่องปกติของคุณ ความรักคนมีแฟนแล้วอาจอึดอัดบ้าง เพราะถูกคนรักตามหึงหวง คอยดูพฤติกรรมอยู่ เพราะคุณทำตัวไม่น่าไว้วางใจ นอกลู่นอกทางบ่อย ส่วนคนโสดมีดวงได้เจอคนถูกใจ ลั้ลลา
   
ราศีกันย์ (17ก.ย.-16ต.ค.)
ข่าวดีที่รอคอยมาถึงแล้ว ได้ดีอกดีใจกันไป “ไพ่ จัดจ์เม้นท์”มีการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง แต่นำพาข่าวที่น่ายินดีมาให้ การงานน่าสนุก ได้เริ่มต้นงานใหม่ รวมถึงมีเพื่อนใหม่ด้วย คุณอาจถูกกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบใหม่ ทำให้คุณไม่รู้สึกจำเจ แต่ในมองในแง่บวก ช่วงปลายคุณได้ข้อมูลข่าวสารแน่นปึ้กทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง การเงินเป็นเวลาของการตักตวง การลงทุนขยับขยายได้ผลตอบแทนที่ดี ช่วงปลายจะลุ้นเสี่ยงไม่มีปัญหา ขายหุ้น ซื้อหุ้นได้ข้อมูลดีเก็งถูกหมด ความรักคนโสดดีใจกันยกใหญ่ มีคนมาตกหลุมพราง ได้พบรักคนถูกใจ มีการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดี ส่วนคนมีแฟนแล้วเสน่ห์แรงไม่หยุด คนรักเอาใจใส่มากขึ้น แถมด้วยกิ๊กที่เสนอตัวกันเข้ามา
   
ราศีตุลย์ (17ต.ค.-16พ.ย.)
สับสนกับเรื่องราวที่คุณต้องพบเจอ บางสิ่งบางอย่างต้องแลกถึงจะได้มา ช่วงนี้คุณดื้อและเชื่อมั่นจึงไม่ค่อยฟังใครสักเท่าไร “ไพ่ เดอะ ฟูล ” การงานลื่นไหล เอาตัวรอดหาตัวจับยาก คุณมีเรื่องให้สนุกได้ตลอด แต่ต้องระวังอย่าข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่จะมีภัย ช่วงปลายมีดวงได้ปรับเปลี่ยน โยกย้าย หากกำลังเบื่อเซ็งอยู่ คงได้ปรับเปลี่ยนสมใจ การเงินรู้สึกอยากใช้เงินอย่างบอกไม่ถูก จึงไม่น่าแปลกที่คุณจะกลายเป็นนักช้อปตัวยง ช่วงปลายมีคนขอให้ช่วยเรื่องเงิน คิดก่อนให้นะครับ ความรักเสน่ห์แรงไม่เลิก ใครต่อใครก็อยากเข้ามาใกล้ชิด คนโสดมีแนวโน้มได้สละโสดเสียที แต่อย่าพึ่งจริงจังมาก ดูกันไปก่อน ส่วนคนมีแฟนแล้วอัตราส่วนความนอกใจสูง เพราะสิ่งยั่วยุน่าสนใจเหลือเกิน
   
ราศีพิจิก (17พ.ย.-15ธ.ค.)
ขยันขันแข็งผิดหูผิดตา อาจเป็นเพราะกำลังวางแผนอนาคต จึงมีแรงบันดาลใจมีความมุ่งมั่นมากเป็นพิเศษ การงานคงต้องรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา เป็นคนช่วยดัน เพราะมีแต่คนมาขอให้ช่วยอยู่เสมอ แม้บางเรื่องอาจจะไม่เต็มใจ แต่คุณก็กลายเป็นที่รักของคนอื่น เพราะการเกื้อกูลของคุณ ช่วงปลายโครงการที่อยากทำจะเป็นรูปเป็นร่างเสียที การเงินหาได้จากน้ำพักน้ำแรง คงมีแต่เพียงลาภปาก ลาภของ แต่ถ้าเป็นเงินทอง ต้องหาเองทำเองล้วน ๆ “ไพ่ ราชาถ้วย” ความรักกำลังแฮปปี้สุด ๆ มีแต่คนเอาอกเอาใจ อยากได้อะไรก็มีคนหามาให้ กำลังเสน่ห์แรง คนโสดจึงไม่ค่อยมีเวลาได้เหงา ส่วนคนมีแฟนแล้วถ้อยทีถ้อยอาศัย คนรักพูดจาหวานหู ทำให้มีกำลังใจ สู้ได้ทุกที่ ลุยได้ทุกทาง
   
ราศีธนู (16ธ.ค.-15ม.ค.)
อารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่าย มักมีเรื่องกวนใจอยู่ตลอด อุปสรรคเยอะสุดคงเป็นเรื่องเดินทาง และยานพาหนะ การงานหากมีนัดสำคัญควรนัดเจรจาช่วงกลางดีที่สุด ช่วงต้นตกหล่นงานเอกสาร ทำงานผิด ต้องแก้งานบ่อย หากมีปัญหาตัดสินใจไม่ได้ให้เข้าปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ ช่วงปลายคุณมีดวงคนอุปถัมภ์ การขอความช่วยเหลือราบรื่น “ไพ่ 6 เหรียญ” การเงินมีดวงเสียเงินเกี่ยวกับค่าซ่อมแซมจิปาถะ รวมถึงรถยนต์ด้วย ช่วงกลางถึงปลายเจรจาขอกู้ ขอยืมไม่มีปัญหา ความรักมีทิฐิเยอะ จึงแง่งอนกันบ่อย ต้องให้เพื่อนฝูงและผู้ใหญ่มาช่วยเจรจา ส่วนคนโสดยังคงต้องเหงาไปอีกสักพัก ยังไร้วี่แววคู่ควง ที่มีเข้ามามีแต่จะสร้างปัญหา สร้างความรำคาญใจมาให้